OnlyGroub
ราชการ 30 ข้อ

แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ

ฝึกทำแนวข้อสอบนายสิบตำรวจ ครอบคลุม 4 หมวดวิชา: ความสามารถทั่วไป ภาษาไทย กฎหมาย และความรู้เกี่ยวกับตำรวจ ดูเฉลยได้ทันทีพร้อมคำอธิบายละเอียด

ความสามารถทั่วไป ภาษาไทย กฎหมาย ความรู้เกี่ยวกับตำรวจ
ความคืบหน้า0 / 30 ข้อ
1ความสามารถทั่วไป

ถ้า A ทำงานได้ 1/3 ของงานในเวลา 4 วัน B ทำงานได้ 1/4 ของงานในเวลา 3 วัน ถ้า A และ B ทำงานร่วมกัน จะใช้เวลากี่วันจึงจะเสร็จงานทั้งหมด

รูปประกอบข้อสอบ
2ความสามารถทั่วไป

ตัวเลขในอนุกรม 2, 6, 12, 20, 30, ? เลขถัดไปคือเท่าไร

3ความสามารถทั่วไป

ซื้อของราคา 1,200 บาท ลด 15% แล้วลดอีก 10% จะจ่ายเงินเท่าใด

4ความสามารถทั่วไป

สุดาเดินทางจากบ้านถึงที่ทำงานด้วยความเร็ว 60 กม./ชม. ใช้เวลา 30 นาที ถ้าเดินทางกลับด้วยความเร็ว 40 กม./ชม. จะใช้เวลาเท่าใด

5ความสามารถทั่วไป

ถ้าวันพรุ่งนี้เป็นวันก่อนวันพุธ วันนี้เป็นวันอะไร

หน้า 1 / 6
(0/5 ข้อในหน้านี้)

เตรียมสอบนายสิบตำรวจอย่างมีระบบ — เข้าใจโจทย์ก่อน ทำข้อสอบทีหลัง

การสอบคัดเลือกเป็นนายสิบตำรวจเป็นหนึ่งในการสอบราชการที่มีผู้สมัครหลายแสนคนต่อรอบ ความแตกต่างระหว่างผู้ที่ผ่านและไม่ผ่านมักไม่ใช่แค่ความรู้ แต่คือ ความคุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบ ทั้งโจทย์คณิตศาสตร์เชิงตรรกะ ข้อความภาษาไทย กฎหมายที่อ้างอิง มาตรา และคำถามที่เกี่ยวกับ โครงสร้างองค์กรตำรวจ — แบบฝึกหัดในหน้านี้ออกแบบมาให้ครอบคลุมทั้ง 4 หมวดวิชาหลักในสัดส่วนที่ใกล้เคียงข้อสอบจริงที่สุด

ภาพรวมการสอบนายสิบตำรวจ — รู้ก่อนสอบผ่านไวขึ้น

การสอบนายสิบตำรวจ (หรือที่หลายคนเรียกว่า สอบนสต.) จัดโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แบ่งออกเป็น 2 ภาค หลัก ได้แก่ ภาคความรู้ความสามารถทั่วไปและวิชาเฉพาะ กับภาคทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ผู้ที่จะสมัครสอบต้องสำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) ขึ้นไป และมีอายุระหว่าง 18–27 ปีบริบูรณ์ในวันรับสมัคร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประกาศรับสมัครแต่ละรอบ

4 หมวดวิชาที่ต้องรู้ให้แม่น

  • 1 ความสามารถทั่วไป — อนุกรม ตรรกะ อัตราส่วน เปอร์เซ็นต์ งาน–เวลา–ระยะทาง ตีความตาราง
  • 2 ภาษาไทย — การใช้คำ สำนวน ราชาศัพท์ ไวยากรณ์ อ่านจับใจความ เรียงลำดับความ
  • 3 กฎหมาย — รัฐธรรมนูญ ป.อ. ป.วิ.อ. พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • 4 ความรู้เกี่ยวกับตำรวจ — โครงสร้าง สตช. ยศ ตำแหน่ง ประวัติ วัฒนธรรมองค์กร

หมายเหตุ: สัดส่วนข้อสอบและคุณสมบัติผู้สมัครอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศรับสมัครแต่ละปี ควรติดตามข่าวสารจาก เว็บไซต์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย่างสม่ำเสมอ

กฎหมายที่ออกสอบบ่อย — จุดที่คนพลาดมากที่สุด

หมวดกฎหมายถือเป็นจุดแข็งที่สร้างได้หากเข้าใจโครงสร้าง — ไม่ใช่แค่ท่องมาตรา ข้อสอบส่วนใหญ่ถามในเชิง "สถานการณ์จริง" เช่น ตำรวจสามารถจับกุมได้ในกรณีใดบ้าง หรือความผิดประเภทใดยอมความได้ ซึ่งต้องเข้าใจ หลักการ มากกว่าตัวเลขมาตรา

ประมวลกฎหมายอาญา (ป.อ.) ที่ต้องรู้

มาตรา 59–63 ว่าด้วยเจตนา ประมาท และกรณียกเว้นโทษ — มักออกในรูปโจทย์ "พฤติกรรมใดเข้าข่ายความผิดโดยเจตนา"
มาตรา 73 (อายุต่ำกว่า 10 ปีไม่ต้องรับโทษอาญา) และมาตรา 288 (ฆ่าผู้อื่น) เป็นมาตราที่ออกสอบซ้ำๆ ในหลายปี
มาตรา 362 บุกรุกอสังหาริมทรัพย์ — โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ — พลาดกันบ่อยเพราะสับสนกับมาตราอื่น

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.)

มาตรา 78 — เงื่อนไขการจับโดยไม่มีหมายจับ: เจ้าพนักงานพบการกระทำความผิดซึ่งหน้า นี่คือข้อที่ออกสอบบ่อยมากและมักทำให้สับสนกับ "การจับโดยมีหมาย"
มาตรา 87 — ระยะเวลาควบคุมตัว ไม่เกิน 48 ชั่วโมง นับแต่เวลาจับ ก่อนต้องนำตัวขอหมายขังจากศาล — ตัวเลขนี้ออกสอบแทบทุกปี

รัฐธรรมนูญ 2560

ควรรู้จำนวนมาตราทั้งหมด (279 มาตรา) โครงสร้างหมวด สิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน และอายุสิทธิเลือกตั้ง (18 ปีบริบูรณ์) ซึ่งออกสอบในรูปคำถามตรงบ้าง แฝงในสถานการณ์บ้าง

ความสามารถทั่วไป — เทคนิคทำข้อสอบให้ได้คะแนนสูง

ข้อสอบความสามารถทั่วไปไม่ได้วัดความสามารถทางคณิตศาสตร์ระดับสูง แต่วัด ความไวในการจับรูปแบบ และความถูกต้องภายใต้เวลาจำกัด คนที่ทำคะแนนได้ดีคือคนที่รู้วิธีลัดและรู้ว่าข้อไหนควรข้ามไปก่อน

โจทย์อนุกรม — มองหาผลต่าง 2 ชั้น

ถ้าผลต่างชั้นแรกไม่เป็นรูปแบบ ให้หาผลต่างของผลต่างอีกชั้น เช่น อนุกรม 2, 6, 12, 20, 30 — ผลต่าง 4, 6, 8, 10 (เพิ่ม 2 ทุกครั้ง) → ข้อถัดไปคือ 30+12 = 42 สังเกตรูปแบบให้ได้ภายใน 20–30 วินาที แล้วข้ามไปข้ออื่นถ้ายังไม่เห็น

งาน–เวลา และอัตราส่วน

เทคนิคที่เร็วที่สุดคือมองงานเป็นอัตราต่อหน่วยเวลาแล้วบวกกัน เช่น A ทำงานได้ 1/8 ต่อชั่วโมง B ทำงานได้ 1/12 ต่อชั่วโมง → รวม = 5/24 ต่อชั่วโมง → เสร็จใน 4.8 ชั่วโมง ไม่ต้องสมการ LCM ให้ซับซ้อน

เปอร์เซ็นต์และส่วนลดซ้อน

ส่วนลดซ้อนคำนวณแยกกันทีละขั้น ไม่ใช่บวกเปอร์เซ็นต์รวมกัน ลด 15% แล้วลดอีก 10% ไม่เท่ากับลด 25% — ต้องคำนวณ: ราคา × 0.85 × 0.90 ข้อสอบชั้นเชิงมักให้ตัวเลือกที่ดูถูกต้องหลายข้อ ต้องระวังกับดักนี้

เคล็ดลับการจัดเวลา: ถ้าข้อสอบมี 100 ข้อ ใน 3 ชั่วโมง เฉลี่ยข้อละ 1.8 นาที ข้ออนุกรมและคณิตศาสตร์ตรงไปตรงมาควรทำให้ได้ภายใน 1 นาที เพื่อสะสมเวลาไว้สำหรับข้อกฎหมายที่ต้องอ่านนานกว่า

ภาษาไทยและราชาศัพท์ — ยิ่งอ่านมาก ยิ่งได้เปรียบ

หมวดภาษาไทยออกสอบใน 3 รูปแบบหลัก: การเขียนและการใช้คำให้ถูกต้อง การอ่านจับใจความ และสำนวน–อุปมาอุปไมย ซึ่งทั้งหมดนี้ฝึกได้ด้วยการอ่านหนังสือพิมพ์หรือบทความภาษาทางการให้สม่ำเสมอ

ราชาศัพท์ที่ออกสอบบ่อย

กิน → เสวย (กษัตริย์) / ฉัน (พระสงฆ์)
นอน → บรรทม
เดิน → เสด็จ / เสด็จพระดำเนิน
พูด → ตรัส
ตาย → สวรรคต
บ้าน → วัง / พระราชวัง

สำนวนที่ควรเข้าใจ ไม่ใช่แค่ท่องความหมาย

ข้อสอบมักให้สถานการณ์แล้วถามว่า "ตรงกับสำนวนใด" ซึ่งต้องเข้าใจบริบทการใช้ ไม่ใช่แค่ความหมาย ตัวอย่าง: "น้ำขึ้นให้รีบตัก" — ใช้เมื่อพูดถึงการฉวยโอกาสขณะที่สถานการณ์เอื้อให้ทำสิ่งที่ต้องการ ไม่ใช่แค่แปลว่า "รีบทำในจังหวะที่ดี" ทั่วไป

คำยืมจากภาษาอื่น

ภาษาไทยมีคำยืมจากหลายภาษา — ข้อสอบมักให้จำแนก: เขมร (ฉลาด, ถนน, สำเร็จ), บาลี–สันสกฤต (วิทยา, ราช, กรรม), จีน (เก้าอี้, กวย, ตะเกียบ), อังกฤษ (คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์) — รู้ที่มาของคำ ง่ายกว่าจำทีละคำมาก

วางแผนการเตรียมสอบ 90 วัน — จากศูนย์ถึงพร้อมสอบ

90 วันเป็นระยะเวลาที่เพียงพอสำหรับผู้เตรียมสอบตั้งแต่ต้น หากวางแผนให้ดีไม่จำเป็นต้องอ่านทุกชั่วโมงตลอดทั้งวัน — สิ่งที่สำคัญกว่าคือความสม่ำเสมอและการทบทวนสิ่งที่ผิดซ้ำ

แนวทางแบ่งช่วงเวลา

สัปดาห์ 1–4 ปูพื้นฐาน 4 วิชา ทำข้อสอบเก่า 1–2 ปี ดูว่าหมวดวิชาใดอ่อนที่สุด
สัปดาห์ 5–9 ลงลึกหมวดกฎหมายและความสามารถทั่วไป ทำแบบฝึกหัดทีละหมวดวันละ 20–30 ข้อ
สัปดาห์ 10–12 จำลองสอบเต็มรูปแบบ ดูเวลาที่ใช้จริง ทบทวนข้อที่ผิดซ้ำ ปรับจุดอ่อน
สัปดาห์ 13 หยุดอ่านเนื้อหาใหม่ ทบทวนสิ่งที่สำคัญ พักผ่อนให้เพียงพอ

วิธีใช้แบบฝึกหัดออนไลน์ให้ได้ประโยชน์สูงสุด

การทำข้อสอบออนไลน์มีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อ ไม่ดูเฉลยก่อนตอบ ทดลองตอบจากความเข้าใจก่อน แล้วจึงเปิดดูคำอธิบาย — สมองจะจำได้นานกว่า 3–4 เท่า เมื่อเทียบกับการอ่านแบบ passive

ฟีเจอร์ "ดูเฉลย" ในแบบฝึกหัดนี้ออกแบบมาให้ใช้ หลังจากตอบแล้วเท่านั้น หรือเมื่อต้องการศึกษาข้อที่ยังไม่แน่ใจ ไม่ใช่เพื่อดูก่อนตอบ

สถิติที่น่าสนใจ จากการวิเคราะห์ข้อสอบย้อนหลัง 5 ปี ผู้ที่ทำแบบฝึกหัดสม่ำเสมอวันละ 30 ข้อตลอด 60 วัน มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่ากลุ่มที่อ่านหนังสือเยอะแต่ไม่ฝึกทำข้อสอบอย่างมีนัยสำคัญ

คำถามที่พบบ่อย — ก่อนสอบนายสิบตำรวจ

สอบนายสิบตำรวจต้องจบอะไรมาบ้าง?

โดยทั่วไปต้องสำเร็จการศึกษา ปวช. หรือ ม.6 ขึ้นไป และมีสัญชาติไทย อายุในช่วงที่กำหนด (มักอยู่ระหว่าง 18–27 ปี) คุณสมบัติเฉพาะขึ้นอยู่กับประกาศรับสมัครรอบนั้นๆ

ข้อสอบนายสิบตำรวจยากแค่ไหน เมื่อเทียบกับ ก.พ.?

ข้อสอบนายสิบตำรวจมีขอบเขตเนื้อหาที่ชัดเจนกว่า ก.พ. ภาค ก. เนื่องจากมีหมวดความรู้เกี่ยวกับตำรวจโดยตรง แต่ภาร​กิจกฎหมายและภาษาไทยมีความลึกใกล้เคียงกัน จุดแตกต่างหลักคือ ก.พ. วัดภาษาอังกฤษด้วย

ควรอ่านหนังสือเล่มไหน หรือใช้แบบฝึกหัดออนไลน์ดีกว่า?

แนะนำให้ใช้ควบคู่กัน — หนังสือเหมาะสำหรับสร้างความเข้าใจพื้นฐาน ส่วนแบบฝึกหัดออนไลน์ช่วยให้ชินกับรูปแบบข้อสอบและวัดผลได้ทันที การทำข้อสอบจริง (โดยไม่ดูเฉลยก่อน) คือวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

ถ้าไม่มีพื้นฐานด้านกฎหมายเลย ควรเริ่มจากอะไรก่อน?

เริ่มจากรัฐธรรมนูญ ภาค 1 และ 2 ก่อน เพราะเป็นฐานของกฎหมายทั้งหมด จากนั้นจึงศึกษา ป.อ. หมวดความผิดทั่วไป แล้วตามด้วย ป.วิ.อ. หมวดการจับและควบคุมตัว ใช้เวลา 2–3 สัปดาห์ต่อเล่ม โดยอ่านพร้อมทำแบบฝึกหัดไปพร้อมกัน

ทำข้อสอบในหน้านี้แล้วได้ประโยชน์อะไร?

แบบฝึกหัดนี้ครอบคลุมทั้ง 4 หมวดวิชาหลัก มีฟีเจอร์ดูเฉลยพร้อมคำอธิบายทีละข้อ ทำซ้ำได้ไม่จำกัด และสรุปคะแนนแยกตามหมวดวิชาเพื่อให้รู้ว่าต้องโฟกัสตรงไหน เหมาะสำหรับใช้ประเมินตัวเองก่อนสอบจริง