หลายคนเริ่มขายของออนไลน์ระหว่างทำงานประจำ บางคนรายได้เสริมเดือนละ 5,000 บางคนทำถึงหลักหมื่น แต่พอถึงเวลายื่นภาษีก็เริ่มงงว่า รายได้ส่วนนี้ต้องแจ้งด้วยไหม บอกตรงๆ ว่าต้องแจ้ง และถ้าไม่แจ้งมีโอกาสโดนย้อนหลังได้
รายได้เสริมออนไลน์อยู่ใน “ประเภทอะไร” ของกรมสรรพากร
กรมสรรพากรแบ่งรายได้เป็น 8 ประเภท (40(1) ถึง 40(8)) สำหรับคนทำงานประจำที่มีรายได้เสริม มักจะเจอสองแบบหลัก
รายได้จากการขายสินค้า (40(8)) เช่น ขายของผ่าน Shopee, Lazada, TikTok Shop, Facebook ซื้อมาขายไป หรือทำเองขาย หักค่าใช้จ่ายได้ 60% ของรายได้
รายได้จากการรับจ้าง (40(2)) เช่น ฟรีแลนซ์ รับออกแบบ ถ่ายรูป เขียนคอนเทนต์ หักค่าใช้จ่ายได้ 50% ของรายได้ สูงสุด 100,000 บาทรวมกับเงินเดือน
ความแตกต่างสำคัญตรงอัตราค่าใช้จ่ายที่หักได้ ถ้าขายสินค้าหักได้มากกว่า แต่ถ้าทำสองอย่างรวมกันต้องแยกคำนวณ
คำนวณอย่างไรเมื่อมีสองแหล่งรายได้
ขั้นตอนจริงๆ
เงินเดือนทั้งปีรวม + รายได้เสริมทั้งปี = รายได้รวม
แล้วค่อยหักค่าใช้จ่ายตามประเภท จากนั้นหักค่าลดหย่อน แล้วเอาเงินได้สุทธิไปคิดภาษีขั้นบันได
ตัวอย่างให้เห็นชัด: เงินเดือน 360,000 บาทต่อปี มีรายได้ขายของออนไลน์อีก 120,000 บาท
- หักค่าใช้จ่ายเงินเดือน 50% = 100,000 บาท (จำกัดสูงสุด)
- หักค่าใช้จ่ายขายของ 60% = 72,000 บาท
- หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
- หักประกันสังคม ~9,000 บาท
- เงินได้สุทธิ ≈ 239,000 บาท → ภาษีราว 4,450 บาท
ลองใส่ตัวเลขจริงของตัวเองเข้าไปคำนวณได้ที่ เครื่องคำนวณภาษีเงินได้ ระบุประเภทรายได้ได้หลายก้อนในครั้งเดียว
ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายมาแล้ว ยังต้องทำอะไรอีก
ลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลมักหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ก่อนโอนเงิน นั่นหมายความว่าตัวเลขในบัญชีที่ได้รับจริงน้อยกว่ายอดในใบแจ้งหนี้
ภาษีที่ถูกหักไปนั้นเป็น “เครดิตภาษี” นำมาหักออกจากภาษีปลายปีได้ ถ้าถูกหักไปมากกว่าที่จริงควรจ่าย ก็ได้คืน
ตรวจสอบตัวเลขภาษีหัก ณ ที่จ่ายในแต่ละงานได้เลยที่ เครื่องคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ใส่ยอดเงินแล้วเลือกอัตราว่า 3% หรือ 5%
ต้องออกเอกสารให้ลูกค้าไหม
ถ้ารับงานฟรีแลนซ์จากลูกค้าที่เป็นบริษัท เขาจะขอใบเสนอราคาหรือใบแจ้งหนี้ก่อนโอน สิ่งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องระเบียบ แต่เป็นหลักฐานที่ช่วยยื่นภาษีด้วย
ทำเองได้ง่ายๆ ที่ เครื่องมือสร้างใบแจ้งหนี้ออนไลน์ ระบบคำนวณ VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้อัตโนมัติ ไม่ต้องนั่งคิดเอง
ส่วนถ้าลูกค้าขอใบเสนอราคาก่อน ทำได้ที่ ใบเสนอราคาออนไลน์
เรื่อง VAT — ต้องรู้ว่าถึงเกณฑ์หรือเปล่า
ถ้ารายได้รวมจากทุกแหล่ง (รวมเงินเดือนด้วย) เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่จดทะเบียน VAT แต่สำหรับคนที่รายได้เสริมไม่ถึงหลักแสน ส่วนใหญ่ยังไม่ถึงเกณฑ์
ถ้าลูกค้าขอใบกำกับภาษีและคุณไม่ได้จดทะเบียน VAT ต้องบอกตรงๆ ว่าออกให้ไม่ได้ โดยที่ราคาในใบแจ้งหนี้จะเป็นราคา “รวม” โดยไม่มี VAT แยกออกมา
คำนวณยอด VAT ดูก่อนได้เลยที่ เครื่องคำนวณ VAT 7%
สิ่งที่คนมักพลาดตอนยื่นภาษี
ลืมเพิ่มรายได้เสริมในแบบ ระบบ RD Smart Tax ดึงข้อมูลเงินเดือนจากนายจ้างมาให้อัตโนมัติ แต่รายได้ขายของออนไลน์ต้องกรอกเพิ่มเองในช่อง 40(8)
คำนวณค่าใช้จ่ายผิดประเภท ขายสินค้าหักได้ 60% แต่ถ้ากรอกเป็น 40(2) จะหักได้แค่ 50% ตัวเลขภาษีต่างกันพอสมควร
รายรับ-รายจ่ายไม่ได้จดไว้ ถ้าจะหักค่าใช้จ่าย “ตามจริง” แทนแบบเหมา ต้องมีหลักฐานค่าของ ค่าแพ็กของ ค่าจัดส่ง และค่าโฆษณา
ถ้ากำลังวางแผนว่าปีนี้ควรออมหรือลงทุนเพื่อลดหย่อนตรงไหน ดูภาพรวมการวางแผนภาษีก่อนสิ้นปีได้ที่ คู่มือค่าลดหย่อนภาษี 2568