มีเครื่องคำนวณสุขภาพอยู่หลายอัน แต่สามอันที่ผู้หญิงมักเปิดซ้ำๆ คือ BMI วันไข่ตก/อายุครรภ์ และ TDEE ปัญหาคือบางทีเปิดมาแล้วก็ได้แค่ตัวเลข ไม่รู้ว่าจะทำอะไรกับมันต่อ
บทความนี้อธิบายว่าตัวเลขแต่ละอันบอกอะไร ใช้ร่วมกันยังไง และเมื่อไหรที่ควรเอาไปปรึกษาแพทย์ด้วย
BMI — ตัวเลขพื้นฐานที่ยังมีประโยชน์อยู่
BMI คำนวณจากน้ำหนัก (กิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง บอกว่าน้ำหนักสัมพันธ์กับส่วนสูงอยู่ในเกณฑ์ไหน
เกณฑ์ที่ใช้ในไทย:
| ค่า BMI | เกณฑ์ |
|---|---|
| ต่ำกว่า 18.5 | น้ำหนักน้อย |
| 18.5 – 22.9 | ปกติ |
| 23.0 – 24.9 | น้ำหนักเกิน |
| 25.0 ขึ้นไป | อ้วน |
ข้อควรรู้คือเกณฑ์ไทยเข้มกว่าของฝรั่ง ฝรั่งนับว่าเกินต้องตั้งแต่ 25 แต่เราเริ่มที่ 23 แล้ว ถ้าใช้เครื่องคำนวณต่างประเทศอาจได้ผลต่างกัน ลองดูผ่าน เครื่องคำนวณ BMI ที่ใช้เกณฑ์ไทยโดยตรง
ข้อจำกัดที่ต้องรู้: BMI ไม่แยกระหว่างกล้ามเนื้อกับไขมัน คนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมออาจ BMI สูงกว่าปกติได้โดยไม่ใช่อ้วน รายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องนี้อยู่ที่ BMI บอกอะไรได้บ้าง และบอกอะไรไม่ได้
วันไข่ตกกับอายุครรภ์ — ตัวเลขที่แม่นยำพอให้วางแผนได้
เครื่องคำนวณนี้มีสองฟังก์ชันหลัก
คำนวณวันไข่ตก — ใช้สำหรับวางแผนมีบุตร หรือหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์แบบธรรมชาติ ใส่วันที่ประจำเดือนครั้งล่าสุดและความยาวรอบเดือน จะได้หน้าต่างเวลาที่มีโอกาสตั้งครรภ์สูงสุด
คำนวณอายุครรภ์ — สำหรับคนที่ตั้งครรภ์แล้วและอยากรู้ว่าตอนนี้อยู่สัปดาห์ที่เท่าไหร่ กำหนดคลอดประมาณวันไหน
ลองคำนวณได้ที่ เครื่องคำนวณวันไข่ตกและอายุครรภ์
สิ่งสำคัญคือตัวเลขจากเครื่องคำนวณเป็นการ “ประมาณ” จากรอบเดือนเฉลี่ย ถ้ารอบเดือนไม่สม่ำเสมอ ตัวเลขจะมีความคลาดเคลื่อนมากขึ้น การตรวจยืนยันการตั้งครรภ์และอายุครรภ์ที่แม่นยำที่สุดคือการทำอัลตราซาวนด์กับแพทย์ครับ
TDEE — ตัวเลขที่บอกว่าต้องกินเท่าไหร่
TDEE คือพลังงานที่ร่างกายเผาผลาญทั้งวัน รวมทั้งการหายใจ ย่อยอาหาร และการเคลื่อนไหว
ตัวเลขนี้สำคัญมากสำหรับคนที่อยากควบคุมน้ำหนัก เพราะถ้าอยากลด ต้องกินน้อยกว่า TDEE ถ้าอยากเพิ่ม ต้องกินมากกว่า ถ้าอยากรักษาน้ำหนักเดิมก็กินเท่ากัน
ปัญหาที่เจอบ่อยคือหลายคนรู้ว่า BMI ตัวเองเท่าไหร่แต่ไม่รู้ TDEE เลยกินตามความรู้สึก แล้วก็งงว่าทำไมน้ำหนักไม่เปลี่ยน
คำนวณ TDEE ของตัวเองได้ที่ เครื่องคำนวณ TDEE ใส่อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง และระดับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
ระดับกิจกรรมมีผลต่อตัวเลขมาก คนที่นั่งโต๊ะทำงานทั้งวันกับคนที่วิ่งสามวันต่อสัปดาห์ TDEE ต่างกันได้หลายร้อยแคลอรี
ใช้สามตัวเลขนี้ร่วมกันยังไง
สำหรับคนที่อยากดูแลสุขภาพภาพรวม ลำดับที่ใช้งานจริงบ่อยๆ คือ
- ตรวจ BMI ก่อน ดูว่าตอนนี้อยู่ในเกณฑ์ไหน ต้องลดหรือเพิ่มน้ำหนัก
- คำนวณ TDEE เพื่อรู้ว่าต้องกินเท่าไหร่ต่อวันให้บรรลุเป้าหมายนั้น
- ถ้ากำลังวางแผนครอบครัว เพิ่ม วันไข่ตก เข้ามาในชุดข้อมูลด้วย
สำหรับการลดน้ำหนักโดยเฉพาะ บทความ BMI กับ TDEE วิธีลดน้ำหนักให้ได้ผลจริง อธิบายรายละเอียดการเอาสองตัวเลขนี้มาคำนวณแผนการกินไว้ครบกว่า
เมื่อไหรที่ตัวเลขจากเครื่องคำนวณไม่พอ
เครื่องคำนวณออนไลน์ใช้ประมาณการเบื้องต้นได้ดี แต่มีสถานการณ์ที่ควรปรึกษาแพทย์โดยตรง
- BMI ต่ำกว่า 16 หรือสูงกว่า 35 ขึ้นไป
- พยายามมีบุตรมานานกว่า 12 เดือนโดยไม่ประสบผล
- รอบเดือนผิดปกติหรือไม่มีประจำเดือน
- น้ำหนักเปลี่ยนแปลงมากผิดปกติโดยไม่ได้ตั้งใจ
ตัวเลขจากเครื่องคำนวณช่วยให้รู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหน แต่ไม่สามารถแทนการตรวจร่างกายจริงได้
สรุปสั้นๆ: BMI บอกสถานะน้ำหนัก TDEE บอกว่าต้องกินเท่าไหร่ วันไข่ตกบอกช่วงเวลาเหมาะสมสำหรับการวางแผนครอบครัว รู้ทั้งสามอันแล้วการดูแลสุขภาพมีทิศทางชัดขึ้นโดยไม่ต้องเดาสุ่ม