หลายคนยื่นภาษีทุกปีโดยไม่รู้ว่าตัวเองต้องจ่ายเท่าไหร่จริงๆ แค่กรอกเลขตามที่นายจ้างส่งมาแล้วก็จบ แต่ถ้าลองเข้าใจโครงสร้างภาษีสักนิด บางทีพบว่าตัวเองควรได้เงินคืนหรือควรวางแผนลดหย่อนเพิ่มก่อนสิ้นปี
ภาษีเงินได้คำนวณจากอะไร
สูตรหลักคือ เงินได้สุทธิ × อัตราภาษี = ภาษีที่ต้องจ่าย
เงินได้สุทธิไม่ใช่เงินเดือนรวม แต่คือเงินเดือนที่หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนออกแล้ว
ลำดับการคำนวณ:
- เงินได้รวมทั้งปี
- หักค่าใช้จ่าย 50% ของเงินเดือน (สูงสุด 100,000 บาท)
- หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
- หักค่าลดหย่อนเพิ่มเติม เช่น คู่สมรส บุตร ประกัน กองทุน SSF/RMF
- เงินที่เหลือคือ “เงินได้สุทธิ”
- นำไปคูณอัตราภาษีแบบขั้นบันได
ลองคำนวณตัวเลขจริงของตัวเองได้ที่ เครื่องคำนวณภาษีเงินได้ ใส่รายได้และค่าลดหย่อนที่มีจะได้ตัวเลขทันที
อัตราภาษีปี 2568
| เงินได้สุทธิ | อัตราภาษี |
|---|---|
| 0 – 150,000 | ยกเว้น |
| 150,001 – 300,000 | 5% |
| 300,001 – 500,000 | 10% |
| 500,001 – 750,000 | 15% |
| 750,001 – 1,000,000 | 20% |
| 1,000,001 – 2,000,000 | 25% |
| 2,000,001 – 5,000,000 | 30% |
| 5,000,001 ขึ้นไป | 35% |
ภาษีคิดแบบขั้นบันได ไม่ใช่คิดอัตราเดียวกับทั้งก้อน เงินได้สุทธิ 600,000 บาท ไม่ได้เสียภาษี 15% ทั้งก้อน แต่เสีย 5% ใน 150,000 บาทแรก 10% ในช่วงถัดไป แล้วค่อย 15% ในส่วนที่เกิน 500,000
ค่าลดหย่อนที่คนทั่วไปมักพลาด
ประกันชีวิต ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท ต้องเป็นแบบที่คุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป
ประกันสุขภาพ ลดหย่อนได้อีก 25,000 บาทแยกต่างหาก ไม่ใช่ก้อนเดียวกับประกันชีวิต
ประกันสังคม หักได้เต็มยอดที่จ่ายจริง ปีละประมาณ 9,000 บาท
เบี้ยประกันบำนาญ ลดหย่อนได้ถึง 15% ของเงินได้ สูงสุด 200,000 บาท รวมกับ RMF ไม่เกิน 500,000 บาท
กองทุน SSF ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ สูงสุด 200,000 บาท ถือ 10 ปี
ดอกเบี้ยบ้าน ถ้าผ่อนบ้านอยู่ ดอกเบี้ยที่จ่ายจริงลดหย่อนได้สูงสุดปีละ 100,000 บาท — ถ้าอยากรู้ว่าปีนี้จ่ายดอกเบี้ยไปเท่าไหร่ ลองดูจากตารางผ่อนใน เครื่องคำนวณผ่อนบ้าน
ตรวจสอบว่าควรได้เงินคืนหรือเปล่า
ถ้าทำงานประจำ นายจ้างหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกเดือน พอยื่นแบบจริงแล้วยอดภาษีรวมต่ำกว่าที่ถูกหักไป ก็ได้เงินคืน
ตัวอย่าง: ถูกหักภาษีรวมตลอดปี 28,000 บาท แต่พอคำนวณจริงพร้อมค่าลดหย่อน เหลือภาษีแค่ 20,000 บาท — ได้คืน 8,000 บาท
ยื่น ภ.ง.ด. 91 ทางออนไลน์ผ่าน efiling.rd.go.th ได้ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมถึง 8 เมษายนของทุกปี ยื่นออนไลน์ได้ขยายเวลาจากปกติที่ 31 มีนาคม
ถ้าเป็นฟรีแลนซ์หรือมีรายได้เสริม
รายได้ค้าขายออนไลน์ รับจ้างอิสระ หรืองาน part-time ถือเป็น “เงินได้ประเภท 40(2)” หรือ 40(6) ต้องนำมารวมยื่น
หักค่าใช้จ่ายได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาทรวมกับรายได้ประจำ ถ้าค่าใช้จ่ายจริงสูงกว่านั้น ต้องใช้แบบ “หักตามจริง” แทนแบบเหมา ซึ่งต้องมีเอกสารประกอบ
ถ้าออกใบแจ้งหนี้หรือใบเสนอราคาให้ลูกค้าประจำ ลูกค้าจะหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ก่อนโอนเงิน ตรงนี้เป็นเครดิตภาษีที่นำมาหักออกจากภาษีปลายปีได้ ดูวิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้ที่ เครื่องคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย
วางแผนภาษีก่อนสิ้นปี ทำได้ถึงแค่ไหน
ถ้าเหลือเวลาก่อนสิ้นปีอีกสัก 2-3 เดือน ยังลดหย่อนเพิ่มได้
เช็กยอดซื้อ SSF / RMF ว่าใช้ไปเท่าไหร่จากสิทธิ์ทั้งหมด ถ้ายังเหลือและมีเงินพอ นำไปลงทุนต่อได้ก่อนสิ้นปี ผลต่างแค่ 50,000 บาท ที่เงินได้สุทธิอยู่ในขั้น 20% ประหยัดภาษีได้ 10,000 บาท
ทดลองใส่ตัวเลขรายได้และค่าลดหย่อนของคุณใน เครื่องคำนวณภาษีเงินได้ ดูก่อนว่าปีนี้ต้องจ่ายเท่าไหร่ แล้วค่อยหาทางลดหย่อนเพิ่มได้