ถ้าคุณเคยลองลดน้ำหนักแล้วไม่ได้ผล หรือลดแล้วแต่พักยกปุ๊บโย-โยกลับมา สาเหตุหนึ่งที่เป็นไปได้คือคุณอาจยังไม่รู้ค่า TDEE ของตัวเอง
TDEE คืออะไร
TDEE (Total Daily Energy Expenditure) คือพลังงานรวมทั้งหมดที่ร่างกายใช้ต่อวัน ทั้งในขณะพักและขณะออกกำลังกาย
ถ้าคุณกินแคลอรีเท่ากับ TDEE → น้ำหนักคงที่
ถ้ากินน้อยกว่า TDEE → น้ำหนักลด
ถ้ากินมากกว่า TDEE → น้ำหนักขึ้น
TDEE ประกอบด้วยอะไรบ้าง
1. BMR (Basal Metabolic Rate)
พลังงานที่ร่างกายใช้ขณะพักนิ่งๆ เช่น การเต้นของหัวใจ การหายใจ ประมาณ 60-70% ของ TDEE
2. TEF (Thermic Effect of Food)
พลังงานที่ใช้ในการย่อยอาหาร ประมาณ 10% ของแคลอรีที่กินเข้าไป
3. EAT (Exercise Activity Thermogenesis)
พลังงานที่ใช้ในการออกกำลังกายตั้งใจ เช่น วิ่ง เล่นยิม
4. NEAT (Non-Exercise Activity Thermogenesis)
พลังงานที่ใช้ในกิจกรรมประจำวันที่ไม่ใช่การออกกำลังกาย เช่น เดิน ล้างจาน ขยับตัว — นี่คือส่วนที่หลายคนมองข้าม!
ตัวคูณปรับตาม Activity Level
| ระดับ | นิยาม | ตัวคูณ |
|---|---|---|
| Sedentary | นั่งทำงาน แทบไม่ออกกำลังกาย | × 1.2 |
| Lightly Active | ออกกำลังกายเบาๆ 1-3 วัน/สัปดาห์ | × 1.375 |
| Moderately Active | ออกกำลังกายปานกลาง 3-5 วัน/สัปดาห์ | × 1.55 |
| Very Active | ออกกำลังกายหนัก 6-7 วัน/สัปดาห์ | × 1.725 |
| Extra Active | งานหนักมาก + ออกกำลังกายสองรอบ | × 1.9 |
ตัวอย่าง
คนชาย อายุ 30 ปี น้ำหนัก 80 กก. สูง 175 ซม. ออกกำลังกายเบาๆ 2 วัน/สัปดาห์
- BMR (สูตร Mifflin-St Jeor) ≈ 1,845 kcal
- TDEE = 1,845 × 1.375 ≈ 2,537 kcal/วัน
ถ้าต้องการลดน้ำหนัก ควรกิน 2,037-2,237 kcal/วัน (ลด 300-500 kcal จาก TDEE)
ทำไมการลดน้อยกว่า 500 kcal ดีกว่า?
การลดแบบสุดโต่ง (กิน 1,000 kcal ต่อวัน) อาจทำให้ร่างกายรู้สึกอด → ลด BMR → หยุดลดน้ำหนัก → กลับมากินเยอะโย-โย
การลดแบบ sustain ได้คือลด 300-500 kcal จาก TDEE เพื่อลดน้ำหนักประมาณ 0.3-0.5 กก./สัปดาห์
ลองคำนวณ TDEE ของคุณ ได้เลย พร้อมแนะนำจำนวนแคลอรีที่ควรกินต่อวัน