OnlyGroub
การเงิน ใหม่

ดอกเบี้ยธรรมดา vs ดอกเบี้ยทบต้น — ต่างกันยังไง เงินจะโตแค่ไหน

ฝากเงิน 100,000 บาทไว้ 10 ปี ได้ดอกเบี้ยธรรมดากับดอกเบี้ยทบต้นต่างกันเกือบ 30,000 บาท บทความนี้อธิบายความแตกต่างและวิธีคำนวณที่ทำได้เองทันที

1 มีนาคม 2569 อ่าน 7 นาที
#ดอกเบี้ย #ทบต้น #ออมเงิน #การเงินส่วนตัว #คำนวณดอกเบี้ย

ถ้าเพื่อนถามว่า “ฝากเงิน 100,000 บาทที่อัตรา 3% ต่อปี นาน 10 ปี ได้เงินเท่าไหร่?” คำตอบที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับว่าดอกเบี้ยนั้นเป็นแบบไหน

ถ้าเป็นดอกเบี้ยแบบธรรมดา ได้ 130,000 บาท
ถ้าเป็นดอกเบี้ยทบต้นรายปี ได้ 134,392 บาท

ต่างกัน 4,392 บาท แค่จากโครงสร้างดอกเบี้ยที่ต่างกัน ถ้าเปลี่ยนระยะเวลาเป็น 20 ปี ความแตกต่างจะกว้างขึ้นเป็น 20,989 บาท

ดอกเบี้ยธรรมดา (Simple Interest) คืออะไร

ดอกเบี้ยธรรมดาคำนวณจากเงินต้นตัวเดิมตลอดเวลา ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ตาม

สูตรคือ: ดอกเบี้ย = เงินต้น × อัตราดอกเบี้ย × จำนวนปี

ตัวอย่าง: ฝาก 50,000 บาท อัตรา 2% ต่อปี นาน 3 ปี
ดอกเบี้ยที่ได้ = 50,000 × 0.02 × 3 = 3,000 บาท
เงินรวม = 53,000 บาท

วิธีนี้ใช้กับสินเชื่อระยะสั้น เช่น กู้เงินส่วนบุคคลบางประเภท หรือเงินฝากกระแสรายวัน ที่ไม่มีการนำดอกเบี้ยกลับไปทบกับต้นทุน

ลองคำนวณสถานการณ์ของตัวเองได้ที่ เครื่องคำนวณดอกเบี้ยเงินฝาก/เงินกู้

ดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest) คืออะไร

ดอกเบี้ยทบต้นทำงานต่างออกไป — ทุกรอบที่ดอกเบี้ยเกิดขึ้น มันจะถูกรวมเข้ากับเงินต้น แล้วรอบถัดไปก็คำนวณดอกเบี้ยจากยอดใหม่ที่สูงขึ้น

สูตรคือ: A = P × (1 + r)^n
โดย P = เงินต้น, r = อัตราดอกเบี้ยต่อรอบ, n = จำนวนรอบ

ตัวอย่างชัดขึ้น: ฝาก 50,000 บาท อัตรา 2% ต่อปีแบบทบต้นรายปี นาน 3 ปี
ปีที่ 1: 50,000 × 1.02 = 51,000
ปีที่ 2: 51,000 × 1.02 = 52,020
ปีที่ 3: 52,020 × 1.02 = 53,060.40

ได้ดอกเบี้ยรวม 3,060.40 บาท เทียบกับ 3,000 บาทของแบบธรรมดา ดูเหมือนต่างกันนิดเดียวในระยะสั้น แต่ยิ่งนานยิ่งห่าง

ดูตัวเลขระยะยาวได้ที่ เครื่องคำนวณดอกเบี้ยทบต้น

เปรียบเทียบเงิน 100,000 บาท ที่อัตรา 5% นาน 20 ปี

วิธีคำนวณเงินหลัง 20 ปีดอกเบี้ยรวม
ดอกเบี้ยธรรมดา200,000100,000
ทบต้นรายปี265,329165,329
ทบต้นรายไตรมาส268,506168,506
ทบต้นรายเดือน271,126171,126

ความแตกต่างระหว่างดอกเบี้ยธรรมดากับทบต้นรายเดือนคือ 71,126 บาท จากเงินเดิม 100,000 บาท นี่คือเหตุผลที่นักวางแผนการเงินพูดถึง “พลังของดอกเบี้ยทบต้น” บ่อยมาก

ความถี่ในการทบต้นมีผลแค่ไหน

หลายคนไม่รู้ว่าดอกเบี้ยทบต้นยังแบ่งย่อยอีก — ทบต้นรายปี รายไตรมาส รายเดือน หรือรายวัน ยิ่งทบต้นบ่อยยิ่งได้ดอกเบี้ยมากขึ้น แต่ความแตกต่างน้อยลงเรื่อยๆ เมื่อเพิ่มความถี่

สำหรับบัญชีออมทรัพย์ธนาคารไทยส่วนใหญ่ ทบดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง (ทุกมิถุนายนและธันวาคม) กองทุนตลาดเงินทบต้นรายวัน

ใช้ Percentage เพื่อเปรียบเทียบสินค้าการเงิน

เวลาเทียบว่าบัญชีไหนดีกว่า คณิตศาสตร์อย่างเดียวไม่พอ ต้องดูเงื่อนไขด้วยว่ามีขั้นต่ำฝากเท่าไหร่ หรือถอนได้เสรีไหม แต่ถ้าต้องการเปรียบอัตราผลตอบแทนที่แตกต่างกัน เครื่องคำนวณเปอร์เซ็นต์ ช่วยหาส่วนต่างได้เร็วโดยไม่ต้องคำนวณในหัว

ดอกเบี้ยกู้เงินก็ใช้หลักเดียวกัน

สิ่งที่ธนาคารไม่ได้อธิบายชัดคือดอกเบี้ยกู้เงินก็เป็นทบต้นในหลายกรณี โดยเฉพาะบัตรเครดิตที่คิด 16-20% ต่อปี หากค้างชำระ ดอกเบี้ยจะทบเข้าไปในยอดหนี้ทุกเดือน ทำให้ยอดโตเร็วมากกว่าที่คิด

คนที่กู้ซื้อบ้านหรือรถก็เจอสถานการณ์คล้ายกัน อยากรู้ว่าดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาเป็นเท่าไหร่ ลองใช้ เครื่องคำนวณดอกเบี้ยเงินฝาก/เงินกู้ ใส่ตัวเลขจริงดูก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญา

สรุป

ดอกเบี้ยธรรมดา: คำนวณง่าย เหมาะกับระยะสั้น ตัวเลขโตแบบเส้นตรง
ดอกเบี้ยทบต้น: ตัวเลขโตแบบเอ็กซ์โพเนนเชียล ยิ่งนานยิ่งได้มาก ยิ่งทบบ่อยยิ่งได้เพิ่ม

สำหรับการออมระยะยาว ดอกเบี้ยทบต้นชนะทุกสถานการณ์ สำหรับการกู้ระยะยาว มันก็เพิ่มภาระหนี้ได้มากเช่นกัน รู้จักทั้งสองแบบได้ประโยชน์ในการตัดสินใจทางการเงินจริงๆ