คำถามนี้ถามกันบ่อยมากในกลุ่มคนเตรียมสอบ แต่คำตอบส่วนใหญ่ที่เจอก็แค่ “ขึ้นอยู่กับตัวเอง” ซึ่งไม่ได้ช่วยอะไร
บทความนี้ขอตอบตรงๆ ว่าแต่ละสนามเหมาะกับใคร ต้องเตรียมอะไร และถ้าจะเลือกสักอันก่อนควรเลือกอะไร
ทำไมคนถึงสับสน
จุดที่ทำให้งงคือทั้งสามสนามดูคล้ายกัน ล้วนเป็นงานราชการ มีเงินเดือนประจำ มีสวัสดิการ แต่พอดูเนื้อหาข้อสอบ กระบวนการสมัคร และเส้นทางอาชีพ ต่างกันพอสมควร
ก.พ. ภาค ก. — บัตรผ่านที่ยืดหยุ่นที่สุด
ก.พ. ไม่ใช่การสมัครงานตรงๆ แต่เป็นการสอบเพื่อรับ “มาตรฐาน” ที่จะพาไปสมัครตำแหน่งในกระทรวงต่างๆ ได้หลายร้อยแห่ง
ข้อดีที่ชัดคือ สอบครั้งเดียวใช้ได้ตลอด ไม่ต้องสอบซ้ำทุกปี และยิ่งยื่นได้หลายที่เท่าไหร่ โอกาสก็ยิ่งมาก
ข้อสอบแบ่งเป็นสามวิชาหลักคือภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์ ระดับที่สอบกันมากคือวุฒิปริญญาตรี ซึ่งคะแนนตัดมักอยู่ที่ประมาณ 60%
ถ้าเพิ่งจบมหา’ลัยหรือกำลังมองหาทางเข้าราชการแบบกว้าง ลองทำแนวข้อสอบ ก.พ.ก่อนได้เลย จะได้รู้ว่าตอนนี้ระดับไปถึงไหน
นายสิบตำรวจ — เส้นทางสายวงการตำรวจ
สนามนี้ต่างออกไปชัดเจนเพราะเป็นการรับสมัครสายตำรวจโดยตรง มีข้อสอบวิชาเฉพาะอย่างกฎหมายอาญา กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และความรู้เกี่ยวกับงานตำรวจ
ที่หลายคนมองข้ามคือสนามนี้มีการทดสอบร่างกายด้วย วิ่ง 1 กม. ดันพื้น ลุกนั่ง เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ ใครสนใจต้องเตรียมตัวคู่กันไป
ถ้าชอบงานด้านความมั่นคงและอยากรู้จัก scope ข้อสอบ ลองเริ่มจากแนวข้อสอบนายสิบตำรวจได้เลย
ท้องถิ่น — ตำแหน่งที่อยู่ใกล้บ้านกว่า
สอบท้องถิ่นหมายถึงสอบเข้าทำงานใน อบต. อบจ. หรือเทศบาล ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ ข้อดีคือถ้าอยากทำงานใกล้บ้านโดยไม่ต้องย้ายมากรุงเทพฯ สนามนี้น่าสนใจมาก
เนื้อหาข้อสอบมักครอบคลุมวิชาทั่วไปคล้ายก.พ. บวกกับวิชาเฉพาะตำแหน่งที่เลือกสมัคร อย่างเช่น ถ้าสมัครตำแหน่งนักวิชาการเงิน ก็มีเนื้อหาการเงินการบัญชีเพิ่มเข้ามา
ดูแนวข้อสอบท้องถิ่นเพื่อประเมินระยะห่างระหว่างความรู้ตอนนี้กับที่ต้องการ
เปรียบตรงๆ
| หัวข้อ | ก.พ. ภาค ก. | นายสิบตำรวจ | ท้องถิ่น |
|---|---|---|---|
| จัดสอบ | ทุกปี (1-2 ครั้ง) | ไม่แน่นอน ตามความต้องการ | ไม่แน่นอน ตามความต้องการ |
| ใช้วุฒิ | ปวช./ปวส./ป.ตรี | ม.6/ปวช. ขึ้นไป | ปวช./ปวส./ป.ตรี แล้วแต่ตำแหน่ง |
| ทดสอบร่างกาย | ไม่มี | มี | บางตำแหน่ง |
| ความยืดหยุ่น | สูงสุด (ใช้ได้หลายแห่ง) | เฉพาะสายตำรวจ | เฉพาะท้องถิ่นนั้นๆ |
ควรเริ่มสนามไหนก่อน
ถ้ายังไม่แน่ใจเส้นทาง เริ่มจาก ก.พ. ก่อนจะคุ้มที่สุดเพราะสอบได้ครั้งเดียวแต่ใช้ประโยชน์ได้นาน และเนื้อหาก็ไม่ได้เฉพาะทางเกินไปจนต้องลงทุนเวลาเตรียมตัวมาก
ถ้าชอบงานตำรวจชัดเจนหรืออยากอยู่บ้านเกิด สองสนามที่เหลือก็เหมาะกว่า แต่ต้องตามข่าวการเปิดรับสมัครให้ดีเพราะไม่มีรอบที่แน่นอน
ที่สำคัญกว่าเลือกสนาม คือลงมือทำข้อสอบจริงเร็วๆ จะได้รู้ว่าตอนนี้อยู่ระดับไหน แล้วค่อยวางแผนเวลาเตรียมตัวได้ถูกต้อง