OnlyGroub
การเงิน ใหม่

ภาษีเงินได้ 2568 — จ่ายเท่าไหร่ ลดหย่อนอะไรได้บ้าง

รายได้ถึงเกณฑ์แต่ไม่รู้ต้องจ่ายภาษีเท่าไหร่ บทความนี้อธิบายโครงสร้างภาษีเงินได้ 2568 พร้อมค่าลดหย่อนที่คนทำงานมองข้ามบ่อย

1 มีนาคม 2569 อ่าน 8 นาที
#ภาษี #ลดหย่อน #ภาษีเงินได้ #การเงินส่วนตัว

ทุกปีพอถึงช่วงยื่นภาษีก็มีความรู้สึกแบบเดิม — ไม่แน่ใจว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ กลัวจ่ายขาด และไม่รู้ว่าลดหย่อนอะไรได้บ้าง

ถ้าเป็นแบบนั้น บทความนี้น่าจะช่วยได้

ใครต้องยื่นภาษีบ้าง

เงื่อนไขมีอยู่สองแบบ คนโสดที่มีรายได้เกิน 120,000 บาทต่อปีต้องยื่น ส่วนคนที่สมรสและมีรายได้รวมกับคู่สมรสเกิน 220,000 บาทก็ต้องยื่นเช่นกัน

ยื่นไม่ได้แปลว่าต้องจ่ายเสมอไป แต่ถ้ามีการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้เกิน บางทียื่นแล้วได้เงินคืนด้วยซ้ำ

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2568

ภาษีเงินได้ไทยคิดแบบขั้นบันได ยิ่งรายได้สุทธิสูง อัตราในส่วนท็อปก็ยิ่งสูง

รายได้สุทธิ (บาท/ปี)อัตราภาษี
0 – 150,000ยกเว้น
150,001 – 300,0005%
300,001 – 500,00010%
500,001 – 750,00015%
750,001 – 1,000,00020%
1,000,001 – 2,000,00025%
2,000,001 – 5,000,00030%
5,000,001 ขึ้นไป35%

“รายได้สุทธิ” ไม่ใช่รายได้ทั้งหมด แต่คือรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อนแล้ว ความแตกต่างตรงนี้คือเหตุผลที่ทำให้คนทำงานเงินเดือน 40,000 บาท/เดือน ไม่จำเป็นต้องจ่ายภาษีถึง 20%

ลองใช้ เครื่องคำนวณภาษีเงินได้ เพื่อใส่ตัวเลขจริงของตัวเองดูจะได้ตัวเลขที่แม่นกว่าการประมาณเอง

ค่าลดหย่อนที่คนทำงานประจำมองข้ามบ่อย

ค่าลดหย่อนมาตรฐาน 50% (สูงสุด 100,000 บาท) — มนุษย์เงินเดือนได้ทุกคน ไม่ต้องยื่นหลักฐาน แค่มีรายได้ประเภท 40(1) ก็หักได้เลย

ประกันชีวิต — เบี้ยที่จ่ายจริง หักได้สูงสุด 100,000 บาท ต้องเป็นกรมธรรม์ระยะ 10 ปีขึ้นไป

ประกันสุขภาพ — เพิ่งปรับเพดานเป็น 25,000 บาทในปีนี้ แยกจากประกันชีวิต คนที่ซื้อประกันสุขภาพส่วนตัวไว้ควรเก็บใบเสร็จด้วย

กองทุน RMF / SSF — RMF หักได้สูงสุด 30% ของรายได้ (รวมกับกองทุนอื่นไม่เกิน 500,000 บาท) SSF หักได้สูงสุด 30% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท

ลดหย่อนบุตร — 30,000 บาทต่อคน บุตรคนที่ 2 เป็นต้นไปลดหย่อนได้ 60,000 บาท (สำหรับบุตรที่เกิดปี 2561 ขึ้นไป)

ดอกเบี้ยบ้าน — จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านให้ธนาคารเท่าไหร่ หักได้ตามจำนวนจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ≠ ภาษีที่ต้องจ่ายจริง

บริษัทหักภาษี ณ ที่จ่ายออกทุกเดือน แต่ตัวเลขนั้นเป็นแค่ “การชำระล่วงหน้า” พอถึงเวลายื่นจริง ถ้าคำนวณแล้วต้องจ่ายน้อยกว่าที่หักไว้ ก็จะได้เงินคืน ถ้าต้องจ่ายมากกว่าก็ค่อยจ่ายเพิ่ม

สำหรับฟรีแลนซ์หรือคนรับงานโปรเจกต์ ลูกค้ามักหัก 3% ก่อนโอน ซึ่งน้อยกว่าภาษีที่ต้องจ่ายจริงในบางกรณี เช็กล่วงหน้าด้วย เครื่องคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย จะได้จัดสำรองเงินได้ถูก

ซื้อของ ต้องรู้เรื่อง VAT ด้วย

ราคาสินค้าส่วนใหญ่ในไทยรวม VAT 7% อยู่แล้ว แต่ถ้าทำธุรกิจหรือซื้องานบริการต้องออกใบกำกับภาษี บางทีก็งงว่าราคาก่อน VAT จริงๆ คือเท่าไหร่

เครื่องคำนวณ VAT ช่วยแยก VAT ออกจากราคารวมได้ในคลิกเดียว ไม่ต้องคำนวณเองผิดพลาด

สรุป

ภาษีไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แค่ต้องรู้โครงสร้างและลดหย่อนที่มีสิทธิ์ได้ คนทำงานประจำส่วนใหญ่มีค่าลดหย่อนพื้นฐานที่ช่วยให้ภาษีลดลงได้มากกว่าที่คิด

ก่อนยื่นครั้งหน้า ลองรวบรวมหลักฐานลดหย่อนให้ครบ คำนวณตัวเลขก่อนล่วงหน้า แล้วจะยื่นได้ราบรื่นขึ้นมาก