คนที่เรียนครูมาสี่ห้าปีแล้วต้องมาสะดุดตรงนี้อีกด่านหนึ่ง — ใบประกอบวิชาชีพครู
ต่างจากการสอบบรรจุครูผู้ช่วยที่แข่งกับคนอื่น ใบประกอบวิชาชีพครูคือการสอบผ่านมาตรฐานที่คุรุสภากำหนด ผ่านก็ได้ ไม่ผ่านก็สอบใหม่ได้ แต่ถ้าไม่มีใบนี้ก็ไม่สามารถสอนในโรงเรียนได้อย่างถูกกฎหมาย
ใบประกอบวิชาชีพครูคืออะไร
ใบประกอบวิชาชีพครู (วุฒิบัตรวิชาชีพครู) ออกโดยคุรุสภา เป็นหลักฐานว่าผู้ถือผ่านมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพครูครบตามที่กำหนด
ใครต้องมี:
- ครูที่สอนในโรงเรียนรัฐและเอกชนที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงศึกษา
- ผู้บริหารสถานศึกษา
- ผู้บริหารการศึกษา
คนที่เรียนจบหลักสูตรครู 5 ปีจากมหาวิทยาลัยที่ผ่านการรับรองมักยื่นขอตรงได้โดยไม่ต้องสอบ แต่คนที่เรียนจบสาขาอื่นแล้วมาเป็นครูต้องสอบผ่าน 9 มาตรฐาน
9 มาตรฐานมีอะไรบ้าง
คุรุสภากำหนดมาตรฐานความรู้วิชาชีพครู 9 มาตรฐาน แต่ละมาตรฐานคือด้านความรู้ที่ครูต้องมี:
มาตรฐานที่ 1 — ภาษาและเทคโนโลยีสำหรับครู
ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษเบื้องต้น และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการสอน
มาตรฐานที่ 2 — การพัฒนาหลักสูตร
เข้าใจโครงสร้างหลักสูตร การออกแบบการเรียนรู้ และการวัดผลสอดคล้องกับมาตรฐาน
มาตรฐานที่ 3 — การจัดการเรียนรู้
วิธีการสอน การจัดการชั้นเรียน การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียน
มาตรฐานที่ 4 — จิตวิทยาสำหรับครู
พัฒนาการของผู้เรียน จิตวิทยาการเรียนรู้ และการดูแลผู้เรียนเป็นรายกรณี
มาตรฐานที่ 5 — การวัดและประเมินผลการศึกษา
เครื่องมือวัดผล วิธีประเมิน และการนำผลไปใช้ปรับการสอน
มาตรฐานที่ 6 — การบริหารจัดการในห้องเรียน
ระเบียบวินัย การจัดพื้นที่เรียนรู้ และการทำงานร่วมกับผู้ปกครอง
มาตรฐานที่ 7 — การวิจัยทางการศึกษา
การทำวิจัยในชั้นเรียน การใช้ผลวิจัยพัฒนาการเรียนการสอน
มาตรฐานที่ 8 — นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา
สื่อการสอน แพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ และนวัตกรรมในห้องเรียน
มาตรฐานที่ 9 — ความเป็นครู
จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ และบทบาทครูในสังคม
แต่ละมาตรฐานออกข้อสอบปรนัย 50 ข้อ ต้องทำคะแนนผ่าน 60% (30 ข้อขึ้นไป) ถึงจะผ่านมาตรฐานนั้น
ต้องสอบคราวเดียวทุกมาตรฐานไหม
ไม่จำเป็น สามารถแยกสอบทีละมาตรฐานหรือหลายมาตรฐานพร้อมกันก็ได้ และมาตรฐานที่ผ่านแล้วไม่ต้องสอบซ้ำ
คุรุสภาจัดสอบปีละ 2-3 รอบ ดูรายละเอียดและเปิดรับสมัครได้ที่เว็บไซต์คุรุสภาโดยตรง
ถ้าเพิ่งเริ่มต้น แนะนำให้เลือกสอบมาตรฐานที่ตัวเองถนัดก่อน มาตรฐานที่ 9 (ความเป็นครู) และมาตรฐานที่ 4 (จิตวิทยาสำหรับครู) มักผ่านง่ายกว่าสำหรับคนที่เรียนสายสังคม ส่วนมาตรฐานที่ 5 (การวัดผล) และ 7 (วิจัย) ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจมากกว่า
เตรียมตัวยังไงให้ผ่านตั้งแต่รอบแรก
1. อย่าอ่านทุกอย่างพร้อมกัน
9 มาตรฐานดูเยอะ แต่ถ้าจะสอบพร้อมกันทุกข้อรอบเดียว สมาธิจะแตก เลือกมา 2-3 มาตรฐานที่ตัวเองพร้อมที่สุดก่อน
2. หาตัวอย่างข้อสอบย้อนหลัง
ข้อสอบคุรุสภาออกซ้ำในหัวข้อที่เป็นหัวใจของแต่ละมาตรฐาน การทำแนวข้อสอบใบประกอบวิชาชีพครูจากแนวข้อสอบย้อนหลังจะช่วยให้เข้าใจทิศทางได้เร็วกว่าอ่านตำรา
3. เชื่อมกับการสอบบรรจุครูผู้ช่วย
ถ้าวางแผนจะสอบบรรจุครูผู้ช่วยด้วย เนื้อหาหลายส่วนซ้อนทับกัน โดยเฉพาะด้านจิตวิทยาและหลักการสอน ทำแนวข้อสอบครูผู้ช่วยควบคู่ไปด้วยจะช่วยเสริมกัน
4. อ่านรายละเอียดแต่ละมาตรฐานจากเอกสารคุรุสภาโดยตรง
ลิงก์หลักสูตรและขอบเขตเนื้อหาอยู่ในเว็บคุรุสภา ซึ่งดีกว่าสรุปมือสอง เพราะบางปีปรับขอบเขตนิดหน่อย
ใบประกอบวิชาชีพครูกับการสอบบรรจุต่างกันยังไง
คำถามนี้เจอบ่อยในกลุ่มนักศึกษาครู
| ใบประกอบวิชาชีพครู | สอบบรรจุครูผู้ช่วย | |
|---|---|---|
| ผู้จัด | คุรุสภา | สพฐ. / สช. / ท้องถิ่น |
| เป้าหมาย | ได้ใบอนุญาต | ได้ตำแหน่งงาน |
| วิธีผ่าน | ผ่านมาตรฐาน 60% | แข่งขันคะแนน |
| สอบซ้ำได้ | ได้ ไม่จำกัดรอบ | ได้ เปิดรับตามรอบ |
ทั้งสองอย่างต้องทำถ้าอยากสอนในโรงเรียน แต่ลำดับไม่จำเป็นต้องเรียง — สอบบรรจุก่อนได้ แต่ถ้าผ่านต้องมีใบประกอบวิชาชีพภายใน 1 ปี
ข้อที่คนสอบมักผิดพลาด
สับสนเรื่องนิยาม — มาตรฐานที่ 2, 3 และ 6 มีคำศัพท์ที่คล้ายกัน เช่น “การจัดการเรียนรู้” กับ “การบริหารจัดการในห้องเรียน” ต่างกัน ต้องเข้าใจขอบเขตแต่ละมาตรฐานให้ชัดก่อน
อ่านไม่ครบทุก subdomain — แต่ละมาตรฐานมีหัวข้อย่อย ข้อสอบออกจากทุก subdomain ไม่ใช่แค่หัวเรื่องใหญ่
ไม่ทำข้อสอบเก่าเพียงพอ — การอ่านกับการทำข้อสอบต่างกันมาก ทำข้อสอบก่อนสอบจริงอย่างน้อย 100-150 ข้อต่อมาตรฐาน
สอบใบประกอบวิชาชีพครูไม่ยากถ้าตั้งใจ แค่ต้องรู้ขอบเขต วางแผน และทำข้อสอบเก่าให้เยอะพอ