OnlyGroub
สุขภาพ

เครื่องคำนวณ BMI แบบละเอียด (ดัชนีมวลกาย)

คำนวณ BMI เทียบมาตรฐานเอเชียและ WHO พร้อมหา BMR, TDEE, เปอร์เซ็นต์ไขมัน และน้ำหนักเป้าหมาย เพี่อการลดน้ำหนักที่ยั่งยืน

ข้อมูลส่วนตัว
ปี
ซม.
กก.
ดัชนีมวลกาย (BMI)
24.2
น้ำหนักปกติ (Normal)
กำลังโหลดกราฟ…
1018.5253040+
มาตรฐาน WHO
น้ำหนักปกติ
18.5–24.9
มาตรฐานเอเชีย/ไทย
น้ำหนักเกิน (เสี่ยงสูง)
23–24.9
70.0 กก.
น้ำหนัก
170.0 ซม.
ส่วนสูง
~19.8%
ไขมันในร่างกาย
น้ำหนักอุดมคติ
น้ำหนักปกติ (WHO) สำหรับส่วนสูง53.5–72.0 กก.
น้ำหนักปกติ (มาตรฐานเอเชีย)53.5–66.2 กก.
ต้องลดน้ำหนัก (เอเชีย)3.8 กก.
ความต้องการแคลอรี่รายวัน
BMR (ร่างกายต้องการขณะพัก)1,618 kcal
TDEE (รวมกิจกรรม)2,507 kcal
ลดน้ำหนัก (deficit 500)
ลดได้ ~0.5 กก./สัปดาห์
2,007 kcal/วัน
คงน้ำหนัก
2,507 kcal/วัน
เพิ่มกล้ามเนื้อ (surplus 300)
เหมาะสำหรับเสริมสร้างกล้าม
2,807 kcal/วัน
คำแนะนำเบื้องต้น
น้ำหนักปกติตาม WHO แต่เริ่มเสี่ยงตามมาตรฐานเอเชีย ควรเพิ่มกิจกรรมทางกาย ลดน้ำตาลและไขมันอิ่มตัว และติดตามค่า BMI สม่ำเสมอ

* BMI เป็นตัวชี้วัดเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้วัดองค์ประกอบร่างกายโดยตรง ผู้มีกล้ามเนื้อมากอาจมี BMI สูงโดยไม่มีไขมันส่วนเกิน ควรประกอบกับการวัดรอบเอวและปรึกษาแพทย์เพื่อการประเมินสุขภาพที่แม่นยำ

เครื่องคำนวณ BMI คืออะไร — ทำไมคนไทยต้องประเมิน "ความอ้วน" ด้วยเกณฑ์เอเชีย

BMI (Body Mass Index) หรือ ดัชนีมวลกาย ถือเป็นตัวชี้วัดทางการแพทย์ขั้นพื้นฐานที่ใช้ประเมินสภาวะ "อ้วน" หรือ "ผอม" โดยคำนวณจากความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักและส่วนสูง แม้มาตรฐานสากลขององค์การอนามัยโลก (WHO) จะถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่สำหรับประชากรชาวไทย กระทรวงสาธารณสุขและกรมอนามัย แนะนำให้ใช้ เกณฑ์มาตรฐานเอเชีย (Asian Criteria) อย่างเคร่งครัด

ข้อมูลเชิงลึกทางการแพทย์ (Expert Insight) งานวิจัยทางระบาดวิทยาพบว่า คนเอเชียมีสัดส่วนไขมันในร่างกาย (Body Fat) สะสมในช่องท้องมากกว่าคนยุโรป แม้จะมีค่า BMI เท่ากัน ทำให้คนไทยมีความเสี่ยงต่อ กลุ่มโรค NCDs (โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง) เช่น เบาหวานชนิดที่ 2, ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดหัวใจ แม้ตัวเลข BMI จะเพิ่งแตะระดับ 23 ก็ตาม

ตารางเกณฑ์ BMI ดัชนีมวลกาย — เปรียบเทียบ WHO vs มาตรฐานเอเชีย/ไทย

ระดับเกณฑ์ประเมิน WHO (ทั่วโลก) มาตรฐานคนไทย ความเสี่ยงต่อโรค NCDs
น้ำหนักน้อย / ผอม < 18.5 < 18.5 ขาดสารอาหาร, ภูมิคุ้มกันต่ำ, กระดูกพรุน
น้ำหนักปกติ / สุขภาพดี 18.5–24.9 18.5–22.9 ความเสี่ยงต่ำที่สุด (จุดที่ร่างกายสมดุล)
น้ำหนักเกิน / ท้วม 25–29.9 23–24.9 เริ่มเสี่ยงเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, ไขมันพอกตับ
โรคอ้วนระดับ 1 (อ้วน) 30–34.9 25–29.9 เสี่ยงสูงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ และข้อเข่าเสื่อม
โรคอ้วนระดับ 2 (อ้วนมาก) 35–39.9 30 ขึ้นไป อันตรายขั้นวิกฤต เสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)
โรคอ้วนระดับ 3 (อ้วนอันตราย) ≥ 40 ≥ 40 ความเสี่ยงรุนแรง แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางทันที

BMR และ TDEE คืออะไร? กุญแจสำคัญสู่การลดความอ้วนที่ยั่งยืน

การรู้แค่ค่า BMI ไม่เพียงพอต่อการลดน้ำหนัก ร่างกายของมนุษย์มีกลไกการเผาผลาญพลังงาน (Metabolism) ที่วัดค่าได้ 2 ตัวหลัก ซึ่งคุณจำเป็นต้องรู้เพื่อจัด Calorie Deficit (การกินให้น้อยกว่าที่ใช้) ให้ถูกต้อง:

BMR (Basal Metabolic Rate)

อัตราการเผาผลาญพลังงานพื้นฐาน: คือแคลอรี่ขั้นต่ำสุดที่ร่างกายต้องการ เพียงเพื่อมีชีวิตรอดขณะพักผ่อน (ใช้หายใจ, สูบฉีดเลือด, ซ่อมแซมเซลล์) โดยไม่มีการขยับตัวใดๆ

สูตร Mifflin-St Jeor (แม่นยำที่สุด)
  • 👨 ชาย: (10 × kg) + (6.25 × cm) − (5 × อายุ) + 5
  • 👩 หญิง: (10 × kg) + (6.25 × cm) − (5 × อายุ) − 161

⚠️ กฎเหล็ก: ห้ามอดอาหารจนกินน้อยกว่าค่า BMR เด็ดขาด เพราะจะทำให้ระบบเผาผลาญพัง (Metabolic Adaptation) และเกิดโยโย่เอฟเฟกต์ (Yoyo Effect)

TDEE (Total Daily Energy Expenditure)

พลังงานที่ใช้ทั้งหมดในแต่ละวัน: คือค่า BMR ที่ถูกคูณด้วย Activity Multiplier (ระดับการขยับร่างกายและการออกกำลังกาย) นี่คือ เป้าหมายแคลอรี่สูงสุด ที่คุณกินได้โดยที่น้ำหนักไม่ขึ้น

  • กินน้อยกว่า TDEE (-500 kcal): น้ำหนักลดลง (ลดไขมัน) ดึงไขมันสะสมมาใช้
  • กินเท่ากับ TDEE: น้ำหนักคงที่ (รักษารูปร่าง)
  • กินมากกว่า TDEE: น้ำหนักพุ่ง (ไขมันสะสมเพิ่ม)
💡 คิดภาพตามง่ายๆ: ข้าวกะเพราหมูกรอบไข่ดาว 1 จาน ล่อไปแล้ว ~700-800 kcal! ถ้า TDEE ของสาวออฟฟิศที่ไม่ได้ออกกำลังกายอยู่แค่ 1,500 kcal การกินกะเพรา 2 มื้อก็เกือบทะลุโควต้าทั้งวันแล้ว นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมอ้วนขึ้นไม่รู้ตัว

เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย (Body Fat) & ภาวะ "อ้วนลงพุง"

คำเตือน: ตัวเลขน้ำหนักบนตาชั่งบอกไม่ได้ว่าคุณมี "ไขมัน" หรือ "กล้ามเนื้อ" บุคคลที่ BMI ปกติ แต่มีเนื้อย้วยๆ พุงป่อง อาจกำลังเผชิญกับภาวะ Skinny Fat (ผอมลงพุง) ซึ่งอันตรายไม่แพ้คนอ้วน เพราะไขมันช่องท้อง (Visceral Fat) เข้าไปเกาะตามตับและอวัยวะภายใน

เกณฑ์เปอร์เซ็นต์ไขมัน (ตามหลักสรีรวิทยา) ผู้ชาย (%) ผู้หญิง (%)
นักกีฬาอาชีพ / เห็นซิกแพคชัดเจน (Essential Fat) 6–13% 14–20%
รูปร่างกระชับแบบคนออกกำลังกาย (Fitness Level) 14–17% 21–24%
ระดับมาตรฐานทั่วไป (Acceptable) 18–24% 25–31%
ภาวะน้ำหนักเกิน ซ่อนรูป (Overweight) 25–30% 32–37%
ภาวะโรคอ้วน / มีความเสี่ยงสูง (Obese) > 30% > 38%

* หมายเหตุ: ค่าเปอร์เซ็นต์ไขมันใน Application นี้ถูกประเมินเบื้องต้นด้วยสูตรสากล Deurenberg Formula ซึ่งใช้ความสัมพันธ์ของ BMI, อายุ และเพศ เพื่อความแม่นยำระดับการแพทย์ ควรตรวจมวลร่างกายด้วย เครื่อง DEXA Scan, InBody (Bioelectrical Impedance), หรือใช้ Caliper วัดชั้นไขมัน

ข้อควรระวัง! ใครบ้างที่เครื่องคิดเลข BMI อาจให้ผลลัพธ์คลาดเคลื่อน?

ดัชนีมวลกายเป็นเพียงการคำนวณแบบ "ตัวเลขหารตัวเลข" (น้ำหนัก/ส่วนสูง²) เครื่องมือนี้ตาบอดต่อองค์ประกอบของร่างกาย (Body Composition) จึงไม่เหมาะจะตัดสินสุขภาพแบบ 100% สำหรับกลุ่มคนต่อไปนี้:

นักเพาะกาย / สายยกเหล็ก
กลุ่มนี้มีมวลกล้ามเนื้อ (Muscle Mass) หนาแน่นมาก ทำให้น้ำหนักเยอะ BMI อาจพุ่งไปโซน 'โรคอ้วนระดับ 2' ทั้งที่เปอร์เซ็นต์ไขมันต่ำมาก สุขภาพแข็งแรงสุดๆ
ผู้สูงอายุ / ผู้ที่มีภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย
ผู้สูงวัยมักสูญเสียกล้ามเนื้อตามวัย (Sarcopenia) ทำให้เมื่อชั่งน้ำหนัก ตัวเลขอาจปกติตามเกณฑ์ BMI แต่อันที่จริงปริมาณไขมันในร่างกาย (Fat Mass) สูงเกินเกณฑ์
เด็กและวัยรุ่น (อายุต่ำกว่า 18)
ร่างกายเด็กกำลังเติบโต จึงต้องแปรผลโดยรอกราฟเทียบเปอร์เซ็นไทล์เทียบกับอายุและเพศ (BMI-for-age Percentile) ไม่สามารถใช้ตารางผู้ใหญ่ได้
สตรีมีครรภ์ หรือ ให้นมบุตร
น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาจากทารก, รก, และน้ำคร่ำ การวัด BMI ในช่วงนี้ไม่มีนัยสำคัญทางการแพทย์ใดๆ ต่อสภาวะความอ้วนของตัวคุณแม่
วัดอะไรเพิ่มดีเพื่อให้ชัวร์ว่าไม่เป็นโรค? (อ้างอิงสสส.)
  • วัดเส้นรอบเอว (Waist Circumference) สัญญาณเตือนอ้วนลงพุงที่แม่นยำ: ผู้ชายไทยเอวต้อง ไม่เกิน 90 ซม. (36 นิ้ว) และผู้หญิงไทย ไม่เกิน 80 ซม. (32 นิ้ว)
  • วัดความดันโลหิตและเจาะเลือด: ป้องกันไตรกลีเซอไรด์สูง, คอเลสเตอรอล, และค่าน้ำตาลสะสม (HbA1c)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ Topic) เกี่ยวกับการลดความอ้วนและดัชนีมวลกาย

BMI ที่เหมาะสมที่สุด สำหรับสรีระคนไทยคือเท่าไหร่?

จากการวิจัยของกรมอนามัย ระบุว่าประชากรไทยควรควบคุมน้ำหนักให้ค่า BMI อยู่ระหว่าง 18.5 – 22.9 กิโลกรัม/ตารางเมตร เพื่อสถิติสุขภาพที่ดีที่สุด และลดภาระการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดในระยะยาว

ค่า BMI 24 ถือว่าอ้วนไหม? ต้องเตรียมรับมือยังไง?

ตามเกณฑ์ยุโรป(WHO) ถือว่ายังปกติแต่อยู่ช่วงบนสุด(ท้วม) แต่หากอิงตามเกณฑ์เอเชีย 您เข้าสู่ภาวะท้วม-อ้วนระดับ 1 แล้ว แนะนำให้เริ่มสังเกตรอบเอวตัวเอง ตัดเครื่องดื่มรสหวาน กาแฟนมไข่มุก และเริ่มออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดินวันละ 30 นาที เพื่อป้องกันการไหลเข้าสู่โซนอันตราย

ทำ IF (Intermittent Fasting) หรือ คีโต (Keto) ลด BMR จริงไหม?

จริงแบบมีเงื่อนไข หากคุณเคร่งเกินไป กินน้อยกว่า BMR นานๆ ร่างกายจะเข้าสู่ 'โหมดเอาชีวิตรอด' (Starvation Mode) โดยการหั่นการเผาผลาญลง และสลายกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงานแทน ทำให้ BMR ต่ำลงเรื่อยๆ พอพ้นเดือนแรกน้ำหนักก็จะไม่ลงแถมยังหิวโหยตลอดเวลา ทางแก้คือกินโปรตีนให้ถึง และเน้นทำ Calorie Deficit ที่พอดี

สูตรลดน้ำหนักเร่งด่วน 10 โลใน 1 เดือน ทำได้ไหม อันตรายหรือไม่?

อันตรายถึงชีวิต และเป็นการลดแบบหลอกไขมัน! น้ำหนักที่หายไปอย่างรวดเร็วมักเป็น 'น้ำ' และ 'กล้ามเนื้อ' ไม่ใช่เซลล์ไขมัน แพทย์และนักโภชนาการแนะนำการลดน้ำหนักที่ยั่งยืนคือสัปดาห์ละไม่เกิน 0.5 - 1.0 กิโลกรัม (ประมาณ 2-4 กิโลกรัมต่อเดือน) เพื่อป้องกันการแตกลายของผิวหนังและภาวะโยโย่

Action Plan: เปลี่ยนหุ่นพังให้ปัง ทำยังไงให้ BMI กลับมาเพอร์เฟกต์?

ไม่ใช่แค่การวิ่งจนเหนื่อยหอบ หรืออดข้าวเย็นจนหน้ามืด นี่คือ 6 เสาหลัก (Pillars of Fat Loss) ที่จะทำให้คุณบอกลารอบเอวห่วงยางอย่างถาวร นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง:

จัดทำ Calorie Deficit
กฎทองข้อแรกของการลดความอ้วน คำนวณ TDEE แล้วกินให้น้อยกว่าที่ใช้ 300–500 แคลอรีต่อวัน อย่าเกินนี้เพราะโยโย่จะถามหา
เพิ่มโปรตีน พิทักษ์กล้ามเนื้อ
โปรตีนช่วยให้อิ่มนานและใช้พลังงานย่อยสูง (TEF) ควรทานไข่ต้ม อกไก่ เต้าหู้ เทมเป้ อัตราส่วน 1.5 - 2.0 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กก.
Weight Training สร้างเตาเผา
การยกเวท ดึงข้อยางยืด บอดี้เวท สัปดาห์ละ 2-3 วัน เพื่อสร้างมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งทำตัวเหมือนเครื่องยนต์ V8 ที่ช่วยเผาแคลอรีแม้ตอนคุณหลับ
NEAT: ขยับเปลี่ยนชีวิต
การทำตัวให้แอคทีฟระหว่างวัน (เดินขึ้นบันได, ลุกยืนทำงาน, กวาดบ้าน) เผาผลาญแคลอรีรวมต่อสัปดาห์ได้มากกว่าการไปฟิตเนส 1 ชั่วโมงเสียอีก
มหัศจรรย์แห่งการนอน
นอนหลับลึก 7–8 ชั่วโมง ช่วยลดฮอร์โมนเครียด (Cortisol) ซึ่งควบคุมให้ร่างกายไม่กักเก็บไขมันหน้าท้อง และหลั่ง Growth Hormone ซ่อมร่างกาย
กินน้ำดับความหิวหลอก
สมองเรามักสับสนระหว่าง 'หิวน้ำ' กับ 'หิวข้าว' หากหิวกลางดึก ลองดื่มน้ำเปล่าแก้วใหญ่ 1 แก้ว รอ 15 นาที อาการหิวโหยจะลดลงอย่างน่าประหลาดใจ
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์ (Medical Disclaimer): ข้อมูลและการประมวลผลดัชนีมวลกายในเว็บไซต์ OnlyGroub จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลสาธารณสุขเบื้องต้นเท่านั้น ตามข้อกำหนดมาตรฐานสากล (WHO) และเกณฑ์คนไทยของกรมอนามัย ไม่สามารถใช้ทดแทนการวินิจฉัย การตรวจสุขภาพ หรือการให้คำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หากตัวเลขชี้วัดแสดงภาวะวิกฤต โปรดเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทางด้านต่อมไร้ท่อและโภชนาการ

เครื่องคำนวณสุขภาพที่เกี่ยวข้อง