ผล A-Level ประกาศออกมา ดูตัวเลขแล้ว… ก็ยังไม่รู้ว่าพอยื่นคณะที่ชอบไหม
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คะแนน แต่อยู่ที่ยังไม่รู้ว่าคะแนนที่ได้ถูกแปลงยังไงก่อนนำไปรวมกับ TGAT/TPAT แต่ละคณะกำหนดสัดส่วนไม่เหมือนกัน บางที่ให้น้ำหนัก A-Level 60% บางที่อาจแค่ 30%
รอโปรแกรมของมหาลัยได้ แต่ถ้าอยากรู้ก่อน คำนวณเองได้ทันที
โครงสร้างคะแนน TCAS ที่ DEK ต้องรู้
TCAS 68 ใช้คะแนนสามส่วนหลัก:
- TGAT (Thai General Aptitude Test) — วัดความถนัดทั่วไป แบ่งเป็น TGAT1 การสื่อสารภาษาอังกฤษ และ TGAT2 การคิดอย่างมีเหตุผล
- TPAT — วัดความถนัดเฉพาะด้าน เช่น TPAT3 ความถนัดด้านวิทยาศาสตร์ หรือ TPAT5 ครุศาสตร์
- A-Level — วิชาเฉพาะที่แต่ละสาขาต้องการ คณิต ฟิสิกส์ ชีว เคมี ภาษาไทย สังคม ภาษาอังกฤษ
แต่ละคณะให้น้ำหนักต่างกัน ตัวเลขนี้หาได้จากเว็บของมหาลัยหรือ TCAS เลยไม่ต้องเดา
ถ้าอยากซ้อมทำข้อสอบก่อนรอดูผล ลองฝึกได้ที่ แนวข้อสอบ TGAT / TPAT และ แนวข้อสอบ A-Level
วิธีคำนวณคะแนนสัดส่วนเอง
สมมุติว่าคณะ A กำหนดสัดส่วนแบบนี้:
- TGAT1: 20%
- A-Level คณิต 1: 30%
- A-Level ฟิสิกส์: 30%
- A-Level เคมี: 20%
คะแนนที่ได้จริง:
- TGAT1: 75 (จากคะแนนเต็ม 100)
- A-Level คณิต 1: 62.50
- A-Level ฟิสิกส์: 55
- A-Level เคมี: 70
คำนวณแต่ละส่วน:
- TGAT1: 75 × 0.20 = 15.00
- คณิต: 62.50 × 0.30 = 18.75
- ฟิสิกส์: 55 × 0.30 = 16.50
- เคมี: 70 × 0.20 = 14.00
รวม = 64.25 คะแนน
คิดเองไม่ยาก แต่ถ้าต้องทำ 5–6 คณะพร้อมกันก็เหนื่อย ใช้ เครื่องคำนวณคะแนน TCAS ได้เลย กรอกคะแนนแต่ละวิชาและสัดส่วนที่คณะกำหนด แล้วได้ผลลัพธ์ทันทีโดยไม่ต้องคำนวณซ้ำหลายรอบ
สิ่งที่คนมักคำนวณผิด
1. ใช้คะแนนดิบแทนคะแนนที่ปรับสเกลแล้ว
A-Level รายงานคะแนนเป็นเปอร์เซ็นต์จากคะแนนเต็มของวิชานั้น ตอนเอาไปคิดสัดส่วนไม่ต้องหารด้วยอะไรเพิ่ม — ใช้ตัวเลขที่รายงานตรงๆ ได้เลย
2. สลับสัดส่วน TGAT กับ A-Level
บางคณะที่รับสายวิทย์ให้ A-Level หนักกว่า TGAT มาก คณะที่รับสายศิลป์บางที่อาจไม่รับ A-Level เลย อ่านตารางของแต่ละคณะก่อนใส่ตัวเลขเสมอ
3. ลืมเช็ก minimum score
บางคณะกำหนดคะแนนขั้นต่ำแต่ละวิชา เช่น A-Level ภาษาอังกฤษต้องได้ไม่ต่ำกว่า 30 คะแนน ถึงแม้คะแนนรวมจะผ่านก็ยื่นไม่ได้ถ้าวิชานั้นไม่ครบเกณฑ์
เกรดเฉลี่ย (GPAX) ก็ส่งผลบางรอบ
รอบ Portfolio บางสาขาดู GPAX ประกอบ และรอบ Quota ของมหาลัยบางแห่งก็ใช้ด้วย ถ้าอยากรู้ว่าตอนนี้ GPAX อยู่ที่ไหน คำนวณได้ที่ เครื่องคำนวณเกรดเฉลี่ย (GPA/GPAX) ใส่หน่วยกิตและเกรดแต่ละวิชา แล้วได้ค่าเกรดเฉลี่ยออกมาพร้อมคะแนนสะสม
ลำดับที่ควรทำหลังผลออก
ไม่ต้องรีบไปค้นหาคะแนนสูงสุดของปีก่อนก่อนเสมอไป เพราะคะแนนตัดปีนี้อาจต่างจากปีก่อนได้มาก สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือ:
คำนวณคะแนนตัวเองก่อนว่าได้เท่าไหรในแต่ละคณะที่สนใจ แล้วค่อยเทียบกับข้อมูลคะแนนที่ TCAS รายงาน เพื่อดูว่าอยู่ในเกณฑ์ที่มีโอกาสหรือเปล่า
ทำแบบนี้ได้เลยโดยไม่ต้องรอโปรแกรมของใครทั้งนั้น