OnlyGroub
ราชการ 30 ข้อ

แนวข้อสอบครูผู้ช่วย (ภาค ก และ ภาค ข)

ข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย สพฐ. ออนไลน์ฟรี ครอบคลุมวิชาความรู้ทั่วไป กฎหมายการศึกษา วิชาชีพครู และข้อสอบจำลองวิชาเอก 30 ข้อ พร้อมเทคนิคสอบติดรอบทั่วไป

ความรู้ความสามารถทั่วไปและกฎหมาย (ภาค ก) มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ (ภาค ข) ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิชาเอก (จำลอง)
ความคืบหน้า0 / 30 ข้อ
1ความรู้ความสามารถทั่วไปและกฎหมาย (ภาค ก)

ข้อใดคือความหมายของ 'การศึกษา' ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

2ความรู้ความสามารถทั่วไปและกฎหมาย (ภาค ก)

การจัดการศึกษาในประเทศไทย แบ่งออกเป็นกี่รูปแบบ

3ความรู้ความสามารถทั่วไปและกฎหมาย (ภาค ก)

องค์กรใดมีหน้าที่ออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู

4ความรู้ความสามารถทั่วไปและกฎหมาย (ภาค ก)

ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู มีอายุการใช้งานกี่ปี

5ความรู้ความสามารถทั่วไปและกฎหมาย (ภาค ก)

การศึกษาภาคบังคับของประเทศไทย กำหนดไว้กี่ปี

หน้า 1 / 6
(0/5 ข้อในหน้านี้)

เจาะลึกทุกประเด็น แนวข้อสอบครูผู้ช่วย แบบหมดเปลือก

สุดยอดคู่มือเตรียมตัวสอบบรรจุข้าราชการครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. ทำความเข้าใจโครงสร้าง ภาค ก. และ ภาค ข. เล็งจุดออกข้อสอบบ่อย พร้อมกลยุทธ์สอบติดรอบทั่วไป

1. การสอบบรรจุครูผู้ช่วย (สพฐ.) คืออะไร และสำคัญอย่างไร?

การสอบครูผู้ช่วย หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ถือเป็นสนามสอบที่ได้รับความสนใจสูงสุดและมีผู้เข้าสอบจำนวนหลักแสนคนในแต่ละปี

ทำไมถึงต้องมีการสอบบรรจุ? การสอบนี้เปรียบเสมือนตะแกรงร่อนผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ทั้งในด้านวิชาการ (วิชาเอก) ด้านการเป็นครู (วิชาการศึกษา) และด้านความพร้อมทางจิตวิทยา เพื่อให้ประเทศชาติได้บุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณภาพเข้าไปสอนและพัฒนาเยาวชนของชาติ โดยผู้ที่สอบผ่านเกณฑ์และได้รับการเรียกบรรจุ จะได้รับสวัสดิการข้าราชการเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล บำเหน็จบำนาญ สวัสดิการค่าเล่าเรียนบุตร และความก้าวหน้าในสายวิทยฐานะ

ในการสอบรอบทั่วไปนั้น เงื่อนไขที่สำคัญที่สุดคือ ผู้สมัครสอบจำเป็นจะต้องมี ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือใบอนุญาตปฏิบัติการสอน ที่ออกโดย คุรุสภา จึงจะมีสิทธิ์ยื่นใบสมัครได้ (ยกเว้นบางวิชาเอกที่ประกาศเปิดกว้างเป็นกรณีพิเศษตามมติ ก.ค.ศ.)

2. โครงสร้างข้อสอบและเกณฑ์การให้คะแนน (ภาค ก. และ ภาค ข.)

การสอบครูผู้ช่วยนั้นแบ่งการประเมินออกเป็น 3 ภาคหลักๆ ซึ่งผู้เข้าสอบจะต้องสอบผ่าน ภาค ก และ ภาค ข ให้ได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ของแต่ละภาค จึงจะมีสิทธิ์เข้าสู่การประเมินใน ภาค ค ต่อไป

ภาค ก: ความรู้ความสามารถทั่วไป (200 คะแนน)

ภาคนี้มีจุดประสงค์เพื่อวัดความรู้พื้นฐานและทักษะที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติราชการ คล้ายคลึงกับการสอบ ก.พ. แต่เพิ่มเติมเนื้อหาเกี่ยวกับวิชาชีพครูเข้าไปด้วย แบ่งเป็น 3 ส่วนย่อย:

  • ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ (100 คะแนน) วัดทักษะคณิตศาสตร์ (คิดวิเคราะห์เชิงปริมาณ/ข้อมูล) ภาษาไทย (คิดวิเคราะห์เชิงภาษา) และตรรกะศาสตร์พื้นฐาน
  • ทักษะภาษาอังกฤษ (50 คะแนน) ทดสอบทักษะการอ่านทำความเข้าใจความหมาย (Reading Comprehension) คำศัพท์ (Vocabulary) และไวยากรณ์เบื้องต้น (Grammar) ที่ใช้ในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน
  • ความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี (50 คะแนน) ทดสอบ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และจรรยาบรรณของการเป็นข้าราชการ พาร์ทนี้เน้นความจำและความเข้าใจตัวบทกฎหมาย

ภาค ข: มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ (200 คะแนน)

นี่คือข้อสอบปราบเซียน เพราะเป็นเนื้อหาเฉพาะทางวิชาชีพที่เรียนมาตลอด 4-5 ปี แบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก:

  • วิชาการศึกษา (75 คะแนน) ครอบคลุมเนื้อหาจิตวิทยาการศึกษา หลักสูตรและการสอน การจัดทำแผนการเรียนรู้ การวัดและการประเมินผล ไปจนถึงการวิจัยในชั้นเรียน ซึ่งคำถามมักจะเป็นโจทย์ที่ต้องอาศัย การวิเคราะห์สถานการณ์จำลอง (Scenario-based)
  • มาตรฐานความรู้ทั่วไปและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (25 คะแนน) เจาะลึก พ.ร.บ. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา, พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ, การคุ้มครองเด็ก และเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะ (ว.PA)
  • ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิชาเอก (100 คะแนน) ข้อสอบส่วนนี้จะเจาะลึกตามสาขาวิชาเอกที่คุณสมัครสอบ เช่น เอกคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ปฐมวัย หรือภาษาไทย ถือเป็นด่านวัดกึ๋นเพียวๆ ของแต่ละคน

3. เทคนิคเตรียมตัวสอบภาค ก และ ภาค ข ให้ผ่านฉลุย

สถิติการสอบครูผู้ช่วยในแต่ละปี มีผู้ที่สอบผ่านเกณฑ์ 60% ทั้งสองภาคเพียงแค่ประมาณ 10-15% เท่านั้น การอ่านหนังสือรวดเดียวโดยไม่มีแบบแผนจึงไม่ตอบโจทย์ ขอแนะนำเทคนิคกลยุทธ์การทำข้อสอบดังนี้:

3.1 จัดตารางอ่านวิชาการศึกษาคู่กับกฎหมาย

เนื้อหาวิชาการศึกษา (เช่น ทฤษฎีของ Piaget, Skinner) เป็นเนื้อหาที่ต้องอาศัยความเข้าใจ ในขณะที่เนื้อหากฎหมาย (พ.ร.บ. ต่างๆ) อาศัยการท่องจำและเชื่อมโยงมาตรา ควร จัดตารางแบ่งเวลาอ่านสลับกัน เพื่อไม่ให้สมองล้าจนเกินไป ที่สำคัญ ในส่วนของกฎหมาย ให้อ่านจากฉบับอัปเดตใหม่ล่าสุดเสมอ เพราะมักจะเป็นข้อสอบข้อแรกๆ ที่ใช้หลอกผู้เข้าสอบ

3.2 ฝึกทำแนวข้อสอบภาควิชาชาเอกย้อนหลัง

หลายคนตกม้าตายที่วิชาเอกของตัวเอง เพราะคิดว่าตนเองเชี่ยวชาญอยู่แล้ว ทว่า ข้อสอบบรรจุมักจะนำคีย์เวิร์ดในระดับมหาวิทยาลัยมาปนกับหลักสูตรแกนกลางฯ การหาแนวข้อสอบเก่าปีที่ผ่านมา (โดยเฉพาะของมหาวิทยาลัยที่ได้รับสิทธิ์เป็นผู้ออกข้อสอบในปีนั้นๆ) นำมาแกะรอยดูเทรนด์คำถาม จะช่วยให้ประหยัดเวลาอ่านได้มากกว่าครึ่ง

3.3 อย่าทิ้งวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ (ภาค ก)

ครูผู้ช่วยวิชาเอกอื่นๆ (ที่ไม่ใช่เอกคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ) มักจะยอมแพ้ในสองวิชานี้ตั้งแต่ต้น ซึ่งนั่นคือความเสี่ยงที่สุดเพราะคุณจะเสียคะแนนไปฟรีๆ ถึง 150 คะแนน คุณไม่จำเป็นต้องทำสูตรยากๆ ให้เป็น แต่ให้เน้นเก็บคะแนนในข้อที่ตายตัว เช่น ในคณิตศาสตร์ให้เน้นเรื่อง อนุกรม, พื้นที่, หรือตารางข้อมูล ส่วนภาษาอังกฤษให้เน้นคำศัพท์ (Vocabulary) รูปแบบพื้นฐานที่ใช้บ่อย

4. การประเมิน ภาค ค (สัมภาษณ์และการสาธิตการสอน)

เมื่อผ่านด่านสุดหินในภาค ก และ ภาค ข มาได้แล้ว ด่านสุดท้ายคือ ภาค ค: ความเหมาะสมกับตำแหน่งและวิชาชีพ (100 คะแนน) ซึ่งเป็นรอบของการประเมินประวัติบุคคล แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) และบุคลิกภาพ

ประเมินอะไรบ้างใน ภาค ค?

ในปัจจุบัน รูปแบบการสอบภาค ค. จะแบ่งหลักๆ ออกเป็นการสัมภาษณ์ด้วยวาจา และ การสอบสาธิตการปฏิบัติการสอน (Micro-teaching) คณะกรรมการ (ซึ่งมักประกอบไปด้วยผู้อำนวยการโรงเรียนและศึกษานิเทศก์) จะให้เวลาคุณในการจำลองการสอนจริงในชั้นเรียน (ประมาณ 15-20 นาที)

เทคนิคที่ทำคะแนนได้ดีที่สุดคือ การเขียน แผนการจัดการเรียนรู้ (Lesson Plan) ที่ชัดเจน มีหน้าปก มีจุดประสงค์ตามตัวชี้วัด ใช้สื่อการสอน (เช่น สื่อทำมือ หรือ CAI) ที่ดึงดูดความสนใจ และมีการวัดประเมินผลที่จับต้องได้ รวมไปถึงการควบคุมน้ำเสียง แววตา และบุคลิกภาพของการเป็นครูที่น่าศรัทธา ไม่ใช่นักวิชาการที่มาบรรยายเพียงอย่างเดียว

เมื่อผ่านภาค ค. แล้ว คะแนนทั้งหมดจะถูกนำมาเรียงลำดับจากสูงไปต่ำ (รวมคะแนน ภาค ก, ข และ ค) เพื่อขึ้นบัญชีไว้เป็นเวลา 2 ปี และจะมีการเรียกบรรจุเข้าปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนต่างๆ ตามลำดับจนกว่าบัญชีจะหมดอายุ