หลายคนที่เรียนจบครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์มาคิดว่าจบแล้วก็ไปสอนได้เลย แต่จริงๆ ยังมีด่านสำคัญอีกด่านที่ต้องผ่านก่อนสอนในโรงเรียนสังกัดรัฐได้ตามกฎหมาย — นั่นคือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจากคุรุสภา
ต่างจากสอบครูผู้ช่วยที่จัดโดย ก.ค.ศ. เพื่อบรรจุเข้าราชการ ใบนี้คือการรับรองว่ามีมาตรฐานความรู้ในการเป็นครูได้จริง
ใบประกอบวิชาชีพครูกับสอบครูผู้ช่วย ต่างกันยังไง
สองนี้มักถูกสับสนบ่อย โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มวางแผน
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู (คุรุสภา) — เป็น “ใบอนุญาต” ที่รับรองว่าผ่านมาตรฐานความรู้ตามที่กฎหมายกำหนด ถ้าไม่มีใบนี้ก็ห้ามสอนในโรงเรียนของรัฐตาม พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ปี 2546 ถ้าฝ่าฝืนมีโทษ
สอบครูผู้ช่วย (ก.ค.ศ.) — เป็นการสอบเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการครู มีใบอนุญาตอยู่แล้วจึงจะสอบได้ในหลายตำแหน่ง คนที่อยากเป็นครูราชการต้องผ่านทั้งสองด่าน ดูแนวข้อสอบครูผู้ช่วยได้ที่ แนวข้อสอบครูผู้ช่วย เพื่อเทียบกันประกอบการวางแผน
เส้นทางขอใบอนุญาตมีกี่แบบ
มีสองทางหลัก:
ทางที่ 1 — จบครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ 4 ปีขึ้นไป ถ้าเรียนหลักสูตรที่คุรุสภารับรอง และผ่านการฝึกสอนครบ ก็ยื่นขอใบอนุญาตได้เลยโดยไม่ต้องสอบเพิ่ม
ทางที่ 2 — จบสาขาอื่นแต่อยากสอน ต้องสอบ “ทดสอบมาตรฐานความรู้วิชาชีพครู” กับคุรุสภา ซึ่งครอบคลุม 9 มาตรฐาน ต้องสอบผ่านครบทั้ง 9 วิชา จึงจะยื่นขอใบอนุญาตได้
9 มาตรฐานความรู้วิชาชีพครู มีอะไรบ้าง
คุรุสภากำหนดมาตรฐานความรู้ 9 ด้าน และแต่ละด้านแยกเป็นชุดข้อสอบอิสระ ผ่านแต่ละมาตรฐานสะสมได้ ไม่ต้องสอบพร้อมกันทีเดียว
มาตรฐานที่ 1 — ภาษาและเทคโนโลยีสำหรับครู วัดความสามารถภาษาไทยและภาษาอังกฤษในบริบทการสอน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีในห้องเรียน เนื้อหาที่ออกบ่อยคือการเขียนเชิงวิชาการ การสื่อสารกับผู้ปกครอง และการใช้ ICT เพื่อการเรียนรู้
มาตรฐานที่ 2 — การพัฒนาหลักสูตร เข้าใจโครงสร้างหลักสูตรแกนกลางปี 2551 (ที่ยังใช้อยู่) เข้าใจสมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และการออกแบบหลักสูตรระดับสถานศึกษา
มาตรฐานที่ 3 — การจัดการเรียนรู้ การออกแบบแผนการสอน รูปแบบการสอนหลากหลาย เช่น Active Learning, Project-Based Learning, การใช้คำถาม (Bloom’s Taxonomy) และการจัดบรรยากาศห้องเรียน
มาตรฐานที่ 4 — จิตวิทยาสำหรับครู พัฒนาการมนุษย์ตามทฤษฎี Piaget, Vygotsky, Erikson ทฤษฎีแรงจูงใจ การจัดการพฤติกรรมนักเรียน และจิตวิทยาการเรียนรู้
มาตรฐานที่ 5 — การวัดและประเมินผลการศึกษา หลักการวัดผล ประเภทข้อสอบ ความเที่ยงและความตรง การตีความผล และการประเมินตามสภาพจริง ส่วนนี้มักออกสอบเป็นตัวเลขหรือสถานการณ์ที่ต้องคิดวิเคราะห์
มาตรฐานที่ 6 — การบริหารจัดการในห้องเรียน การวางแผนการจัดห้องเรียน การสร้างกติกากลุ่ม การบริหารเวลา และการจัดการสถานการณ์เฉพาะหน้า
มาตรฐานที่ 7 — การวิจัยทางการศึกษา พื้นฐานการวิจัยในชั้นเรียน (Classroom Action Research) ขั้นตอนการออกแบบวิจัย เก็บข้อมูล วิเคราะห์ผล และรายงานผล มาตรฐานนี้หลายคนมองข้ามแต่จริงๆ ออกสอบค่อนข้างสม่ำเสมอ
มาตรฐานที่ 8 — นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา การใช้สื่อและนวัตกรรมในการสอน ทั้ง e-Learning, Digital Literacy, การสร้างสื่อการสอน และการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์
มาตรฐานที่ 9 — ความเป็นครู จรรยาบรรณวิชาชีพ จิตวิญญาณความเป็นครู กฎหมายที่ครูต้องรู้ รวมถึง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก และบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการลงโทษนักเรียน ส่วนนี้ถ้าไม่เคยอ่านมาก่อนจะงงมาก
เตรียมสอบยังไงให้ผ่านไวที่สุด
เริ่มจากมาตรฐานที่ตัวเองถนัด — ไม่ต้องสอบพร้อมกันทีเดียว ถ้าเรียนมาในสายที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานไหน ลงสอบได้ก่อน สะสมผ่านไปทีละมาตรฐาน
อ่านกฎหมายให้ขึ้นใจ — มาตรฐาน 2, 9 มักออกถาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ร.บ.สภาครูฯ และหลักสูตรแกนกลาง ต้องท่องมาตราสำคัญ
ทำแนวข้อสอบย้อนหลัง — ข้อสอบมักวนเวียนเนื้อหาเดิม รูปแบบคล้ายกัน ถ้าทำซ้ำหลายชุดจะเริ่มจับแพตเทิร์นออก ลองฝึกแนวข้อสอบสายราชการที่คล้ายกันได้ที่ แนวข้อสอบ ก.พ. ภาค ก โดยเฉพาะส่วนภาษาไทยและความสามารถทั่วไปที่ออกทดสอบพื้นฐานคล้ายกัน
มาตรฐาน 5 ต้องฝึกคำนวณ — ส่วนวัดผลมักมีโจทย์ตัวเลขเรื่องค่าสถิติ เกรด เปอร์เซ็นต์ ถ้าคำนวณในหัวไม่ทัน ลองใช้ เครื่องคำนวณเกรดเฉลี่ย เป็นตัวประกอบการทำความเข้าใจวิธีคิดคะแนน
สอบผ่านแล้วใบอนุญาตอยู่ได้กี่ปี
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูมีอายุ 5 ปี ต้องต่ออายุด้วยการสะสมชั่วโมงพัฒนาตนเอง (CPD: Continuing Professional Development) ตามที่คุรุสภากำหนด ถ้าใบหมดแล้วไม่ต่อก็ห้ามสอนอีก
การต่ออายุไม่ต้องสอบซ้ำ แต่ต้องมีหลักฐานการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาวิชาชีพครบตามเกณฑ์
สำหรับครูเอกชน
โรงเรียนเอกชนในระบบยังต้องใช้ใบอนุญาตเช่นกัน แต่โรงเรียนนอกระบบ เช่น สถาบันกวดวิชา คอร์สออนไลน์ หรือสอนส่วนตัว กฎหมายไม่ได้บังคับ
สาย “ครูอัตราจ้าง” หรือ “ครูพิเศษ” ในโรงเรียนรัฐบางแห่งอาจได้รับยกเว้นชั่วคราวระหว่างขอใบอนุญาต แต่ควรตรวจสอบกับสถานศึกษาโดยตรง