OnlyGroub
ชีวิตและงาน ใหม่

ตั้งราคาขายออนไลน์ยังไงถึงไม่ขาดทุน แม้ขายดี

ร้านออนไลน์หลายเจ้าขายดีแต่กลับไม่เหลือเงิน เพราะตั้งราคาแบบผิดวิธี วิธีคำนวณ Margin และ ROI ที่ใช้ได้จริงก่อนตัดสินใจตั้งราคาทุกครั้ง

1 มีนาคม 2569 อ่าน 6 นาที
#ตั้งราคา #Margin #ROI #ขายออนไลน์ #ร้านออนไลน์

มีร้านออนไลน์ที่ยอดขายหมื่นกว่าบาทต่อเดือน แต่พอนั่งดูบัญชีจริงๆ กลับเหลือเงินแทบไม่พอค่าน้ำค่าไฟ ปัญหาไม่ใช่ขายไม่ดี แต่ตั้งราคาแบบไม่ได้คิดต้นทุนทั้งหมด

ต้นทุนที่คนมักลืมนับ

คนส่วนใหญ่คิดแค่ “ราคาซื้อมา + กำไรที่อยากได้ = ราคาขาย” แต่นั่นไม่ครบ ต้นทุนจริงมีมากกว่านั้น

ค่าแพ็กของ กล่อง ซอง เทปกาว กระดาษฟองน้ำ ถ้าขายชิ้นละ 150 บาท แต่แพ็กของต้นทุน 15 บาทต่อครั้ง หายไป 10% แล้ว

ค่าจัดส่ง ถ้าเสนอ “ฟรีค่าส่ง” ค่าส่งนั้นมาจากไหน ต้องบวกเข้าราคาหรือแบกรับเอง ถ้าแบกรับ Margin หายอีกก้อน

ค่าคอมมิชชั่นแพลตฟอร์ม Shopee เก็บประมาณ 3-5% Lazada ใกล้เคียงกัน TikTok Shop บางหมวดสูงกว่านี้ รายได้จริงที่โอนเข้าบัญชีน้อยกว่ายอดขาย

ค่าโฆษณา ถ้ายิง Ads อยู่ ต้นทุนต่อออเดอร์จริงๆ เท่าไหร่ บางทีโฆษณาแพงกว่ากำไรต่อชิ้น

Margin คืออะไร และทำไมต้องรู้ก่อนตั้งราคา

Gross Margin คือสัดส่วนกำไรหลังหักต้นทุนสินค้า ออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคาขาย

สูตร: (ราคาขาย - ต้นทุน) ÷ ราคาขาย × 100

ตัวอย่าง: ซื้อมา 80 บาท ขาย 150 บาท Margin = (150 - 80) ÷ 150 × 100 = 46.7%

แต่ถ้าหักค่าแพ็ก 15 + ค่าส่ง 20 + ค่าคอมมิชชั่น 3% (≈ 4.5 บาท) = ต้นทุนจริง 119.5 บาท
Margin จริง = (150 - 119.5) ÷ 150 × 100 = 20.3%

ต่างกันเกือบครึ่ง ลองคำนวณตัวเลขของตัวเองได้เลยที่ เครื่องคำนวณ Margin / กำไรสุทธิ

Markup กับ Margin ต่างกัน อย่าสับสน

ที่คนมักงงกันคือ Markup กับ Margin คือคนละตัวกัน

Markup = กำไร ÷ ต้นทุน × 100
Margin = กำไร ÷ ราคาขาย × 100

ซื้อมา 80 ขาย 150: Markup = 87.5% แต่ Margin = 46.7%

ถ้าพูดกับแพลตฟอร์มหรือนักบัญชี เขาจะถาม Margin แต่ถ้าคุยกับคนขายด้วยกัน มักพูดถึง Markup แยกให้ได้ไม่งั้นคุยคนละเรื่อง

ROI — คุ้มไหมที่จะลงทุนกับสินค้าตัวนี้

ROI ดูว่าเงินที่ลงทุนไปได้กลับมาแค่ไหน ใช้ดูว่าควรสต็อกสินค้าตัวไหนมากกว่ากัน

สูตร: (กำไรสุทธิ ÷ เงินลงทุน) × 100

ลงทุนซื้อสต็อก 5,000 บาท ขายหมดได้กำไรสุทธิ 1,200 บาท ROI = 24%
ถ้าขายสินค้าอีกตัว ลงทุน 5,000 บาทเหมือนกัน แต่กำไรสุทธิ 800 บาท ROI = 16%

ตัวแรกคุ้มกว่า ถึงแม้ราคาขายจะไม่ได้สูงกว่ามาก
คำนวณ ROI ของแต่ละสินค้าหรือโปรเจคได้ที่ เครื่องคำนวณ ROI / จุดคุ้มทุน

ราคา “จุดคุ้มทุน” ต้องอยู่ที่เท่าไหร่

ก่อนจะตั้งราคา ต้องรู้ก่อนว่าราคาขายต่ำสุดที่ไม่ขาดทุนคือเท่าไหร่

ต้นทุนทั้งหมดต่อชิ้น (ราคาซื้อ + แพ็ก + ส่ง + คอมมิชชั่นแพลตฟอร์ม) = จุดคุ้มทุน

ถ้าขายต่ำกว่านี้ขาดทุนแน่นอน ถ้าขายเท่านี้แค่ “ไม่ขาดทุน” แต่ก็ไม่ได้กำไรจริง ราคาขายจริงต้องสูงกว่าจุดคุ้มทุนเพียงพอที่คุ้มค่าแรง

เรื่อง VAT ที่ต้องระวัง

ถ้ารายได้ทั้งปีเกิน 1.8 ล้านบาท ต้องจดทะเบียน VAT และเก็บ VAT 7% จากลูกค้า ตรงนี้กระทบราคาโดยตรง ถ้าราคาขาย 150 บาท “รวม VAT” แล้ว รายได้จริงก่อน VAT คือ 140.19 บาท ต่างกัน 9.81 บาทต่อชิ้น

คำนวณยอดก่อนและหลัง VAT ได้เลยที่ เครื่องคำนวณ VAT 7% กดสลับระหว่างราคารวมและราคาก่อน VAT ได้ทันที

ตรวจต้นทุนตัวเองทุกไตรมาส

ราคาซัพพลายเออร์เปลี่ยน ค่าส่งขึ้น โปรโมชั่นแพลตฟอร์มเปลี่ยนเงื่อนไข ต้นทุนที่คำนวณไว้ปีที่แล้วอาจใช้ไม่ได้อีกแล้ว

ทบทวน Margin จริงของแต่ละสินค้าอย่างน้อยทุก 3 เดือน ถ้าตัวไหน Margin เหลือต่ำกว่า 15% แบกภาระมากกว่าที่ได้ชัดๆ ควรพิจารณาขึ้นราคาหรือหยุดขาย

สำหรับผู้ขายที่รับงานฟรีแลนซ์ด้วย อ่านเรื่องภาษีรายได้เสริมและเอกสารที่ต้องทำได้ที่ รายได้เสริมออนไลน์เสียภาษียังไง