OnlyGroub
การเงิน ใหม่

ค่าเสื่อมราคากับภาษีธุรกิจ — จดบัญชียังไงให้สรรพากรยอมรับ

สินทรัพย์ธุรกิจแต่ละอย่างคิดค่าเสื่อมราคายังไง เส้นตรงต่างจากลดยอดตรงไหน พร้อมตัวอย่างคำนวณรถยนต์และคอมพิวเตอร์ที่นำไปใช้บันทึกบัญชีจริงได้เลย

1 มีนาคม 2569 อ่าน 8 นาที
#ค่าเสื่อมราคา #ภาษีธุรกิจ #บัญชีธุรกิจ

ซื้อรถมาใช้งาน ซื้อคอมพิวเตอร์ ซื้อเครื่องจักร แต่พอถึงเวลาทำบัญชีกลับไม่รู้ว่าจะตัดค่าใช้จ่ายยังไง นี่คือปัญหาที่เจอบ่อยมากในกลุ่มเจ้าของกิจการเล็กๆ ที่เพิ่งเริ่มทำบัญชีเอง

สินทรัพย์ที่ซื้อมาไม่ได้บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อนในปีที่ซื้อ กรมสรรพากรกำหนดให้ทยอยตัดเป็น “ค่าเสื่อมราคา” ตามอายุการใช้งาน เหตุผลเพราะสินทรัพย์สร้างประโยชน์ให้ธุรกิจหลายปี ค่าใช้จ่ายก็ควรกระจายออกตามนั้น

ค่าเสื่อมราคาสองแบบที่ใช้กัน

แบบเส้นตรง (Straight-Line Method)

ตัดค่าใช้จ่ายเท่ากันทุกปี เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและใช้กันแพร่หลายในธุรกิจขนาดเล็ก

สูตร: ราคาทุน ÷ อายุการใช้งาน = ค่าเสื่อมราคาต่อปี

ตัวอย่าง: ซื้อคอมพิวเตอร์ 60,000 บาท อายุการใช้งาน 3 ปี → ค่าเสื่อมราคาปีละ 20,000 บาท

แบบลดยอด (Declining Balance)

ปีแรกตัดค่าเสื่อมราคามาก ปีหลังๆ ลดลงเรื่อยๆ เหมาะกับสินทรัพย์ที่สูญเสียมูลค่าเร็วในช่วงต้น เช่น รถยนต์ หรืออุปกรณ์เทคโนโลยี

สูตร: มูลค่าตามบัญชีต้นงวด × อัตราค่าเสื่อม = ค่าเสื่อมราคางวดนี้

ฟังดูซับซ้อน แต่ลองใช้ เครื่องคำนวณค่าเสื่อมราคา แล้วจะเห็นตัวเลขออกมาทันที ทั้งแบบเส้นตรงและแบบลดยอดในหน้าเดียว

อายุการใช้งานที่กรมสรรพากรกำหนด

นี่คือส่วนที่คนมักพลาดมากที่สุด อยากใช้อายุเท่าไหรก็ไม่ได้ กรมสรรพากรกำหนดเพดานอัตราค่าเสื่อมสูงสุดไว้ตามประเภทสินทรัพย์

ประเภทสินทรัพย์อัตราสูงสุดต่อปีอายุขั้นต่ำ
อาคารถาวร5%20 ปี
อาคารชั่วคราว100%1 ปี
รถยนต์20%5 ปี
คอมพิวเตอร์33.33%3 ปี
เครื่องจักร20%5 ปี
เฟอร์นิเจอร์10%10 ปี

ตัวเลขเหล่านี้มาจากพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 145 — ถ้าตัดเร็วกว่าที่กำหนด สรรพากรจะให้ยอมรับแค่ตามอัตราสูงสุด ส่วนที่เหลือต้องนำมาบวกกลับ

ตัวอย่างที่จะผ่านการตรวจสอบ

รถยนต์ธุรกิจ

ซื้อรถกระบะราคา 800,000 บาท ใช้งานธุรกิจ 100% วิธีเส้นตรง อัตรา 20% ต่อปี

  • ปีที่ 1: 800,000 × 20% = 160,000 บาท
  • ปีที่ 2: 800,000 × 20% = 160,000 บาท
  • ทำอย่างนี้ไป 5 ปีจนหมดมูลค่า

แต่ถ้าใช้งานส่วนตัวด้วย ต้องปันส่วนให้ถูก เช่น ใช้ธุรกิจ 70% ก็หักค่าเสื่อมได้แค่ 112,000 บาทต่อปี ไม่ใช่เต็มก้อน

คอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊ก

สินทรัพย์ที่ราคาไม่เกิน 5,000 บาทต่อหน่วย กรมสรรพากรยอมให้ตัดเป็นค่าใช้จ่ายได้ทันทีในปีที่ซื้อ ไม่ต้องคิดค่าเสื่อมราคาแยก

ค่าเสื่อมราคาช่วยลดภาษียังไง

ค่าเสื่อมราคาเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชี เมื่อหักออกจากรายได้แล้ว กำไรสุทธิก็ลดลง ภาษีที่ต้องจ่ายก็ลดตาม

สมมติกิจการมีรายได้ 3 ล้านบาท ต้นทุนและค่าใช้จ่าย 2 ล้านบาท กำไรก่อนค่าเสื่อม 1 ล้านบาท ถ้ามีค่าเสื่อมราคา 300,000 บาทเพิ่ม กำไรที่นำไปคำนวณภาษีเหลือแค่ 700,000 บาท

อยากเห็นว่ากำไรที่เปลี่ยนไปมีผลต่อ ROI ของธุรกิจยังไง ลองดูที่ เครื่องคำนวณ ROI ช่วยประมาณการผลตอบแทนได้เร็ว

สิ่งที่ต้องระวัง

อย่าตัดเร็วกว่าอัตรากำหนด — สรรพากรจะบวกกลับ และอาจมีเบี้ยปรับ

เก็บหลักฐานการซื้อ — ใบกำกับภาษีต้องระบุชื่อบริษัทและเลขภาษีให้ถูก ถ้าซื้อในชื่อส่วนตัวจะหักไม่ได้

รถยนต์ราคาเกิน 1,000,000 บาท — กฎหมายกำหนดให้ตัดค่าเสื่อมได้สูงสุดแค่ปีละ 200,000 บาท แม้ราคาจริงจะแพงกว่า

อยากรู้กำไรสุทธิจริงๆ

ค่าเสื่อมราคาเป็นแค่ส่วนหนึ่งของภาพรวมธุรกิจ ถ้าอยากเข้าใจต้นทุนและกำไรแต่ละขายได้สมบูรณ์ขึ้น ลองใช้ เครื่องคำนวณ Margin / กำไรสุทธิ ดูก่อน จะเห็นว่าสินค้าแต่ละตัวทำกำไรจริงเท่าไหร่

แล้วถ้าอยากรู้ว่าเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่าไหร่ในแต่ละปี ใช้ตัวเลขกำไรสุทธิหลังหักค่าเสื่อมราคาไปกรอกที่ เครื่องคำนวณภาษีเงินได้ ได้เลย


บัญชีค่าเสื่อมราคาไม่ได้ยากถ้าเข้าใจหลักก่อน สิ่งที่สรรพากรดูคือความสม่ำเสมอ จดปีนี้ยังไงก็ต้องจดแบบเดิมปีหน้า เปลี่ยนวิธีตลอดจะถูกตั้งข้อสังเกต