OnlyGroub
การศึกษา ใหม่

TGAT TPAT A-Level 2568: ข้อสอบอะไรบ้าง คะแนนนับยังไง ก่อนตัดสินใจเลือกสอบ

รู้ก่อนสอบว่า TGAT, TPAT, และ A-Level แตกต่างกันอย่างไร สอบวิชาไหน และแต่ละมหาวิทยาลัยนำคะแนนไปคิดสัดส่วนอย่างไร

1 มีนาคม 2569 อ่าน 8 นาที
#TGAT 2568 #TPAT #A-Level #TCAS #สอบเข้ามหาวิทยาลัย

นักเรียนม. 6 หลายคนสับสนกับระบบ TCAS เพราะมีชื่อข้อสอบหลายตัว ทั้ง TGAT, TPAT, และ A-Level ฟังดูคล้ายกันแต่ทำหน้าที่ต่างกันชัดเจน รู้ว่าแต่ละอย่างวัดอะไรก็เลือกเตรียมตัวได้ตรง ไม่ต้องเสียเวลาอ่านวิชาที่มหาวิทยาลัยที่ตั้งใจสมัครไม่ได้ใช้

TGAT คืออะไร สอบอะไรบ้าง

TGAT ย่อจาก Thai General Aptitude Test แปลตรงๆ คือการทดสอบความถนัดทั่วไปของคนไทย ข้อสอบชุดนี้ไม่ได้วัดความรู้วิชาการ แต่วัดศักยภาพพื้นฐานที่ใช้ในการทำงานและเรียนระดับอุดมศึกษา

แบ่งออกเป็น 3 ส่วน:

  • TGAT1 การสื่อสารภาษาอังกฤษ — วัดความสามารถใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตจริง ทั้งการอ่าน ฟัง และเข้าใจบริบทการสื่อสาร
  • TGAT2 การคิดอย่างมีเหตุผล — Logic และ Critical Thinking ไม่ต้องใช้สูตรคณิตศาสตร์แต่ต้องอ่านโจทย์และวิเคราะห์ให้แม่น
  • TGAT3 สมรรถนะการทำงานในอนาคต — ประเมินทักษะที่บริษัทและองค์กรต้องการ เช่น การทำงานเป็นทีม การแก้ปัญหา และการปรับตัว

คะแนนเต็มแต่ละส่วน 100 คะแนน รวม 300 คะแนน สอบปีละ 2 รอบ เลือกใช้คะแนนที่สูงกว่าได้

TPAT สอบอะไร ใครต้องสอบบ้าง

TPAT ย่อจาก Thai Professional Aptitude Test วัดความถนัดเฉพาะด้านสำหรับสาขาวิชาชีพเฉพาะทาง ไม่ใช่ทุกคนต้องสอบ — ขึ้นอยู่กับว่าสมัครคณะอะไร

มี 5 ประเภทหลัก:

  • TPAT1 ความถนัดแพทย์ สำหรับคณะแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัช บางหลักสูตร
  • TPAT2 ความถนัดศิลปกรรม สถาปัตยกรรม หรือออกแบบ
  • TPAT3 ความถนัดวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรม
  • TPAT4 ความถนัดด้านครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์
  • TPAT5 ความถนัดด้านการบริหารธุรกิจและเศรษฐศาสตร์

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าคณะที่ตั้งใจสมัครต้องการ TPAT หมายเลขไหน ให้ตรวจสอบตรงหน้าระเบียบการของแต่ละมหาวิทยาลัย ไม่ควรสมัครสอบทุกตัวเพราะเสียค่าสมัครและเสียเวลาเตรียม

ฝึกทำข้อสอบ TGAT และ TPAT ได้ที่ แนวข้อสอบ TGAT/TPAT มีทั้งส่วน Reasoning และ English พร้อมเฉลยอธิบาย

A-Level ต่างจาก TGAT ตรงไหน

A-Level ย่อจาก Applied Knowledge Level วัดความรู้วิชาการของแต่ละวิชาที่เรียนในระดับมัธยมปลาย ถ้า TGAT วัด “ความสามารถ” A-Level วัด “ความรู้สะสม”

วิชาที่เปิดสอบมีทั้งหมด 9 วิชา ได้แก่:

  • คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 (พีชคณิตและแคลคูลัส)
  • คณิตศาสตร์ประยุกต์ 2 (สถิติและความน่าจะเป็น)
  • วิทยาศาสตร์ประยุกต์
  • ฟิสิกส์
  • เคมี
  • ชีววิทยา
  • ภาษาไทย
  • สังคมศึกษา
  • ภาษาอังกฤษ

ไม่จำเป็นต้องสอบทุกวิชา — ดูตามที่คณะต้องการ สาขาวิศวกรรมมักต้องการคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ สาขาแพทย์ต้องการเคมีและชีววิทยา สาขาบริหารบางที่อาจใช้แค่ภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์

ลองฝึกทำ แนวข้อสอบ A-Level ก่อนสอบจริงได้เลย มีทุกวิชา

มหาวิทยาลัยนำคะแนนไปคิดยังไง

แต่ละมหาวิทยาลัยและแต่ละคณะกำหนดสัดส่วนการใช้คะแนนเอง นี่คือจุดที่หลายคนสับสนมากที่สุด

ตัวอย่างสัดส่วนที่มักเห็นบ่อย:

  • คณะวิศวกรรมศาสตร์ มักใช้ TGAT + A-Level คณิตศาสตร์ + ฟิสิกส์ ในสัดส่วนต่างๆ
  • คณะนิติศาสตร์ หลายที่ใช้ TGAT1 (English) + สังคมศึกษา เป็นหลัก
  • คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ใช้ TPAT4 + TGAT บางส่วน

เพื่อดูว่าคะแนนที่มีอยู่จะสามารถเข้าคณะที่ตั้งใจได้หรือไม่ ใช้ เครื่องคำนวณคะแนน TCAS กรอกคะแนนแต่ละวิชาที่ทำได้ แล้วระบุสัดส่วนที่คณะนั้นกำหนด ได้ผลลัพธ์ทันทีว่าคะแนนรวมอยู่ที่เท่าไหร่

เกรด GPAX มีผลแค่ไหน

GPAX (Grade Point Average Cumulative) คือเกรดสะสม 6 เทอมนับตั้งแต่ม. 4 มีบางมหาวิทยาลัยที่กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำเอาไว้ก่อนพิจารณาคะแนนอื่น เช่น ต้องมี GPAX ไม่ต่ำกว่า 2.00 หรือ 2.50

ถ้าอยากรู้ว่า GPAX ตอนนี้อยู่ที่เท่าไหร่หรือต้องทำอีกกี่เทอมให้ถึงเป้า ใช้ เครื่องคำนวณเกรดเฉลี่ย GPA/GPAX ได้เลย แค่กรอกหน่วยกิตและผลการเรียนแต่ละรายวิชา

วางตารางเตรียมสอบยังไงให้ครบ

ปัญหาที่นักเรียนเจอบ่อยคือเตรียมทุกวิชาแต่ไม่ลึกพอสักวิชา แทนที่จะใช้เวลาเท่ากันทุกวิชา ให้ตอบคำถามนี้ก่อน:

  1. คณะที่ตั้งใจสมัครมีกี่ที่ — ถ้าสมัครหลายที่ที่ใช้วิชาต่างกัน กำหนดคะแนนที่ “ต้องผ่าน” ของแต่ละวิชาก่อน
  2. วิชาไหนที่คะแนนห่างจากเป้ามากที่สุด — เอาเวลาไปลงตรงนั้นมากกว่า
  3. วิชาไหนที่คะแนนดีอยู่แล้ว — ทบทวนรักษาระดับ ไม่ต้องอ่านลึกใหม่ทั้งหมด

ระบบ TCAS เปิดให้สมัครแบบคัดเลือกหลายรอบ บางที่ใช้แค่บางวิชา ยังมีเวลาปรับแผนในแต่ละรอบ ไม่ต้องตกใจถ้าคะแนนบางวิชาออกมาไม่ถึงเป้าในรอบแรก