ถ้าเพื่อนถามว่า “ฝากเงิน 100,000 บาทที่อัตรา 3% ต่อปี นาน 10 ปี ได้เงินเท่าไหร่?” คำตอบที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับว่าดอกเบี้ยนั้นเป็นแบบไหน
ถ้าเป็นดอกเบี้ยแบบธรรมดา ได้ 130,000 บาท
ถ้าเป็นดอกเบี้ยทบต้นรายปี ได้ 134,392 บาท
ต่างกัน 4,392 บาท แค่จากโครงสร้างดอกเบี้ยที่ต่างกัน ถ้าเปลี่ยนระยะเวลาเป็น 20 ปี ความแตกต่างจะกว้างขึ้นเป็น 20,989 บาท
ดอกเบี้ยธรรมดา (Simple Interest) คืออะไร
ดอกเบี้ยธรรมดาคำนวณจากเงินต้นตัวเดิมตลอดเวลา ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ตาม
สูตรคือ: ดอกเบี้ย = เงินต้น × อัตราดอกเบี้ย × จำนวนปี
ตัวอย่าง: ฝาก 50,000 บาท อัตรา 2% ต่อปี นาน 3 ปี
ดอกเบี้ยที่ได้ = 50,000 × 0.02 × 3 = 3,000 บาท
เงินรวม = 53,000 บาท
วิธีนี้ใช้กับสินเชื่อระยะสั้น เช่น กู้เงินส่วนบุคคลบางประเภท หรือเงินฝากกระแสรายวัน ที่ไม่มีการนำดอกเบี้ยกลับไปทบกับต้นทุน
ลองคำนวณสถานการณ์ของตัวเองได้ที่ เครื่องคำนวณดอกเบี้ยเงินฝาก/เงินกู้
ดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest) คืออะไร
ดอกเบี้ยทบต้นทำงานต่างออกไป — ทุกรอบที่ดอกเบี้ยเกิดขึ้น มันจะถูกรวมเข้ากับเงินต้น แล้วรอบถัดไปก็คำนวณดอกเบี้ยจากยอดใหม่ที่สูงขึ้น
สูตรคือ: A = P × (1 + r)^n
โดย P = เงินต้น, r = อัตราดอกเบี้ยต่อรอบ, n = จำนวนรอบ
ตัวอย่างชัดขึ้น: ฝาก 50,000 บาท อัตรา 2% ต่อปีแบบทบต้นรายปี นาน 3 ปี
ปีที่ 1: 50,000 × 1.02 = 51,000
ปีที่ 2: 51,000 × 1.02 = 52,020
ปีที่ 3: 52,020 × 1.02 = 53,060.40
ได้ดอกเบี้ยรวม 3,060.40 บาท เทียบกับ 3,000 บาทของแบบธรรมดา ดูเหมือนต่างกันนิดเดียวในระยะสั้น แต่ยิ่งนานยิ่งห่าง
ดูตัวเลขระยะยาวได้ที่ เครื่องคำนวณดอกเบี้ยทบต้น
เปรียบเทียบเงิน 100,000 บาท ที่อัตรา 5% นาน 20 ปี
| วิธีคำนวณ | เงินหลัง 20 ปี | ดอกเบี้ยรวม |
|---|---|---|
| ดอกเบี้ยธรรมดา | 200,000 | 100,000 |
| ทบต้นรายปี | 265,329 | 165,329 |
| ทบต้นรายไตรมาส | 268,506 | 168,506 |
| ทบต้นรายเดือน | 271,126 | 171,126 |
ความแตกต่างระหว่างดอกเบี้ยธรรมดากับทบต้นรายเดือนคือ 71,126 บาท จากเงินเดิม 100,000 บาท นี่คือเหตุผลที่นักวางแผนการเงินพูดถึง “พลังของดอกเบี้ยทบต้น” บ่อยมาก
ความถี่ในการทบต้นมีผลแค่ไหน
หลายคนไม่รู้ว่าดอกเบี้ยทบต้นยังแบ่งย่อยอีก — ทบต้นรายปี รายไตรมาส รายเดือน หรือรายวัน ยิ่งทบต้นบ่อยยิ่งได้ดอกเบี้ยมากขึ้น แต่ความแตกต่างน้อยลงเรื่อยๆ เมื่อเพิ่มความถี่
สำหรับบัญชีออมทรัพย์ธนาคารไทยส่วนใหญ่ ทบดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง (ทุกมิถุนายนและธันวาคม) กองทุนตลาดเงินทบต้นรายวัน
ใช้ Percentage เพื่อเปรียบเทียบสินค้าการเงิน
เวลาเทียบว่าบัญชีไหนดีกว่า คณิตศาสตร์อย่างเดียวไม่พอ ต้องดูเงื่อนไขด้วยว่ามีขั้นต่ำฝากเท่าไหร่ หรือถอนได้เสรีไหม แต่ถ้าต้องการเปรียบอัตราผลตอบแทนที่แตกต่างกัน เครื่องคำนวณเปอร์เซ็นต์ ช่วยหาส่วนต่างได้เร็วโดยไม่ต้องคำนวณในหัว
ดอกเบี้ยกู้เงินก็ใช้หลักเดียวกัน
สิ่งที่ธนาคารไม่ได้อธิบายชัดคือดอกเบี้ยกู้เงินก็เป็นทบต้นในหลายกรณี โดยเฉพาะบัตรเครดิตที่คิด 16-20% ต่อปี หากค้างชำระ ดอกเบี้ยจะทบเข้าไปในยอดหนี้ทุกเดือน ทำให้ยอดโตเร็วมากกว่าที่คิด
คนที่กู้ซื้อบ้านหรือรถก็เจอสถานการณ์คล้ายกัน อยากรู้ว่าดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาเป็นเท่าไหร่ ลองใช้ เครื่องคำนวณดอกเบี้ยเงินฝาก/เงินกู้ ใส่ตัวเลขจริงดูก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญา
สรุป
ดอกเบี้ยธรรมดา: คำนวณง่าย เหมาะกับระยะสั้น ตัวเลขโตแบบเส้นตรง
ดอกเบี้ยทบต้น: ตัวเลขโตแบบเอ็กซ์โพเนนเชียล ยิ่งนานยิ่งได้มาก ยิ่งทบบ่อยยิ่งได้เพิ่ม
สำหรับการออมระยะยาว ดอกเบี้ยทบต้นชนะทุกสถานการณ์ สำหรับการกู้ระยะยาว มันก็เพิ่มภาระหนี้ได้มากเช่นกัน รู้จักทั้งสองแบบได้ประโยชน์ในการตัดสินใจทางการเงินจริงๆ