OnlyGroub
การศึกษา 30 ข้อ

แนวข้อสอบ A-Level (TCAS)

รวมข้อสอบ A-Level จำลองออนไลน์ฟรี 30 ข้อ ครอบคลุมคณิตศาสตร์ประยุกต์ วิทยาศาสตร์ฟิสิกส์เคมีชีวะ และไทยสังคมอังกฤษ พร้อมเทคนิคยื่นคะแนน กสพท. Admission

คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 และ 2 วิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา) ภาษาและสังคม (ไทย สังคม อังกฤษ)
ความคืบหน้า0 / 30 ข้อ
1คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 และ 2

[คณิตฯ 1] กำหนดให้ f(x) = x² - 4x + 3 จุดวกกลับของพาราโบลานี้คือจุดใด

2คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 และ 2

[คณิตฯ 1] ค่าของ lim (x->2) (x² - 4) / (x - 2) เท่ากับเท่าใด

3คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 และ 2

[คณิตฯ 1] ถ้า log₂(x) + log₂(y) = 3 และ x - y = 2 ค่าของ x + y คือเท่าใด

4คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 และ 2

[คณิตฯ 1] จำนวนวิธีในการจัดเรียงชาย 3 คน หญิง 3 คน ยืนสลับรอบโต๊ะกลมเท่ากับเท่าใด

5คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 และ 2

[คณิตฯ 1] อนุพันธ์ของ f(x) = 3x³ - 5x² + x - 7 คือข้อใด

หน้า 1 / 6
(0/5 ข้อในหน้านี้)

เจาะลึก ข้อสอบ A-Level กุญแจสำคัญสู่รั้วมหาวิทยาลัย

คู่มือเตรียมสอบ A-Level (Applied Knowledge Level) ครอบคลุม คณิตศาสตร์ประยุกต์ วิทยาศาสตร์ และภาษา กลยุทธ์การทำคะแนน และเจาะลึกรายวิชาสำคัญที่ใช้ยื่นรอบ กสพท. และ Admission

1. A-Level คืออะไร? สำคัญอย่างไรในระบบ TCAS?

A-Level (Applied Knowledge Level) คือการทดสอบวัดความรู้เชิงวิชาการที่ถูกนำมาใช้แทนที่วิชาสามัญ 9 วิชาเดิม จัดสอบโดย ทปอ. เป็นข้อสอบที่เน้นการนำความรู้พื้นฐานระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมา "ประยุกต์ใช้" ในการแก้ปัญหา ไม่ใช่เพียงแค่การท่องจำสูตรหรือทฤษฎีเท่านั้น

ทำไม A-Level ถึงสำคัญชี้ชะตาการสอบเข้ามหาวิทยาลัย? เป็นเพราะคะแนน A-Level เป็นองค์ประกอบหลัก (และมักจะเป็นสัดส่วนคะแนนที่สูงที่สุด) ในการคำนวณคะแนนเพื่อยื่นเข้าศึกษาต่อ ในระบบ TCAS รอบที่ 3 (Admission) และ โควตากลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท)

วิชาที่เปิดสอบมีทั้งหมด 16 วิชา (ประกอบด้วยวิชาพื้นฐานและภาษาต่างประเทศ) ซึ่งผู้สมัครสามารถเลือกสอบได้สูงสุดไม่เกิน 10 วิชา ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ของคณะและมหาวิทยาลัยที่ตนเองต้องการยื่นสมัคร

2. โครงสร้างข้อสอบหมวดคณิตศาสตร์ และ วิทยาศาสตร์

ข้อสอบในหมวดวิทย์-คณิต เป็นจุดชี้วัดที่ทำให้ช่วงคะแนนของผู้เข้าสอบเกิดการกระจายตัวสูงที่สุด การทำคะแนนได้ดีในหมวดนี้จะเพิ่มโอกาสสอบติดได้อย่างมหาศาล

คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 (คณิตศาสตร์พื้นฐาน + เพิ่มเติม)

สัดส่วนเนื้อหาครอบคลุมมัธยมปลายทั้งหมด (ม.4 - ม.6) เน้นทักษะการคำนวณที่ซับซ้อนและการประยุกต์ใช้สูตร หลายคณะทางสายวิทย์-คณิต (เช่น แพทย์ วิศวะ วิทยาศาสตร์) บังคับใช้คะแนนวิชานี้ โครงสร้างข้อสอบมักประกอบด้วย:

  • แคลคูลัสเบื้องต้นและการหาอนุพันธ์ (Calculus)
  • สถิติและความน่าจะเป็น (Statistics & Probability)
  • เรขาคณิตวิเคราะห์และภาคตัดกรวย (Analytic Geometry)
  • ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลและลอการิทึม (Exponential & Logarithm)

คณิตศาสตร์ประยุกต์ 2 (คณิตศาสตร์พื้นฐาน)

ออกแบบมาสำหรับนักเรียนสายศิลป์ หรือสายที่ไม่ได้เน้นคณิตศาสตร์มากนัก เนื้อหาจะเบากว่าคณิตฯ 1 โดยตัดเนื้อหาที่เป็นผลการเรียนรู้เพิ่มเติมออกไป (เช่น แคลคูลัส เมทริกซ์ จำนวนเชิงซ้อน)

หมวดวิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา)

กลุ่มวิชาบังคับสำหรับนักเรียนสายวิทย์ มีความท้าทายตรงที่ "เวลาสอบจำกัด" (90 นาทีต่อวิชา)

  • ฟิสิกส์: เปลี่ยนจากการแทนสูตรตรงๆ มาเป็นการวิเคราะห์กราฟและสถานการณ์จำลอง (เช่น ทดลองหาค่าแรงเสียดทานจากสภาพแวดล้อมจริง) บทที่ออกเยอะคือ กลศาสตร์ ไฟฟ้า และคลื่น
  • เคมี: ข้อสอบเน้นการคำนวณปริมาณสารสัมพันธ์ โครงสร้างอะตอม และเคมีอินทรีย์ ปัจจุบันมักบูรณาการความรู้เคมีเข้ากับการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมในชีวิตประจำวัน
  • ชีววิทยา: ไม่ใช่การท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทองอีกต่อไป แต่เป็นการตีความตารางผลการทดลอง พันธุศาสตร์ประยุกต์ และระบบนิเวศ โดยต้องเชื่อมโยงความรู้หลายๆ บทเข้าด้วยกัน

3. โครงสร้างข้อสอบหมวดภาษา และ สังคมศึกษา

หมวดนี้ไม่เพียงแต่สำคัญสำหรับเด็กสายศิลป์-ภาษา แต่คณะทางฝั่งสายวิทย์ส่วนใหญ่ ก็นำคะแนนวิชาภาษาไทย สังคม และอังกฤษ ไปเป็นตัวดึงคะแนนรวมให้สูงขึ้นเช่นกัน

ภาษาอังกฤษ (English)

วิชาที่โหดที่สุดในแง่ของ "ความยาวบทความ" ข้อสอบเน้นทดสอบทักษะการอ่าน (Reading Comprehension) และการสนทนา (Conversation)

  • บทความมักครอบคลุมหัวข้อข่าวปัจจุบัน (Current Affairs) จิตวิทยา และวิทยาศาสตร์ทั่วไป
  • พาร์ท Grammar และ Vocabulary ถูกประยุกต์ให้อยู่ในรูปแบบ Cloze Test แทนการถามหาคำศัพท์ตรงๆ
  • เคล็ดลับเวลาสอบ: แนะนำให้อ่านคำถามก่อน แล้วใช้วิธี Skimming และ Scanning กลับไปหาคำตอบใน Passage

ภาษาไทย และ สังคมศึกษา

วิชาที่ใครหลายคนมองข้าม แต่แท้จริงแล้วเป็น "วิชาช่วยชีวิต (Life-saver)" ที่สามารถเก็บคะแนนเต็ม 80+ ได้ง่ายกว่าวิชาสายคำนวณ

  • ภาษาไทย: เน้นหนักที่ "การอ่านจับใจความ" และ "การวิเคราะห์โครงสร้างประโยค" ไม่ค่อยเน้นเรื่องหลักภาษา หรือฉันทลักษณ์แบบลึกซึ้ง (เช่น กลบท)
  • สังคมศึกษา: ข้อสอบกว้างเท่ามหาสมุทร ควรอ่านเจาะเน้นๆ ในหมวดที่สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายกว่า เช่น ศาสนา เศรษฐศาสตร์ (เน้นกลไกราคา) และภูมิศาสตร์ภาคปฏิบัติทางการแปลแผนที่ มากกว่าการท่องจำประวัติศาสตร์แบบปี ค.ศ.

4. การเตรียมตัวยื่นคะแนน กสพท (กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์ฯ)

สำหรับน้องๆ ที่มีความฝันจะเป็น แพทย์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ และเภสัชกร การสอบ กสพท ถือเป็นสมรภูมิที่แข่งเดือดที่สุดในประเทศ โดยมีการคิดคำนวณสัดส่วนคะแนนดังนี้:

  • คะแนน TPAT 1 (วิชาเฉพาะแพทย์) = 30%
  • คะแนน A-Level หมวดวิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา) = 40% (หรือ 28% ของคะแนนรวมทั้งหมด)
  • คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 = 20% (หรือ 14% ของคะแนนรวมทั้งหมด)
  • ภาษาอังกฤษ = 20% (หรือ 14% ของคะแนนรวมทั้งหมด)
  • ภาษาไทย = 10% (หรือ 7% ของคะแนนรวมทั้งหมด)
  • สังคมศึกษา = 10% (หรือ 7% ของคะแนนรวมทั้งหมด)

ข้อควรระวัง: ในการยื่น กสพท มีกฎเหล็กสำคัญคือ "เกณฑ์ขั้นต่ำ 30%" หมายความว่าในแต่ละกลุ่มวิชา A-Level (ทั้ง 7 วิชา) หากน้องทำคะแนนวิชาใดวิชาหนึ่งได้ไม่ถึง 30 คะแนน (จากเต็ม 100) จะถูกตัดสิทธิ์จากการพิจารณาคัดเลือกทันที แม้คะแนนรวมจะสูงถึงเกณฑ์ติดแพทย์ก็ตาม!

5. เคล็ดลับการฝึกทำ 'แนวข้อสอบเก่า' (Past Papers)

การอ่านบทสรุปเนื้อหามีประโยชน์ แต่การ ลงมือทำโจทย์ข้อสอบเก่าย้อนหลัง อย่างน้อย 3-5 ปี คือตัวช่วยที่ดีที่สุดที่จะชี้วัดว่าคุณพร้อมเข้าสู่สนามสอบจริงแล้วหรือยัง

  • การจับเวลาเสมือนจริง (Time Management): ปัญหาหลักของข้อสอบ A-Level คือนักเรียนมักทำข้อสอบไม่ทัน การจับเวลา 90 นาที ต่อการทำข้อสอบ 1 ชุดย้อนหลังที่บ้าน จะช่วยให้สมองคุ้นชินกับสภาวะกดดัน
  • วิเคราะห์ข้อผิดพลาด (Error Analysis): หลังจากตรวจคำตอบ อย่าแค่ดูว่าได้กี่คะแนน แต่ให้เช็กด้วยว่า "ทำไมข้อนี้ถึงผิด?" เป็นเพราะจำเนื้อหาไม่ได้ (Knowledge gap) หรือโดนโจทย์หลอก (Careless mistake)
  • การเก็งข้อสอบ (Exam Prediction): ข้อสอบมักจะออกอยู่ใน Blueprint ที่ ทปอ. ประกาศไว้ การฝึกทำข้อสอบจะทำให้เราเริ่มมองเห็นแนวทางการวางกับดักและเทรนด์ข้อสอบที่กำลังเป็นที่นิยมในปีถัดไป