นักเรียนหลายคนสอบเสร็จแล้วก็นั่งเดาว่าตัวเองผ่านคัดหรือเปล่า บางคนฟังดูมั่นใจจนไม่ยื่น บางคนคิดว่าคะแนนไม่ถึงก็เลยถอยเองก่อนที่จะได้ลอง
ปัญหาคือระบบ TCAS ไม่ได้คิดจากคะแนนดิบอย่างเดียว มีสัดส่วนจากหลายตัวสอบผสมกัน ถ้าไม่ได้คำนวณจริงๆ จะไม่รู้ว่าคะแนนรวมของตัวเองอยู่ที่เท่าไหร่
TCAS คำนวณยังไง
แต่ละคณะกำหนดสัดส่วนคะแนนเองว่าจะเอา A-Level เท่าไหร่ เอา TGAT เท่าไหร่ และเอา TPAT อีกเท่าไหร่ ตัวเลขพวกนี้ไม่เท่ากันแม้แต่ในมหาวิทยาลัยเดียวกัน ต่างคณะก็ต่างสูตร
ตัวอย่างง่ายๆ: คณะวิศวะบางแห่งใช้ TGAT 20% + A-Level คณิต 1 + 2 รวม 60% + A-Level ฟิสิกส์ 20% ในขณะที่คณะบริหารอาจใช้ TGAT 30% + A-Level ภาษาไทย 20% + A-Level สังคม 20% + A-Level ภาษาอังกฤษ 30%
คะแนน A-Level ที่เคยทำแนวข้อสอบ A-Levelมาแล้ว และคะแนนแนวข้อสอบ TGAT/TPATก็ต้องนำมาเอาสัดส่วนก่อนถึงจะเอาไปเปรียบเทียบกับค่า Min ของคณะได้
ทำไมต้องคำนวณก่อนยื่น
ระบบ TCAS ปฏิเสธการยื่นถ้าคะแนนตัวสอบที่คณะกำหนดว่าต้องใช้ไม่ครบ แต่ถ้าครบทุกตัวก็ยื่นได้ ส่วนจะผ่านหรือไม่ขึ้นกับ ranking ของคนที่ยื่นทั้งหมด
ปัญหาคือหลายคนไม่รู้ว่าคะแนนรวมของตัวเองหลังถ่วงน้ำหนักแล้วอยู่ที่เท่าไหร่ ก็เลยไม่รู้ว่าควรยื่นคณะนั้นหรือเปล่า
ลองคำนวณคะแนน TCAS ของตัวเองได้เลย กรอกคะแนนแต่ละวิชาและสัดส่วนของคณะที่จะยื่น แล้วได้คะแนนรวมออกมาทันที
A-Level วิชาไหนต้องทำดี
A-Level มีหลายวิชา แต่ไม่ใช่ทุกวิชาที่แต่ละคณะเอา ต้องเช็กก่อนว่าคณะที่เล็งไว้ใช้วิชาอะไรบ้าง
วิชาที่คณะส่วนใหญ่ดูมากที่สุดคือ:
- คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 — สายวิทย์-วิศวะ-บัญชี
- ภาษาอังกฤษ — พบในเกือบทุกสาย
- ภาษาไทย — สายสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์
- สังคมศึกษา — สายสังคม กฎหมาย รัฐศาสตร์
- ฟิสิกส์ / เคมี / ชีววิทยา — สายวิทย์ จีน แพทย์
ถ้ายังไม่มั่นใจในบางวิชาลองทำข้อสอบ A-Level ก่อนจะได้รู้ว่ารูปแบบข้อสอบที่ออกสอบจริงเป็นยังไง
TGAT กับ TPAT ต่างกันยังไง
TGAT มีสามส่วน ได้แก่ การสื่อสารภาษาอังกฤษ การคิดอย่างมีเหตุผล และสมรรถนะการทำงาน
TPAT แบ่งตามกลุ่มวิชาชีพ เช่น TPAT1 สำหรับสายแพทย์ TPAT2 สายวิศวกรรม TPAT3 สายสถาปัตยกรรม และอื่นๆ
คณะจำนวนมากโดยเฉพาะสายสังคมศาสตร์เอา TGAT เป็นหลัก ส่วน TPAT มักใช้เฉพาะสายวิชาชีพ ถ้าไม่ได้สมัครสายนั้นก็ไม่ต้องสอบ TPAT
ทดลองทำแนวข้อสอบ TGAT/TPATเพื่อดูว่าตัวเองถนัดส่วนไหน จะได้จัดเวลาอ่านได้ถูกจุด
GPAX ยังใช้ตอนไหน
หลาย TCAS รอบ 2 เป็นต้นไปจะต้องใช้ GPAX ประกอบด้วย ส่วนมากจะกำหนด GPAX ขั้นต่ำไว้ เช่น ไม่ต่ำกว่า 2.50 หรือ 3.00
คำนวณ GPA และ GPAX ของตัวเองได้เลย แค่กรอกเกรดและหน่วยกิตก็ได้ค่ากลับมาทันที
เทคนิคยื่นให้ได้คณะที่ต้องการ
ข้อแรกคือต้องรู้คะแนน Min ของ 2-3 ปีที่ผ่านมา คณะที่ค่า Min ลดลงทุกปีแปลว่าคนสมัครน้อยลง โอกาสผ่านสูงขึ้น
ข้อสองคือต้องรู้คะแนนตัวเองหลังถ่วงน้ำหนักแล้ว ถ้าสูงกว่า Min ของปีที่แล้วอย่างน้อย 2-3 คะแนน มีสิทธิ์ลุ้นได้
อย่ายื่นทุกอันด้วยความหวัง ระบบ TCAS มีโควตาจำกัด การยื่นคณะที่คะแนนไม่ถึงจะทำให้เสียสิทธิ์คณะที่มีโอกาสจริงๆ
เริ่มจากคำนวณคะแนน TCASก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะยื่นคณะไหน