OnlyGroub
การเงิน ใหม่

เปรียบเทียบดอกเบี้ยคงที่ vs ลอยตัว เลือกแบบไหนดีก่อนกู้บ้าน

ก่อนยื่นกู้บ้านต้องรู้! ดอกเบี้ยคงที่กับลอยตัวต่างกันอย่างไร แต่ละแบบเหมาะกับใคร และคำนวณยังไงให้เห็นภาพ

5 กุมภาพันธ์ 2569 อ่าน 7 นาที
#สินเชื่อบ้าน #ดอกเบี้ย #การเงิน

การกู้ซื้อบ้านเป็นการตัดสินใจทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของหลายคน และหนึ่งในคำถามสำคัญที่สุดคือ ควรเลือกอัตราดอกเบี้ยแบบไหน?

ดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) คืออะไร

อัตราดอกเบี้ยที่ถูกล็อกไว้ในระดับหนึ่งตลอดช่วงระยะเวลาที่กำหนด ไม่ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของตลาด

ตัวอย่าง: ธนาคาร A ให้ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรกที่ 2.75% ต่อปี ไม่ว่าอัตราดอกเบี้ยตลาดจะขึ้นหรือลงก็ตาม

ข้อดี

  • คาดการณ์ยอดผ่อนรายเดือนได้แน่นอน
  • ได้ประโยชน์ถ้าดอกเบี้ยตลาดขึ้นในอนาคต
  • วางแผนการเงินระยะยาวได้ชัดเจน

ข้อเสีย

  • มักเริ่มต้นสูงกว่าอัตราลอยตัว
  • ถ้าดอกเบี้ยตลาดลด คุณจะเสียเปรียบ
  • บางธนาคารมีค่าปรับถ้าชำระปิดก่อนกำหนด

ดอกเบี้ยลอยตัว (Floating/Variable Rate) คืออะไร

อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตามอัตราอ้างอิง เช่น MLR (Minimum Lending Rate) หรือ MRR (Minimum Retail Rate) ของธนาคาร

ตัวอย่าง: MLR - 1% หมายความว่าถ้า MLR ปัจจุบัน 5.5% คุณจ่าย 4.5% แต่ถ้า MLR ขึ้นเป็น 6% คุณก็จ่าย 5%

ข้อดี

  • อัตราเริ่มต้นมักต่ำกว่า
  • ได้ประโยชน์ถ้าอัตราดอกเบี้ยตลาดลดลง
  • ยืดหยุ่นกว่าในบางกรณี

ข้อเสีย

  • ความไม่แน่นอนสูง ยอดผ่อนอาจขึ้นลง
  • ถ้ากนง. ขึ้นดอกเบี้ย คุณได้รับผลกระทบทันที

โครงสร้างดอกเบี้ยที่พบบ่อยในไทย

ธนาคารไทยมักใช้โครงสร้างผสม:

3 ปีแรก: คงที่ 2.75%
ปีที่ 4 เป็นต้นไป: MRR - 0.5% (ลอยตัว)

วิธีนี้ให้ความแน่นอนในช่วงต้น แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นลอยตัว

เปรียบเทียบด้วยตัวเลขจริง

สมมติกู้ 3,000,000 บาท ระยะเวลา 30 ปี

ดอกเบี้ยยอดผ่อน/เดือนดอกเบี้ยรวม
คงที่ 3%~12,648 บาท~1,553,280 บาท
คงที่ 4%~14,323 บาท~2,156,280 บาท
ลอยตัว เฉลี่ย 3.5%~13,473 บาท~1,850,280 บาท

สรุป: เลือกแบบไหนดี?

เลือกดอกเบี้ยคงที่ถ้า:

  • ต้องการความแน่นอน วางแผนการเงินชัด
  • คาดว่าดอกเบี้ยตลาดจะขึ้นต่อ
  • รายได้ไม่ค่อยยืดหยุ่น

เลือกดอกเบี้ยลอยตัวถ้า:

  • มีรายได้สูง รับความเสี่ยงได้
  • คาดว่าดอกเบี้ยจะลดหรืออยู่ในช่วงขาลง
  • มีแผนชำระคืนก่อนกำหนด

ลองคำนวณยอดผ่อนบ้านของคุณกับ เครื่องคำนวณสินเชื่อบ้าน ของเรา