OnlyGroub
การเงิน ใหม่

ขายของออนไลน์ควบคู่งานประจำ ต้องเสียภาษียังไง

มนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้เสริมจากออนไลน์ ต้องยื่นภาษีเพิ่มไหม ค่าใช้จ่ายหักได้แค่ไหน และถ้าถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายมาแล้วยังต้องทำอะไรอีก

1 มีนาคม 2569 อ่าน 7 นาที
#รายได้เสริม #ภาษีออนไลน์ #ยื่นภาษี 2568 #มนุษย์เงินเดือน

หลายคนเริ่มขายของออนไลน์ระหว่างทำงานประจำ บางคนรายได้เสริมเดือนละ 5,000 บางคนทำถึงหลักหมื่น แต่พอถึงเวลายื่นภาษีก็เริ่มงงว่า รายได้ส่วนนี้ต้องแจ้งด้วยไหม บอกตรงๆ ว่าต้องแจ้ง และถ้าไม่แจ้งมีโอกาสโดนย้อนหลังได้

รายได้เสริมออนไลน์อยู่ใน “ประเภทอะไร” ของกรมสรรพากร

กรมสรรพากรแบ่งรายได้เป็น 8 ประเภท (40(1) ถึง 40(8)) สำหรับคนทำงานประจำที่มีรายได้เสริม มักจะเจอสองแบบหลัก

รายได้จากการขายสินค้า (40(8)) เช่น ขายของผ่าน Shopee, Lazada, TikTok Shop, Facebook ซื้อมาขายไป หรือทำเองขาย หักค่าใช้จ่ายได้ 60% ของรายได้

รายได้จากการรับจ้าง (40(2)) เช่น ฟรีแลนซ์ รับออกแบบ ถ่ายรูป เขียนคอนเทนต์ หักค่าใช้จ่ายได้ 50% ของรายได้ สูงสุด 100,000 บาทรวมกับเงินเดือน

ความแตกต่างสำคัญตรงอัตราค่าใช้จ่ายที่หักได้ ถ้าขายสินค้าหักได้มากกว่า แต่ถ้าทำสองอย่างรวมกันต้องแยกคำนวณ

คำนวณอย่างไรเมื่อมีสองแหล่งรายได้

ขั้นตอนจริงๆ

เงินเดือนทั้งปีรวม + รายได้เสริมทั้งปี = รายได้รวม
แล้วค่อยหักค่าใช้จ่ายตามประเภท จากนั้นหักค่าลดหย่อน แล้วเอาเงินได้สุทธิไปคิดภาษีขั้นบันได

ตัวอย่างให้เห็นชัด: เงินเดือน 360,000 บาทต่อปี มีรายได้ขายของออนไลน์อีก 120,000 บาท

  • หักค่าใช้จ่ายเงินเดือน 50% = 100,000 บาท (จำกัดสูงสุด)
  • หักค่าใช้จ่ายขายของ 60% = 72,000 บาท
  • หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
  • หักประกันสังคม ~9,000 บาท
  • เงินได้สุทธิ ≈ 239,000 บาท → ภาษีราว 4,450 บาท

ลองใส่ตัวเลขจริงของตัวเองเข้าไปคำนวณได้ที่ เครื่องคำนวณภาษีเงินได้ ระบุประเภทรายได้ได้หลายก้อนในครั้งเดียว

ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายมาแล้ว ยังต้องทำอะไรอีก

ลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลมักหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ก่อนโอนเงิน นั่นหมายความว่าตัวเลขในบัญชีที่ได้รับจริงน้อยกว่ายอดในใบแจ้งหนี้

ภาษีที่ถูกหักไปนั้นเป็น “เครดิตภาษี” นำมาหักออกจากภาษีปลายปีได้ ถ้าถูกหักไปมากกว่าที่จริงควรจ่าย ก็ได้คืน

ตรวจสอบตัวเลขภาษีหัก ณ ที่จ่ายในแต่ละงานได้เลยที่ เครื่องคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ใส่ยอดเงินแล้วเลือกอัตราว่า 3% หรือ 5%

ต้องออกเอกสารให้ลูกค้าไหม

ถ้ารับงานฟรีแลนซ์จากลูกค้าที่เป็นบริษัท เขาจะขอใบเสนอราคาหรือใบแจ้งหนี้ก่อนโอน สิ่งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องระเบียบ แต่เป็นหลักฐานที่ช่วยยื่นภาษีด้วย

ทำเองได้ง่ายๆ ที่ เครื่องมือสร้างใบแจ้งหนี้ออนไลน์ ระบบคำนวณ VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้อัตโนมัติ ไม่ต้องนั่งคิดเอง

ส่วนถ้าลูกค้าขอใบเสนอราคาก่อน ทำได้ที่ ใบเสนอราคาออนไลน์

เรื่อง VAT — ต้องรู้ว่าถึงเกณฑ์หรือเปล่า

ถ้ารายได้รวมจากทุกแหล่ง (รวมเงินเดือนด้วย) เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่จดทะเบียน VAT แต่สำหรับคนที่รายได้เสริมไม่ถึงหลักแสน ส่วนใหญ่ยังไม่ถึงเกณฑ์

ถ้าลูกค้าขอใบกำกับภาษีและคุณไม่ได้จดทะเบียน VAT ต้องบอกตรงๆ ว่าออกให้ไม่ได้ โดยที่ราคาในใบแจ้งหนี้จะเป็นราคา “รวม” โดยไม่มี VAT แยกออกมา

คำนวณยอด VAT ดูก่อนได้เลยที่ เครื่องคำนวณ VAT 7%

สิ่งที่คนมักพลาดตอนยื่นภาษี

ลืมเพิ่มรายได้เสริมในแบบ ระบบ RD Smart Tax ดึงข้อมูลเงินเดือนจากนายจ้างมาให้อัตโนมัติ แต่รายได้ขายของออนไลน์ต้องกรอกเพิ่มเองในช่อง 40(8)

คำนวณค่าใช้จ่ายผิดประเภท ขายสินค้าหักได้ 60% แต่ถ้ากรอกเป็น 40(2) จะหักได้แค่ 50% ตัวเลขภาษีต่างกันพอสมควร

รายรับ-รายจ่ายไม่ได้จดไว้ ถ้าจะหักค่าใช้จ่าย “ตามจริง” แทนแบบเหมา ต้องมีหลักฐานค่าของ ค่าแพ็กของ ค่าจัดส่ง และค่าโฆษณา

ถ้ากำลังวางแผนว่าปีนี้ควรออมหรือลงทุนเพื่อลดหย่อนตรงไหน ดูภาพรวมการวางแผนภาษีก่อนสิ้นปีได้ที่ คู่มือค่าลดหย่อนภาษี 2568