OnlyGroub
วิชาชีพ 45 ข้อ

แนวข้อสอบใบประกอบวิชาชีพครู (คุรุสภา)

ข้อสอบใบประกอบวิชาชีพครูออนไลน์ฟรี 45 ข้อ ครอบคลุม 9 มาตรฐานความรู้ คัดเน้นๆ เทคนิคการทำข้อสอบ รูปแบบ CBT เพื่อให้คุณพร้อมที่สุดสำหรับการสอบรับใบอนุญาต

ภาษาและเทคโนโลยี การพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ จิตวิทยาสำหรับครู การวัดและประเมินผล การบริหารจัดการชั้นเรียน การวิจัยทางการศึกษา นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา ความเป็นครู
ความคืบหน้า0 / 45 ข้อ
1ภาษาและเทคโนโลยี

การใช้ทักษะทางภาษาของครูในข้อใดที่ส่งเสริมกระบวนการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียนได้ดีที่สุด

2ภาษาและเทคโนโลยี

ข้อใดคือการบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการสื่อสารระหว่างครูกับผู้ปกครองอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

3ภาษาและเทคโนโลยี

Platform ใดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน (Blended Learning) ที่เน้นระบบจัดการเนื้อหา

4ภาษาและเทคโนโลยี

ทักษะภาษาอังกฤษในระดับใดที่คุรุสภากำหนดให้ครูรุ่นใหม่ควรมีพื้นฐานเพื่อใช้ในการค้นคว้าความรู้ (CEFR)

5ภาษาและเทคโนโลยี

ครูวิทวัสนำบทความจากอินเทอร์เน็ตมาทำสื่อการสอนโดยไม่อ้างอิงแหล่งที่มา ถือว่าผิดจรรยาบรรณเรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี

หน้า 1 / 9
(0/5 ข้อในหน้านี้)

เจาะลึก ข้อสอบใบประกอบวิชาชีพครู (คุรุสภา) ครอบคลุม 9 มาตรฐานความรู้

คู่มือเตรียมสอบ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เจาะลึกโครงสร้างข้อสอบตามมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพของคุรุสภาฉบับล่าสุด สรุปเนื้อหาเน้นๆ เทคนิคการทำข้อสอบ พร้อมตลุยโจทย์เพื่อก้าวสู่การเป็น "ครูมืออาชีพ" อย่างเต็มภาคภูมิ

1. ทำความรู้จักการสอบ 'ใบประกอบวิชาชีพครู' สำคัญอย่างไร?

ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ถือเป็นเอกสารสำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพครูในประเทศไทย เปรียบเสมือนใบเบิกทางที่แสดงให้เห็นว่าบุคคลนั้นมีมาตรฐานความรู้และสมรรถนะเพียงพอที่จะรับผิดชอบการจัดการศึกษาให้แก่เยาวชนของชาติ การสอบใบประกอบวิชาชีพดำเนินการโดย คุรุสภา ซึ่งเป็นสภาวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา

ทำไมต้องมีการสอบใบประกอบวิชาชีพครู? ในอดีต ผู้ที่เรียนจบสายครูศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ (หลักสูตร 5 ปี หรือ 4 ปีตามที่คุรุสภารับรอง) จะได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพโดยอัตโนมัติ แต่ในปัจจุบันเพื่อยกระดับคุณภาพของการศึกษาไทย คุรุสภาจึงได้กำหนดให้ นักศึกษาครูทุกคนรวมถึงผู้ที่เรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต) ต้องผ่านการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูเสียก่อน จึงจะสามารถขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตได้

การทดสอบนี้มุ่งเน้นวัดความรู้ที่จำเป็นต่อการเป็นครูในยุคศตวรรษที่ 21 ซึ่งไม่ได้วัดแค่ความจำจากตำรา แต่วัดการนำความรู้ไป ประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง ของการจัดการเรียนการสอน การดูแลนักเรียน และการแก้ปัญหาในชั้นเรียน (Search Intent ของผู้ที่หา แนวข้อสอบใบประกอบวิชาชีพครู มักจะต้องการทราบแนวทางการประยุกต์ใช้ทฤษฎีในห้องเรียนจริง)

2. เจาะลึก 9 มาตรฐานความรู้วิชาชีพครู (ตอนที่ 1: พื้นฐานการสอน)

โครงสร้างเนื้อหาของ แนวข้อสอบใบประกอบวิชาชีพครู จะอ้างอิงจากมาตรฐานความรู้ 9 ประการที่ครูทุกคนต้องมี เพื่อให้สามารถออกแบบและจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เรามาเจาะลึกมาตรฐานในกลุ่มพื้นฐานการสอนกันก่อน

1. ภาษาและเทคโนโลยีสำหรับครู (Language and Technology)

ในยุคดิจิทัล ครูต้องไม่ใช่แค่สอนตามหนังสือ แต่ต้องบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับการสื่อสาร ข้อสอบในหมวดนี้จะวัด:

  • การใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารและการถ่ายทอดความรู้อย่างมีศิลปะ
  • ทักษะภาษาอังกฤษพื้นฐาน (อิงเกณฑ์ CEFR) สำหรับสืบค้นวิชาการ
  • การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) เช่น LMS, สื่อออนไลน์ และแอปพลิเคชันเพื่อการศึกษา
  • ข้อควรระวัง: ข้อสอบมักจะหลอกด้วยเรื่องจรรยาบรรณการใช้เทคโนโลยี ลิขสิทธิ์สื่อ (Creative Commons) และ PDPA ในโรงเรียน

2. การพัฒนาหลักสูตร (Curriculum Development)

หลักสูตรคือเข็มทิศของการจัดการศึกษา หัวข้อนี้เน้นความเข้าใจที่มาและองค์ประกอบของหลักสูตร:

  • ความเข้าในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (Core Curriculum)
  • กระบวนการจัดทำ หลักสูตรสถานศึกษา และหลักสูตรท้องถิ่น
  • การวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดเพื่อนำไปสู่การจัดการสอนจริง
  • การประเมินและการปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัย

3. การจัดการเรียนรู้ (Learning Management)

เป็นหัวใจสำคัญของการเป็นครู ข้อสอบมักมาในรูปแบบ สถานการณ์จำลอง (Scenario-based) เพื่อให้ตัดสินใจ:

  • ทฤษฎีการเรียนรู้ต่างๆ เช่น Behaviorism, Cognitivism, และโดยเฉพาะ Constructivism (การสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง)
  • การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning, Project-based Learning (PBL), และ Flipped Classroom
  • การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ (Lesson Plan) ให้ครอบคลุม K-P-A (Knowledge, Process/Skill, Attitude)

3. เจาะลึก 9 มาตรฐานความรู้วิชาชีพครู (ตอนที่ 2: การดูแลผู้เรียน)

นอกจากการสอนหนังสือแล้ว หน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันคือการดูแลและพัฒนาผู้เรียนให้เติบโตเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา หมวดนี้จึงเน้นเรื่องจิตวิทยาและการบริหารห้องเรียน

4. จิตวิทยาสำหรับครู (Psychology for Teachers)

การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างบุคคลคือปรัชญาสำคัญของการศึกษา ข้อสอบจะทดสอบความรู้ในด้าน:

  • จิตวิทยาพัฒนาการ (Developmental Psychology) ตามวัย เช่น ทฤษฎีของเพียเจต์ (Piaget), อีริคสัน (Erikson)
  • จิตวิทยาการศึกษา (Educational Psychology) การสร้างแรงจูงใจในการเรียน ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ (Maslow)
  • จิตวิทยาการแนะแนว (Guidance) และระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียน
  • ทริคการทำข้อสอบ: คำตอบที่ดีที่สุดมักจะเป็นคำตอบที่ "เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ" และหลีกเลี่ยงการลงโทษที่รุนแรงแต่อาศัยการเสริมแรงทางบวก

5. การบริหารจัดการชั้นเรียน (Classroom Management)

การทำให้ห้องเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการเรียนรู้ที่สุด:

  • การจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพ (Physical Environment) เช่น การจัดโต๊ะเรียนแบบกลุ่มเพื่อกระตุ้น Collaborative Learning
  • การจัดบรรยากาศทางจิตวิทยา (Psychological Environment) การปฏิสัมพันธ์เชิงบวก
  • เทคนิคการปรับพฤติกรรมนักเรียน และการตั้งกฎกติการ่วมกันในวันแรกของการเรียน (Rules & Procedures)

6. การวัดและประเมินผลการศึกษา (Educational Measurement and Evaluation)

ครูต้องประเมินผลผู้เรียนอย่างยุติธรรมและสะท้อนความจริง หัวข้อสำคัญประกอบด้วย:

  • ความแตกต่างระหว่าง Formative Assessment (ประเมินระหว่างเรียนเพื่อพัฒนา) กับ Summative Assessment (ประเมินสรุปผล)
  • คุณลักษณะของเครื่องมือวัดผลที่ดี เช่น ความตรง (Validity) และ ความเที่ยง (Reliability)
  • การสร้างและใช้ รูบริกส์ (Rubrics) สำหรับประเมินชิ้นงานและการปฏิบัติ
  • การตัดเกรดแบบอิงกลุ่ม (Norm-referenced) และอิงเกณฑ์ (Criterion-referenced)

4. เจาะลึก 9 มาตรฐานความรู้วิชาชีพครู (ตอนที่ 3: การวิจัยและจรรยาบรรณ)

ส่วนสุดท้ายของมาตรฐานความรู้คือการยกระดับวิชาชีพครูให้เป็น วิชาชีพชั้นสูง ผ่านการศึกษาค้นคว้า การสร้างนวัตกรรม และการยึดมั่นในจรรยาบรรณและสปิริตของความเป็นครู

7. การวิจัยทางการศึกษา (Educational Research)

เน้นที่ "วิจัยในชั้นเรียน" (Classroom Action Research - CAR) มากกว่าวิจัยบริสุทธิ์:

  • กระบวนการวิจัยแบบ PAOR (Plan, Act, Observe, Reflect) เพื่อแก้ปัญหาเด็กในห้องสอนจริง
  • ความเข้าใจเรื่องตัวแปร (ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม) และสมมติฐานการวิจัย
  • สถิติเบื้องต้นสำหรับการวิจัยในชั้นเรียน เช่น ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test สำหรับทดสอบก่อน-หลังเรียน

8. นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา (Educational Innovation)

ข้อสอบเน้นการนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาการสอน:

  • ความหมายของนวัตกรรม (ไม่จำเป็นต้องเป็นเทคโนโลยีเสมอไป อาจเป็นกระบวนการสอนแบบใหม่ๆ ก็ได้)
  • แนวคิด TPACK Framework (Technological Pedagogical Content Knowledge) ที่บูรณาการความรู้ 3 ด้าน
  • สื่อประสม (Multimedia), CAI, AR, VR และ AI ในการศึกษา

9. ความเป็นครู (Teachership)

วิชาที่เสมือนเป็นพระเอกของการสอบใบประกอบวิชาชีพ เพราะข้อสอบจะออกมาเป็น เคสจริยธรรม ให้วิเคราะห์การตัดสินใจ:

  • จรรยาบรรณวิชาชีพครู 5 ด้าน 9 ข้อ (ต่อตนเอง, ต่อวิชาชีพ, ต่อผู้รับบริการ, ต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ, และต่อสังคม) ท่องให้แม่น!
  • คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และ พรหมวิหาร 4 (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) ในการปฏิบัติตนต่อศิษย์
  • กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา (พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ, พ.ร.บ. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา)
  • ข้อแนะนำ: ให้ยึดหลักผลประโยชน์สูงสุดของนักเรียนและเกียรติศักดิ์ศรีของวิชาชีพเป็นที่ตั้งในการเลือกคำตอบ

5. เทคนิคและกลยุทธ์การฝึกทำโจทย์ 'แนวข้อสอบใบประกอบวิชาชีพครู'

นอกจากการอ่านเนื้อหาจนขึ้นใจแล้ว การ ลงมือทำข้อสอบจำลองอย่างสม่ำเสมอ คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้สอบผ่าน (Pass) ได้ในครั้งแรก ซึ่งการสอบวิชาชีพครูปัจจุบัน จะจัดสอบในรูปแบบคอมพิวเตอร์ (CBT) ดังนั้นการบริหารเวลาจึงสำคัญมาก

1. ฝึกทำโจทย์สถานการณ์จำลอง (Scenario-based Reading)

ข้อสอบใบประกอบวิชาชีพโดยเฉพาะวิชาการจัดการเรียนรู้และจิตวิทยา มักจะให้โจทย์เป็นเรื่องเล่ายาวๆ เช่น "ครูสมชายพบว่าเด็กชายเอมักเอาแต่ใจและแกล้งเพื่อน ครูสมชายควรใช้ทฤษฎีใดในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน?" (เทคนิค: ตัดช้อยส์ที่เป็นการลงโทษรุนแรงหรือลิดรอนสิทธิเด็กออกก่อนเสมอ และหาช้อยส์ที่เกี่ยวกับการปรับพฤติกรรมเชิงบวก)

2. บริหารเวลาตามน้ำหนักข้อสอบ

เนื่องจากข้อสอบมีหลายมาตรฐาน ให้จัดสรรเวลาทำข้อสอบให้ดี อย่าจมอยู่กับข้อที่ตนเองไม่ถนัด (เช่น สถิติในหมวดวิจัย) ให้ข้ามไปเก็บคะแนนในหมวดที่วิเคราะห์ได้ง่ายกว่าก่อน (เช่น จรรยาบรรณ ความเป็นครู การจัดการชั้นเรียน) เพื่อให้ได้คะแนนเฉลี่ยรวมผ่านเกณฑ์ที่ 60%

3. การเรียนแบบ Active Recall และ Spaced Repetition

อย่าพึ่งพาแค่การอ่านหนังสืออย่างเดียว แต่ให้ใช้การ ทดสอบตัวเอง (Active Recall) บ่อยๆ ปิดหนังสือแล้วพยายามนึกว่า 9 มาตรฐานมีอะไรบ้าง จรรยาบรรณ 5 ด้านมีอะไรบ้าง การทบทวนเป็นระยะๆ จะช่วยย้ายความรู้จากความจำระยะสั้นสู่ความจำระยะยาวได้ดีที่สุด

พร้อมหรือยังที่จะทดสอบ? ด้านบนของหน้านี้ เราได้รวบรวม แนวข้อสอบใบประกอบวิชาชีพครู จำลองเสมือนจริง 45 ข้อ ครอบคลุมทั้ง 9 มาตรฐาน ให้นักศึกษาและว่าที่ครูทุกท่านได้ลองประลองความรู้ พร้อมเฉลยอธิบายอย่างละเอียด เพื่อเตรียมความพร้อมสู่สนามสอบจริง!