คนที่กู้บ้านอยู่แล้วแล้วอยากซื้อรถเพิ่ม หรือพลิกกัน ซื้อรถก่อนแล้วมาขอกู้บ้านทีหลัง มักเจอคำถามเดียวกันว่าจะรับภาระได้ไหว คำตอบไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขรวม แต่อยู่ที่สัดส่วนต่อเดือน
ตัวเลขที่แบงก์ใช้
ธนาคารส่วนใหญ่ดูอัตราส่วนหนี้ต่อรายได้ (Debt-to-Income Ratio หรือ DTI) ไม่เกิน 40–45% ของรายได้ต่อเดือน ดังนั้นถ้าเงินเดือน 50,000 บาท ค่างวดรวมทุกก้อนไม่ควรเกิน 20,000–22,500 บาทต่อเดือน
ลองคำนวณค่างวดบ้านก่อนที่ เครื่องคำนวณผ่อนบ้าน แล้วเอาตัวเลขที่ได้มาบวกกับค่างวดรถใน เครื่องคำนวณผ่อนรถ จะเห็นทันทีว่ารวมกันแล้วอยู่ในเกณฑ์หรือเปล่า
ควรกู้อะไรก่อน
ถ้าเลือกได้ กู้บ้านก่อนเสมอ เหตุผลไม่ซับซ้อน ดอกเบี้ยบ้านต่ำกว่ารถ และเครดิตบูโรที่สะอาดทำให้ได้อัตราดอกเบี้ยบ้านที่ดีกว่า
ถ้ากู้รถก่อนแล้วค่อยมาขอกู้บ้าน แบงก์จะเห็นภาระหนี้รถอยู่แล้ว วงเงินกู้บ้านที่ได้อาจลดลง หรือบางทีอนุมัติยาก
แต่ในชีวิตจริง หลายคนไม่ได้มีลำดับนี้ มีรถอยู่แล้วแล้วมาซื้อบ้าน ก็แค่ต้องคำนวณให้ชัดว่าพอรับได้ไหม
ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติเงินเดือน 60,000 บาท
- ผ่อนบ้าน 15,000 บาท/เดือน
- ผ่อนรถ 7,500 บาท/เดือน
- รวม = 22,500 บาท คิดเป็น 37.5% ของเงินเดือน ยังอยู่ในเกณฑ์
แต่ถ้าชีวิตมีค่าใช้จ่ายประจำอื่น เช่น ลูก ค่าเทอม ค่ารักษาพ่อแม่ ตัว 37.5% นั้นอาจตึงมากในทางปฏิบัติ แนะนำไม่เกิน 30% ถ้าต้องการมีเงินเหลือออม
ดอกเบี้ยทั้งสองก้อนต่างกันเยอะ
บ้านดอกเบี้ย Effective Rate ประมาณ 3–6% และลดลงเรื่อยๆ ตามยอดคงเหลือ
รถดอกเบี้ย Flat Rate ประมาณ 2–3% แต่คิดจากเงินกู้ต้นตลอด ถ้าแปลงเป็น Effective Rate จริงๆ อยู่ที่ประมาณ 5–6%
เงินต้นก้อนไหนที่มีดอกเบี้ยแท้จริงสูงกว่า ถ้าโปะก่อนได้ควรทำ ในกรณีนี้รถบ้านใกล้เคียงกัน แต่ถ้ารถมีดอกเบี้ย Flat สูง เช่น 3.5–4% การโปะรถก่อนคุ้มกว่า
ภาษีที่เชื่อมกับหนี้สองก้อน
ดอกเบี้ยบ้านลดหย่อนภาษีได้สูงสุดปีละ 100,000 บาท ถ้ามีรายได้สูงพอที่จะเสียภาษี 20–25% ค่าลดหย่อนนี้มีมูลค่าจริงถึง 20,000–25,000 บาทต่อปี
ลองดูก่อนว่าปีนี้รายได้เท่าไหร่ เสียภาษีในอัตราไหน ที่ เครื่องคำนวณภาษีเงินได้ จะเห็นชัดว่าค่าลดหย่อนดอกเบี้ยบ้านช่วยประหยัดเท่าไหร่จริงๆ ก่อนที่จะคิดว่าควรโปะหรือนำเงินไปออมแทน
โปะต้นหรือออมเพิ่ม
คำถามคลาสสิกที่ไม่มีคำตอบเดียว ขึ้นอยู่กับว่าดอกเบี้ยกู้บ้านกับผลตอบแทนจากการออมอยู่ที่เท่าไหร่
ถ้าดอกเบี้ยบ้านปัจจุบัน 5.5% ต่อปี และกองทุนที่ดูอยู่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 7–8% ต่อปี การออมและลงทุนก็อาจคุ้มกว่าโปะ แต่ถ้าดอกเบี้ยบ้านสูง 6–7% และไม่มีแรงใจลงทุนตลาดหุ้น โปะบ้านเป็นการ “ลงทุน” ที่ผลตอบแทนแน่นอน
ลองเปรียบเทียบตัวเลขที่ เครื่องคำนวณดอกเบี้ยทบต้น ใส่เงินออมรายเดือนแล้วดูว่าในระยะเวลาเดียวกันกับที่ผ่อนบ้านอยู่ เงินจะโตแค่ไหน
สัญญาณที่บอกว่าหนี้สองก้อนหนักเกินไป
- เงินเดือนออกแล้วค่างวดหมดเกิน 45% ทันที
- ต้องใช้บัตรเครดิตหมุนค่าใช้จ่ายประจำ
- ไม่มีเงินออมเพิ่มมา 6 เดือนแล้ว
- ต้องรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อเอาเงินมาจ่ายรถ
ถ้ามีสัญญาณใดสัญญาณหนึ่ง ควรนั่งคำนวณใหม่ก่อนว่าตรงไหนที่ตัดได้ ไม่ใช่รอให้ตึงมือก่อนแล้วค่อยแก้