OnlyGroub
การเงิน ใหม่

เปิดร้านออนไลน์แล้วขาดทุนไม่รู้ตัว — เช็กด้วย ROI กับ Margin ก่อนสายเกิน

ยอดขายดีแต่เงินไม่เหลือ? ปัญหานี้เกิดบ่อยกับร้านออนไลน์ที่ตั้งราคาโดยไม่ได้คำนวณต้นทุนจริง บทความนี้อธิบายวิธีใช้ ROI และ Margin ให้เห็นภาพชัดว่าธุรกิจกำลังไปทางไหน

1 มีนาคม 2569 อ่าน 7 นาที
#ROI #Margin #ธุรกิจ #ร้านออนไลน์ #จุดคุ้มทุน

ยอดขายเดือนนึงหลักแสน แต่พอนับเงินในมือจริงกลับแทบไม่เหลือ

เรื่องแบบนี้ไม่ได้แปลกสำหรับร้านออนไลน์สมัยนี้ ต้นทุนซ่อนอยู่ในหลายจุดมากกว่าที่เห็น ค่าแพ็กของ ค่าจัดส่ง ค่า commission ของแพลตฟอร์ม ค่าโฆษณา และเงินทุนที่จมอยู่ในสต็อก — ทุกอย่างกัดกำไรออกทีละนิดจนกระทั่งไม่รู้ว่าขาดทุนอยู่

สองตัวเลขที่ช่วยได้มากที่สุดคือ Margin กับ ROI

Margin บอกอะไร

Margin คืออัตราส่วนกำไรต่อยอดขาย พูดง่ายๆ คือถ้าขายของชิ้นนึงได้ 100 บาทแล้วได้กำไรสุทธิ 20 บาท นั่นคือ Margin 20%

แต่คนส่วนใหญ่คำนวณ Margin โดยเอาแค่ราคาขายลบราคาต้นทุนสินค้า (COGS) ซึ่งยังไม่ครบ ต้นทุนจริงของร้านออนไลน์ต้องรวม

  • ค่า commission แพลตฟอร์ม (Shopee/Lazada อยู่ที่ 2–9% แล้วแต่หมวดสินค้า)
  • ค่าจัดส่ง และส่วนที่ร้านออกให้ลูกค้า
  • ค่าแพ็กของ กล่อง เทปกาว บับเบิ้ลแรป
  • ค่าโฆษณา ถ้ายิง ads เพื่อดึงยอดขาย

ลองคำนวณด้วย เครื่องคำนวณ Margin / กำไรสุทธิ แล้วจะเห็นทันทีว่า Margin จริงของสินค้าแต่ละตัวอยู่ที่เท่าไหร่ บางชิ้นที่คิดว่ากำไรดีพอใส่ค่า ads เข้าไปแล้วเหลือไม่ถึง 5%

ROI กับจุดคุ้มทุน

ROI (Return on Investment) วัดผลตอบแทนเทียบกับเงินที่ลงทุนไป ต่างจาก Margin ตรงที่มองภาพกว้างกว่า — ลงทุน 50,000 บาทสำหรับสินค้าล็อตนึง แล้วได้กำไรกลับมาเท่าไหร่ก่อนสิ้นสุดรอบ

กรณีที่มักพลาดกันคือลืมนับเงินทุนที่จมอยู่ในสต็อก ถ้าซื้อของมาสต็อก 200 ชิ้นแต่ขายได้เดือนละ 30 ชิ้นก็แปลว่าเงินจม 5–6 เดือน ระยะนั้นนำเงินไปทำอย่างอื่นไม่ได้

เครื่องคำนวณ ROI (จุดคุ้มทุน) ช่วยให้เห็นว่าต้องขายกี่ชิ้นถึงจะคืนทุน และใช้เวลานานแค่ไหน

ค่าเสื่อมราคาที่ร้านออนไลน์มักลืมนึกถึง

ถ้าซื้ออุปกรณ์ถ่ายภาพสินค้า เครื่องชั่ง หรือเครื่องพิมพ์ใบจัดส่งมา สิ่งเหล่านี้มีอายุการใช้งาน ต้นทุนจริงของอุปกรณ์ไม่ใช่ราคาที่จ่ายตอนซื้อ แต่คือค่าเสื่อมราคาที่เฉลี่ยออกมาต่อปีหรือต่อเดือน

เครื่องพิมพ์ราคา 3,000 บาทอายุ 3 ปีก็เท่ากับเดือนละ 83 บาทของต้นทุน ถ้ามีอุปกรณ์หลายชิ้น ตัวเลขพวกนี้บวกกันแล้วไม่น้อย

ลอง คำนวณค่าเสื่อมราคา ให้เห็นตัวเลขที่ถูก แล้วค่อยนำไปรวมในต้นทุนที่แท้จริง

อ่านตัวเลขแล้วทำอะไรต่อ

รู้ Margin แล้วต้องดูสองอย่าง

ถ้า Margin ต่ำกว่า 15% — พิจารณาว่าตั้งราคาขายขึ้นได้ไหม ลดค่าแพ็กของ หรือหยุดยิง ads สินค้าตัวนั้นชั่วคราว บางครั้งสินค้าขายดีแต่ Margin ต่ำก็ดีกว่าสินค้า Margin สูงแต่หมุนช้า ขึ้นอยู่กับว่ากระแสเงินสดเป็นอย่างไร

ถ้า ROI ติดลบ — หมายความว่าต้นทุนรวมยังสูงกว่ารายได้ ต้องตรวจว่าจุดไหนกิน Margin มากที่สุด ส่วนใหญ่แล้วเป็นค่า ads ที่จ่ายไปแต่ conversion rate ต่ำ

ร้านที่อยู่ได้นานคือร้านที่รู้ตัวเลขพวกนี้ ไม่ใช่ร้านที่ขายเก่งที่สุด