แนวข้อสอบ TOEIC
ฝึกทำข้อสอบ TOEIC ออนไลน์ฟรี ครอบคลุมพาร์ทจำลอง Listening, Reading Comprehension, Grammar และ Vocabulary จำนวน 30 ข้อ พร้อมอธิบายเฉลยและเทคนิคอัปคะแนน
[Simulated Audio] Man: 'When is the final report due?'
[Simulated Audio] Woman: 'Would you like the window seat or the aisle seat?'
[Simulated Audio] Man: 'Why didn't anyone tell me the meeting was canceled?'
[Simulated Audio] Woman: 'How long does the flight to Tokyo take?'
[Simulated Audio - Short Talk] 'Attention all passengers on flight 402 to Paris. Your departure gate has been changed to Gate 15. Please proceed to Gate 15 immediately.' Question: What is the main purpose of this announcement?
(0/5 ข้อในหน้านี้)
ติวเข้ม แนวข้อสอบ TOEIC พร้อบทวิเคราะห์และเทคนิคอัปคะแนน
คู่มือเตรียมตัวสอบ TOEIC ฉบับสมบูรณ์ เจาะลึกโครงสร้างข้อสอบ สไตล์แกรมม่าที่ออกบ่อย พร้อมเคล็ดลับทำข้อสอบให้ทันเวลา
1. เจาะลึกการสอบ TOEIC คืออะไร และสำคัญอย่างไรในยุคนี้?
TOEIC ย่อมาจาก Test of English for International Communication เป็นแบบทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจหรือการทำงานโดยเฉพาะ ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากองค์กรบริษัทและหน่วยงานราชการทั่วโลก ในประเทศไทย การมีผลคะแนน TOEIC กลายเป็น ใบเบิกทางที่สำคัญ ในการสมัครงาน การปรับเงินเดือน หรือเลื่อนตำแหน่ง
หลายคนอาจสงสัยว่าการ สอบ TOEIC แตกต่างจาก TOEFL หรือ IELTS อย่างไร? คำตอบก็คือ TOEIC จะเน้นไปที่ทักษะภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวันและที่สถานประกอบการ เช่น การอ่านอีเมล การฟังประกาศในที่สาธารณะ การติดต่อเจรจาธุรกิจเบื้องต้น ซึ่งจะไม่ลงลึกถึงภาษาเชิงวิชาการ (Academic English) เหมือนกับการสอบอื่นๆ ที่มักใช้เพื่อการศึกษาต่อ
ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังมองหางานแรก หรือคนทำงานที่ต้องการย้ายงานเพื่อความก้าวหน้า ผลคะแนนสอบ TOEIC ในระดับที่น่าพอใจ (โดยทั่วไปองค์กรใหญ่ๆ มักตั้งเกณฑ์ขั้นต่ำไว้ที่ 550 - 650 คะแนนขึ้นไป) จะช่วยเพิ่ม โอกาสและความโดดเด่น ให้กับ Resume ของคุณได้อย่างแน่นอน
2. โครงสร้างและรูปแบบข้อสอบ TOEIC ฉบับอัปเดต (Redesigned TOEIC)
การสอบ TOEIC ที่เราคุ้นเคยกันดีคือรูปแบบ Listening and Reading Test ซึ่งเป็นข้อสอบแบบปรนัย (Multiple-choice) มีจำนวนทั้งหมด 200 ข้อ คะแนนเต็ม 990 คะแนน โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักหลัก ดังนี้:
ส่วนที่ 1: การฟัง (Listening Comprehension)
ข้อสอบในส่วนนี้มีจำนวน 100 ข้อ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที มีคะแนนตั้งแต่ 5 ถึง 495 คะแนน โดยวัดความสามารถในการเข้าใจภาษาอังกฤษพูดผ่านรูปแบบสำเนียงต่างๆ (อเมริกัน, อังกฤษ, แคนาดา และออสเตรเลีย) ประกอบด้วย 4 พาร์ท:
- Part 1: Photographs (ภาพถ่าย) ทดสอบการฟังคำอธิบายและเลือกประโยคที่สอดคล้องกับภาพมากที่สุด (เทคนิคคือการสังเกตคำกริยาแสดงอาการและตำแหน่งสิ่งของ)
- Part 2: Question-Response (ถาม-ตอบ) ฝึกการโต้ตอบ ฟังคำถามสั้นๆ แล้วเลือกว่าคำตอบใดเหมาะสมที่สุด (ต้องแม่นยำเรื่อง Wh- Question words)
- Part 3: Conversations (บทสนทนา) ฟังการพูดคุยระหว่างคน 2-3 คน แล้วตอบคำถาม 3 ข้อต่อหนึ่งบทสนทนา (ควรใช้เวลาอ่านคำถามก่อนล่วงหน้าเสมอ)
- Part 4: Short Talks (บทพูดเดี่ยว) ซึ่งอาจเป็นการประกาศข่าว พยากรณ์อากาศ หรือวิทยุรายการสั้นๆ แล้วตอบคำถาม 3 ข้อเช่นเดียวกัน
ส่วนที่ 2: การอ่าน (Reading Comprehension)
ข้อสอบในส่วนนี้มีคะแนน 5 ถึง 495 คะแนนเช่นกัน มี 100 ข้อ แต่ต้องทำให้เสร็จภายใน 75 นาที ถือเป็นพาร์ทที่ "แข่งขันกับเวลา" เป็นอย่างมาก ประกอบด้วย 3 พาร์ทย่อย:
- Part 5: Incomplete Sentences (เติมคำในช่องว่าง) ทดสอบ ไวยากรณ์ (Grammar) และคำศัพท์ (Vocabulary) พาร์ทนี้ต้องทำเวลาให้เร็วที่สุด ไม่ควรใช้เวลาเกินข้อละ 20-30 วินาที
- Part 6: Text Completion (เติมคำในบทความ) คล้ายกับพาร์ท 5 แต่เป็นรูปแบบมาในบริบทจดหมาย หรือประกาศ ซึ่งจะมีการทดสอบให้เติม "ประโยค" ลงในช่องว่างด้วยเนื้อหาที่เชื่อมโยงกัน
- Part 7: Reading Comprehension (การอ่านจับใจความ) แบ่งเป็น Single Passage (บทความเดี่ยว), Double Passages (บทความคู่), และ Triple Passages (บทความสามชิ้น) ทดสอบทักษะการ Skimming และ Scanning การค้นหาข้อมูลเฉพาะ เช่น กำหนดการส่งงาน ราคาสินค้า เป็นต้น
3. เคล็ดลับเพิ่มคะแนน และเทคนิคทำข้อสอบให้ทันเวลา
หลายคนที่เคยไปสอบคงคุ้นเคยกับประสบการณ์ "ทำพาร์ท Reading ไม่ทัน" แล้วต้องเดาคำตอบในช่วง 10-20 ข้อสุดท้าย ดังนั้น การบริหารจัดการเวลาจึงเป็นดั่งหัวใจสำคัญของการสอบ TOEIC มาดูเทคนิคที่จะช่วยคุณอัปคะแนนกันครับ
3.1 เทคนิคสำหรับ Listening Comprehension
กฏเหล็กคือ อย่ามัวแต่เสียดายข้อที่ฟังไม่ทัน ทันทีที่เสียงสำหรับข้อนั้นจบลง ถ้ายังไม่ได้คำตอบควรเดาในสิ่งที่คุณคิดว่าใช่ที่สุด แล้วใช้สมาธิที่เหลืออ่านโจทย์และตัวเลือกของข้อถัดไปล่วงหน้า หากคุณปล่อยให้ตัวเองคิดค้างไว้ คุณจะพลาดข้อต่อไปเป็นโดมิโน่ ใน Part 3 และ Part 4 การ กวาดสายตาอ่านคำถามและตัวเลือกล่วงหน้า (Skim reading) จะช่วยให้สมองสร้าง Focus และคอยจับ Keyword เมื่อเสียงดังขึ้น
3.2 แม่นยำโครงสร้าง (Grammar & Parts of Speech) ใน Part 5
ข้อสอบใน Part 5 ประมาณครึ่งหนึ่งจะออกแบบมาให้คุณตอบได้ภายใน 10 วินาที โดยไม่ต้องแปลความหมายทั้งประโยค หากคุณแม่นเรื่อง Parts of Speech (ชนิดของคำ) เช่น หลัง adjective ต้องเป็น noun, หลัง preposition ตามด้วย noun หรือ V.ing เทคนิคนี้จะช่วยประหยัดเวลาอย่างมหาศาลเพื่อเอาไปใช้ใน Part 7 แทน
3.3 การจัดการเวลาใน Part 7 (Reading Comprehension)
บทความท้ายๆ จะยาวและซับซ้อนมาก เทคนิคที่ติวเตอร์ส่วนใหญ่แนะนำคือ อย่าอ่านบทความตั้งแต่ต้นจนจบ ให้ข้ามไปอ่าน คำถาม ก่อน ว่าโจทย์ต้องการหาคำตอบประเภทใด เช่น วันที่ ชื่อคน ตัวเลข หรือสาเหตุ แล้วเลื่อนสายตาไป Scan หาเฉพาะ Keyword นั้นในบทความ อีกกลยุทธ์หนึ่งคือการเริ่มทำข้อสอบจากด้านหลัง (หรือทำ Double/Triple Passages ก่อน) ในขณะที่สมองยังสดใสอยู่
3.4 การจำลองสถานการณ์จริง
การทำแบบฝึกหัดที่บ้านกับการนั่งสอบจริงนาน 2 ชั่วโมงต่อเนื่องกันนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ควรจัดเวลาฝึกทำแนวข้อสอบ (Practice Tests) แบบจับเวลาจริง สวมหน้ากากอนามัย และเปิดเสียงลำโพง (ห้ามใส่หูฟัง) เพื่อจำลองบรรยากาศสภาพแวดล้อมศูนย์สอบให้สมจริงที่สุด
4. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสอบ (TOEIC FAQs)
สำหรับผู้เตรียมตัวสอบ บางครั้งเรื่องระเบียบการสอบก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน มาดูคำถามฮิตที่พบบ่อยกันครับ
ผลคะแนน TOEIC มีอายุกี่ปี?
ผลคะแนนสอบ TOEIC มีอายุการใช้งาน 2 ปี นับจากวันที่เข้ารับการทดสอบ เมื่อผลคะแนนหมดอายุ องค์กรและบริษัทต่างๆ จะไม่รับพิจารณาผลคะแนนนั้นอีกต่อไป ต้องทำการสอบใหม่เพื่ออัปเดตระดับความรู้ภาษาอังกฤษปัจจุบันของคุณ
ควรตั้งเป้าคะแนนเท่าไรสำหรับการยื่นสมัครงาน?
แม้ว่าระดับคะแนน 500-550 จะเพียงพอสำหรับการผ่านเกณฑ์ในหลายๆ สายงานทั่วไป แต่ในปัจจุบันการแข่งขันในตลาดแรงงานสูงขึ้น หากคุณต้องการสมัครงานในสายอาชีพที่มีการแข่งขันสูง เช่น สายการบิน (พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน), บริษัทข้ามชาติ, อุตสาหกรรมปิโตรเคมี หรือสายงานที่ต้องติดต่อต่างประเทศโดยตรง ควรทำคะแนนให้ได้อย่างน้อย 650 - 750 คะแนนขึ้นไป จึงจะถือว่าโดดเด่นและมีโอกาสเข้ารอบสัมภาษณ์สุง
เครื่องเขียนอะไรที่อนุญาตให้นำเข้าห้องสอบได้บ้าง?
ศูนย์สอบจะ เตรียมดินสอ 2B ยางลบ และปากกาไว้ให้บนโต๊ะสอบเสมอ ผู้เข้าสอบ ห้ามนำอุปกรณ์เครื่องเขียนส่วนตัว รวมถึงนาฬิกาทุกชนิด (ทั้งดิจิทัลและอนาล็อก) เข้าห้องสอบเด็ดขาด สิ่งเดียวที่ต้องนำติดตัวเข้าไปคือเอกสารระบุตัวตน เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทางฉบับจริงเท่านั้น