OnlyGroub
การเงิน ใหม่

ขายดีแต่ไม่มีเงิน — ลองคำนวณ Margin จริงก่อนที่จะโทษตลาด

ยอดขายดีแต่เงินหายเยอะ? ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ตลาด แต่อยู่ที่ Margin ที่ยังไม่เคยคำนวณจริงจัง บทความนี้อธิบายวิธีหากำไรสุทธิจากของที่ขายได้เลย

1 มีนาคม 2569 อ่าน 6 นาที
#Margin #ROI #ร้านค้าออนไลน์ #กำไร #ต้นทุน #ธุรกิจ

“ยอดขายเดือนนี้ดีนะ แต่ไม่รู้เงินไปอยู่ที่ไหน”

ประโยคนี้ไม่ได้ยากหาในหมู่คนที่ขายของออนไลน์มาสักหนึ่งปีแรก ขายได้จริง แพ็กของทุกวัน แต่พอนับเงินในบัญชีก็ยังตั้งหน้าตั้งตาถามตัวเองว่ากำไรไปไหน

ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ใช่ยอดขายน้อย แต่เป็นเรื่อง Margin ที่บางเกินไป โดยที่ยังไม่รู้ตัวว่าบางแค่ไหน

Margin กับ Markup ต่างกันยังไง

สองคำนี้ดูคล้ายกัน แต่คำนวณคนละแบบ

Markup คือกำไรที่บวกเพิ่มจากต้นทุน

ต้นทุน 100 บาท + Markup 50% = ราคาขาย 150 บาท

Margin คือกำไรคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากราคาขาย

กำไร 50 ÷ ราคาขาย 150 = Margin 33.3%

ดูเหมือนเล็กน้อย แต่ถ้าเข้าใจผิดสองนี้สลับกัน บางคนตั้งราคาแบบ Markup 50% แล้วคิดว่า Margin 50% ซึ่งผิดโดยสิ้นเชิง ความแตกต่างนี้กินกำไรไปโดยไม่รู้ตัวได้เป็นหมื่นต่อเดือน

ใช้ เครื่องคำนวณ Margin / กำไรสุทธิ ใส่ต้นทุนและราคาขาย แล้วได้ทั้ง Margin และ Markup ออกมาพร้อมกัน ไม่ต้องคิดเองและเสี่ยงสลับกัน

ต้นทุนที่หลายคนลืมใส่

นี่คือจุดที่กำไรหายไปโดยไม่รู้ตัวบ่อยที่สุด:

ค่าแพ็กเกจจิ้ง กล่อง เทป บับเบิ้ล ถุงลม ถ้าขายวันละ 30 ออเดอร์ ค่าแพ็กแค่ 8 บาทต่อออเดอร์ก็หายไป 240 บาทต่อวันแล้ว

ค่าขนส่ง ถ้าออฟเฟอร์ฟรีค่าส่งให้ลูกค้า ค่านั้นต้องเอาใส่ต้นทุน ไม่ใช่นั่งคิดว่าเป็นค่าใช้จ่ายอื่น

ค่า Fee ของ Marketplace Shopee หัก 3–6% ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า Lazada ก็คล้ายกัน ตัวเลขนี้กินไปเงียบๆ ทุกออเดอร์

เวลาของตัวเอง ถ้าใช้เวลา 4 ชั่วโมงต่อวันในการแพ็กของ ตอบแชท อัปรูป นั่นคือต้นทุนเวลาที่ต้องประเมินด้วย ถ้าคิดค่าแรงตัวเองแค่ 100 บาทต่อชั่วโมง ก็ 400 บาทต่อวันแล้ว

ROI ช่วยตัดสินใจว่าคุ้มไหม

Margin บอกว่ากำไรเท่าไหร่จากการขาย แต่ ROI (Return on Investment) บอกว่าการลงทุนก้อนนี้คืนทุนเมื่อไหร่ มีประโยชน์มากเวลาคิดว่าจะซื้อสต็อกเพิ่มหรือลงทุนเพิ่มในแคมเปญโฆษณา

สูตรง่ายๆ: ROI = (กำไร ÷ เงินลงทุน) × 100

ถ้าลงทุนซื้อสินค้า 10,000 บาท แล้วขายได้กำไร 3,000 บาท ROI = 30% ฟังดูโอเค แต่ถ้าใช้เวลา 6 เดือนกว่าจะขายหมด ROI ต่อปีก็แค่ 60% ซึ่งอาจไม่ดีเท่าที่คิดเมื่อเทียบกับทางเลือกอื่น

คำนวณ ROI และจุดคุ้มทุนได้ที่ เครื่องคำนวณ ROI (จุดคุ้มทุน) ใส่ต้นทุนและรายได้ แล้วระบบคำนวณให้ว่าต้องขายได้เท่าไหร่ถึงจะคืนทุน

เรื่อง VAT ที่ต้องรู้ถ้าขายให้นิติบุคคล

ถ้าลูกค้าเป็นบริษัทและขอใบกำกับภาษีมาเรื่อยๆ ต้องรู้ว่าราคาที่คุยกันนั้นรวม VAT หรือยังไม่รวม ความสับสนตรงนี้ทำให้ได้ยอดเงินโอนมาน้อยกว่าที่คิดทุกครั้ง

เครื่องคำนวณ VAT ช่วยแยกหรือรวม VAT 7% ได้ทันที ใส่ตัวเลขเดียวแล้วรู้ว่ายอดก่อน VAT คือเท่าไหร่ ประหยัดเวลาคิดเองแบบที่มีโอกาสผิดสูง

สรุปแบบตรงไปตรงมา

ร้านค้าออนไลน์ส่วนใหญ่ที่ “ขายดีแต่ไม่มีเงิน” มักมีปัญหาเดียวกัน คือ Margin ที่บางเกินไปและต้นทุนที่ไม่ได้นับครบ การนั่งคำนวณตัวเลขจริงสักครั้งมักพบว่าตัวเลขที่คิดว่ากำไรดีนั้นแท้จริงแล้วกำไรไม่ถึงครึ่งของที่คิด

นั่งคิดเลขเสียหนึ่งชั่วโมงแล้วปรับราคาหรือตัดสินค้าที่ไม่คุ้มออก อาจทำให้เงินเหลือมากกว่าการขายให้ได้ยอดสูงกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ