ถามนักเรียนม.ปลายว่ากังวลเรื่องอะไร คำตอบที่ได้มักเป็นชื่อสอบ — TGAT, TPAT, A-Level, TCAS รอบนั้นรอบนี้ แต่สิ่งที่หลายคนยังขาดคือการมองภาพรวม ว่าตัวเลขพวกนี้เชื่อมกันยังไง และต้องเตรียมอะไรก่อน
GPA สำคัญแค่ไหนใน TCAS
ขึ้นอยู่กับรอบและคณะที่สมัคร บางที่ไม่ดู GPA เลย ใช้แค่คะแนนสอบ แต่บางคณะ — โดยเฉพาะรอบที่ 1 Portfolio — GPA คือองค์ประกอบหลักที่ใช้คัด
GPAX หรือเกรดเฉลี่ยสะสม 6 ภาคเรียนถูกนำมาใช้บ่อยในรอบ Portfolio และรอบโควตา ที่ถามกันมากคือ “3.00 พอไหม?” คำตอบคือขึ้นอยู่กับที่ที่อยากเข้า มหาวิทยาลัยรัฐหลายแห่งกำหนดขั้นต่ำ 2.75 แต่ในความเป็นจริงถ้าที่ไหนแข่งสูง GPAX ของคนที่ผ่านมักอยู่ที่ 3.50 ขึ้น
ลองใช้ เครื่องคำนวณ GPA/GPAX เพื่อเช็กว่าภาคเรียนนี้จะดึงหรือฉุดเกรดเฉลี่ยไปทางไหน — คำนวณจากหน่วยกิตรวมได้เลย ไม่ต้องนับมือ
ทำความเข้าใจคะแนน TCAS ก่อนลงสมัคร
แต่ละคณะใช้สูตรคะแนนต่างกัน บางที่ให้น้ำหนัก TGAT 40% + A-Level 60% บางที่เพิ่ม TPAT เข้ามา และบางที่มี GPA เป็นส่วนประกอบด้วย คนที่ไม่เช็กสูตรก่อนสมัครมักแปลกใจทีหลังว่าทำไมคะแนนรวมถึงออกมาน้อยกว่าที่คาด
เครื่องคำนวณคะแนน TCAS ช่วยได้ตรงนี้ ใส่คะแนนแต่ละวิชาและน้ำหนักตามที่คณะกำหนด ระบบจะคำนวณคะแนนรวมให้อัตโนมัติ ลองทดสอบสูตรของหลายที่พร้อมกันได้ด้วย
TGAT กับ TPAT — แตกต่างกันยังไง
หลายคนยังสับสนว่า TGAT คือสอบอะไรและต้องเตรียมยังไง
TGAT ย่อมาจาก Thai General Aptitude Test ประกอบด้วยสามส่วน คือ การสื่อสารภาษาไทย การสื่อสารภาษาอังกฤษ และการคิดอย่างมีเหตุผล TGAT1 (ภาษาไทย) กับ TGAT2 (ภาษาอังกฤษ) บางคณะใช้แยกกัน บางคณะรวมทั้งชุด
TPAT แบ่งตามสาขา เช่น TPAT2 สำหรับคณะศิลปกรรม TPAT3 วิทยาศาสตร์สุขภาพ ถ้าไม่ได้สมัครสาขาที่ใช้ TPAT ก็ไม่ต้องสอบ ไม่ต้องกังวล
ลองฝึกทำ แนวข้อสอบ TGAT / TPAT เพื่อรู้จักรูปแบบคำถามก่อนวันสอบจริง ส่วน A-Level แต่ละวิชาก็มี แนวข้อสอบ A-Level แยกให้ฝึกได้เช่นกัน
วางแผนสอบให้ไม่เสียเวลา
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยคือใช้เวลาส่วนใหญ่เตรียมวิชาที่ถนัดอยู่แล้ว แทนที่จะดูว่าวิชาไหนฉุดคะแนนรวมมากที่สุด
วิธีที่ได้ผลมากกว่าคือ ทดลองคำนวณคะแนนรวมก่อน แล้วดูว่าถ้าเพิ่มคะแนน A-Level วิชาใดวิชาหนึ่งขึ้นอีก 10 คะแนน คะแนนรวมจะขยับขึ้นเท่าไหร่ บางทีการยกคณิตจาก 45 เป็น 55 ให้ผลต่างมากกว่าการยกอังกฤษจาก 80 เป็น 90 เยอะมาก
ลองเล่นกับตัวเลขใน เครื่องคำนวณคะแนน TCAS ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะทุ่มเวลาให้วิชาไหน
เกรดม.ปลายกับ GPAX ที่ส่งผลจริง
นักเรียนหลายคนทิ้ง GPAX ช่วง ม.4 เพราะคิดว่ายังไม่ถึงเวลา แต่ GPAX ที่ใช้ใน TCAS มักคิดตั้งแต่ ม.4 เทอม 1 จนถึง ม.6 เทอม 1 รวม 5 ภาคเรียนหรือ 6 ภาคเรียนแล้วแต่ระเบียบ
ปล่อยให้เกรดตกตั้งแต่ต้นยากกู้คืนได้ เพราะค่าเฉลี่ยถูกลากลงไปแล้ว แต่ถ้ารู้แต่เนิ่นๆ ก็ยังพอปรับทิศทางได้
ลองคำนวณ GPAX ณ ปัจจุบัน แล้วดูว่าต้องทำเกรดเทอมนี้เฉลี่ยเท่าไหร่ถึงจะถึงเป้าที่ตั้งไว้
สรุป
ไม่มีสูตรลัด แต่มีวิธีจัดการตัวเลขให้ดีขึ้น — รู้ว่าคณะที่สนใจใช้คะแนนอะไร ชั่งน้ำหนักวิชาก่อนเริ่มเตรียม และคำนวณ GPAX บ่อยพอที่จะรู้ว่าตอนนี้ยืนอยู่ตรงไหน
ฝึกข้อสอบ TGAT / TPAT และ A-Level ให้คุ้นรูปแบบก็ช่วยได้มาก วันสอบจริงจะได้ไม่เสียเวลากับโจทย์ที่ไม่คุ้น