OnlyGroub
การเงิน ใหม่

ดอกเบี้ยทบต้นคืออะไร ทำไมคนที่รู้เรื่องนี้เร็วถึงได้เปรียบ

ดอกเบี้ยทบต้นเป็นเรื่องที่โรงเรียนไม่ค่อยสอน แต่มีผลกับเงินออมและหนี้สินในชีวิตจริงมากกว่าที่คิด รู้ก่อนเริ่มออมหรือกู้จะช่วยได้มาก

1 มีนาคม 2569 อ่าน 7 นาที
#ดอกเบี้ยทบต้น #ออมเงิน #การเงิน #compound interest

มีคนสองกลุ่มที่ได้รับผลจากดอกเบี้ยทบต้น กลุ่มแรกคือคนที่ออมเงินและปล่อยให้ดอกเบี้ยงอก อีกกลุ่มคือคนที่กู้เงินและปล่อยให้หนี้พอก วิธีที่มันทำงานเหมือนกันทุกอย่าง แค่ทิศทางต่างกัน

ดอกเบี้ยทบต้นต่างกับดอกเบี้ยธรรมดายังไง

ดอกเบี้ยธรรมดา (Simple Interest) คำนวณจากเงินต้นเดิมตายตัว เช่น ฝาก 100,000 ที่ 5% ต่อปี ปีที่ 1 ได้ 5,000 บาท ปีที่ 2 ก็ 5,000 บาทเหมือนเดิม ไปเรื่อยๆ

ดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest) นำดอกเบี้ยที่ได้ไปรวมกับเงินต้น แล้วคิดดอกเบี้ยจากยอดใหม่ ปีที่ 1 ได้ 5,000 บาท ยอดกลายเป็น 105,000 — ปีที่ 2 คิดดอกเบี้ยจาก 105,000 ได้ 5,250 บาท ยอดกลายเป็น 110,250 ไม่ใช่ 110,000

ฟังดูต่างกันนิดเดียว แต่พอเวลาผ่านไปนาน ตัวเลขต่างกันมาก

ตัวอย่างที่ทำให้เห็นภาพ

สมมติออมเงิน 200,000 บาท ที่ดอกเบี้ย 5% ต่อปี

ปีที่ดอกเบี้ยธรรมดาดอกเบี้ยทบต้น
5250,000255,256
10300,000325,779
20400,000530,660
30500,000864,388

ปีที่ 30 ต่างกัน 364,388 บาท โดยที่ไม่ได้ฝากเพิ่มเลย แค่เริ่มไวขึ้นหรือปล่อยนานขึ้น

ลองคำนวณตัวเลขของตัวเองได้ที่ เครื่องคำนวณดอกเบี้ยทบต้น — ใส่เงินต้น อัตรา และระยะเวลา แล้วเห็นผลทันที

กฎ 72 — วิธีด่วนที่ไม่ต้องคำนวณ

มีวิธีประมาณในหัวได้เลยว่าเงินจะเพิ่มสองเท่าใช้เวลากี่ปี:

$$\text{จำนวนปี} = \frac{72}{\text{อัตราดอกเบี้ย}}$$

ดอกเบี้ย 6% → เงินเพิ่มสองเท่าใน 12 ปี ดอกเบี้ย 8% → เพิ่มสองเท่าใน 9 ปี ดอกเบี้ย 12% → เพิ่มสองเท่าใน 6 ปี

กฎนี้ใช้ตัดสินใจเร็วได้ดี เช่น กองทุนรวมที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 8% ต่อปี ลงทุนตอนอายุ 30 พออายุ 39 เงินก้อนนั้นก็เป็นสองเท่าแล้ว โดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม

ทำไมเริ่มเร็วถึงสำคัญขนาดนี้

มีตัวอย่างคลาสสิกที่ช่วยเห็นภาพได้ชัด:

คน A เริ่มออมตั้งแต่อายุ 25 ออมเดือนละ 3,000 บาท เป็นเวลา 10 ปี แล้วหยุด แต่ยังปล่อยเงินกองนั้นค้างไว้ ไม่แตะจนถึงอายุ 60

คน B เริ่มออมเดือนละ 3,000 เหมือนกัน แต่เริ่มอายุ 35 และออมทุกเดือนไม่หยุดจนถึง 60 รวมออมไป 25 ปี

สมมติผลตอบแทน 7% ต่อปี — คน A ได้เงินปลายทางมากกว่า ทั้งที่ออมน้อยกว่าและหยุดก่อน เหตุผลเดียวคือเริ่มเร็วกว่า 10 ปี

เวลามีค่ากว่าจำนวนเงินที่ออม เพราะดอกเบี้ยทบต้นต้องการเวลา

ด้านมืด: หนี้ที่ทบต้นทำงานฝั่งตรงข้าม

สิ่งเดียวกันนี้ทำงานกับหนี้เช่นกัน

บัตรเครดิตส่วนใหญ่คิดดอกเบี้ยทบต้นรายวัน อัตราใกล้ 18-28% ต่อปี ถ้าค้างยอด 10,000 บาทและจ่ายแค่ขั้นต่ำทุกเดือน ต้องใช้เวลานานมากกว่าจะหมดและจ่ายดอกเบี้ยรวมมากกว่าต้นทุนเดิมหลายเท่า

สินเชื่อส่วนบุคคลอัตราสูงก็ทำนองเดียวกัน — ก่อนตัดสินใจกู้ให้ลองคำนวณดอกเบี้ยที่แท้จริงก่อนเสมอ ใช้ เครื่องคำนวณดอกเบี้ย ดูได้เลยว่าจ่ายไปทั้งหมดเท่าไหร่ตลอดสัญญา

ดอกเบี้ยแบบรายปี รายเดือน รายวัน — ต่างกันยังไง

ยิ่ง “ทบบ่อย” เงินยิ่งโตเร็ว หรือถ้าเป็นหนี้ก็พอกเร็วขึ้น

ตัวอย่างง่ายๆ: ดอกเบี้ย 12% ต่อปี

  • ทบปีละครั้ง: เงิน 100,000 → 112,000
  • ทบเดือนละครั้ง: → 112,682
  • ทบรายวัน: → 112,747

ตัวเลขต่างกันไม่มากสำหรับ 1 ปี แต่ถ้าเป็น 20 ปี ช่องว่างจะกว้างขึ้นชัดเจน

กองทุนและแบงก์มักบอกอัตราแบบ “ต่อปี” แต่ทบเดือนละครั้ง ต้องอ่านให้ดีว่าเขา compound ถี่แค่ไหน

จะเริ่มต้นยังไง

ไม่ต้องรอให้มีเงินเยอะ แค่เริ่มสม่ำเสมอและเร็วกว่า

กองทุนรวมตลาดเงิน กองทุน RMF/SSF กองทุนดัชนีโลก หรือแม้แต่ฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน — ทุกอันใช้ระบบดอกเบี้ยทบต้น แตกต่างแค่อัตราและความเสี่ยง

ถ้าเพิ่งเริ่มวางแผนการเงิน ลองดูว่า ภาษีเงินได้ ที่ต้องจ่ายปีนี้เป็นเท่าไหร่ก่อน เพราะบางทีลดหย่อนด้วยกองทุน RMF/SSF ได้ด้วย — ได้ทั้งลดภาษีและให้เงินทำงานผ่านดอกเบี้ยทบต้นไปพร้อมกัน

ดอกเบี้ยทบต้นไม่ซับซ้อน แค่ต้องการสองอย่างคือ อัตราที่ดีพอ และเวลาที่นานพอ ทำได้ทั้งคู่ก็ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่เริ่มแล้วปล่อยไว้