ถ้าเพิ่งเริ่มทำธุรกิจหรือมีกิจการเล็กๆ คำว่า “ค่าเสื่อมราคา” อาจดูน่ากลัวกว่าที่ควร ความจริงคือมันเป็นแนวคิดที่เข้าใจได้ไม่ยากเลย และถ้ารู้จักใช้ให้ถูกต้องก็ช่วยลดภาษีได้พอสมควร
สินทรัพย์ไม่ได้ “หมดค่า” พร้อมกันในคราวเดียว
ซื้อโน้ตบุ๊กมาทำงาน 50,000 บาท ถ้าบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อนในปีที่ซื้อ งบกำไรขาดทุนปีนั้นก็จะหน้าตาแย่ทันที ทั้งที่โน้ตบุ๊กยังใช้ได้อีก 4-5 ปี
ค่าเสื่อมราคาแก้ปัญหานี้โดยกระจายต้นทุนของสินทรัพย์ออกไปตลอดอายุการใช้งาน วิธีนี้ทำให้งบการเงินสะท้อนความเป็นจริงได้ดีกว่า
วิธีคำนวณที่ใช้กันทั่วไป
1. เส้นตรง (Straight-Line)
วิธีนี้ง่ายสุด แบ่งต้นทุนออกเท่าๆ กันทุกปีตลอดอายุใช้งาน
สูตร: (ราคาต้นทุน - มูลค่าซาก) ÷ อายุใช้งาน
ตัวอย่าง: โน้ตบุ๊กราคา 50,000 บาท มูลค่าซาก 5,000 บาท อายุใช้งาน 5 ปี
ค่าเสื่อมราคาต่อปี = (50,000 - 5,000) ÷ 5 = 9,000 บาท
2. ยอดลดลงทวีคูณ (Declining Balance)
กระจายค่าเสื่อมให้สูงในปีแรกๆ แล้วลดลงเรื่อยๆ เหมาะกับสินทรัพย์ที่เสื่อมสภาพเร็วช่วงต้น เช่น รถยนต์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
สูตร: มูลค่าตามบัญชีต้นงวด × อัตราเสื่อม
อัตราเสื่อมปกติคือ 2 เท่าของอัตราเส้นตรง ถ้าอายุใช้งาน 5 ปี อัตราเส้นตรงคือ 20% ก็ใช้ 40% ในวิธีนี้
3. ผลรวมจำนวนปี (Sum of Years’ Digits)
นิยมน้อยกว่าสองวิธีแรก แต่ก็ใช้ได้ โดยคำนวณจากสัดส่วนของปีที่เหลือกับผลรวมทุกปีในอายุใช้งาน
ลองใช้ เครื่องคำนวณค่าเสื่อมราคา จะได้เห็นผลเปรียบเทียบของทั้งสามวิธีพร้อมกันโดยไม่ต้องคำนวณเอง
เพดานอายุใช้งานของกรมสรรพากร
กรมสรรพากรกำหนดอายุใช้งานขั้นต่ำไว้ ซึ่งหมายความว่าเสื่อมเร็วกว่านั้นไม่ได้
| ประเภทสินทรัพย์ | อายุขั้นต่ำ |
|---|---|
| อาคารถาวร | 20 ปี |
| อาคารชั่วคราว | 5 ปี |
| เครื่องจักรและอุปกรณ์ | 5 ปี |
| รถยนต์นั่ง | 5 ปี (วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท) |
| คอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ | 3 ปี |
รถยนต์นั่งส่วนตัวมีข้อจำกัดพิเศษ คือกรมสรรพากรให้นับต้นทุนสูงสุดแค่ 1,000,000 บาท ซื้อรถ 2 ล้าน ค่าเสื่อมราคาก็คิดได้แค่จาก 1 ล้าน
เชื่อมโยงกับภาษีที่ต้องจ่าย
ค่าเสื่อมราคาถือเป็นค่าใช้จ่ายในทางภาษี ยิ่งค่าเสื่อมสูง รายได้สุทธิก็ยิ่งต่ำ ภาษีนิติบุคคลหรือภาษีเงินได้ที่ต้องจ่ายก็ยิ่งน้อยลงตามไปด้วย
สำหรับธุรกิจที่ออกใบกำกับภาษีและต้องจัดการ VAT ด้วย ลองใช้ เครื่องคำนวณ VAT ควบกับการวางแผนค่าเสื่อมราคาจะให้ภาพรวมที่ชัดขึ้น
ถ้าเป็นฟรีแลนซ์หรือเจ้าของกิจการที่รับโปรเจกต์แล้วถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย เครื่องคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ช่วยเช็กยอดที่ถูกหักได้ทันที
เมื่อขายสินทรัพย์ออก
ถ้าขายสินทรัพย์ได้ราคาสูงกว่ามูลค่าตามบัญชี ส่วนต่างนั้นถือเป็นกำไร ต้องนำไปรวมคำนวณภาษี แต่ถ้าขายได้ต่ำกว่า ก็บันทึกเป็นขาดทุนจากการจำหน่ายสินทรัพย์แทน
เจ้าของกิจการหลายรายมองข้ามจุดนี้ แล้วค่อยมาสับสนตอนปิดงบประจำปีว่าตัวเลขไม่ตรงกัน
สรุป
ค่าเสื่อมราคาไม่ใช่เรื่องซับซ้อนถ้าเข้าใจหลักการ เลือกวิธีคำนวณให้ตรงกับลักษณะสินทรัพย์ และรักษาเอกสารการซื้อไว้ให้ครบถ้วน เพราะกรมสรรพากรอาจขอหลักฐานในการตรวจสอบ
ก่อนยื่นภาษีธุรกิจครั้งหน้า ลองคำนวณค่าเสื่อมราคาของแต่ละสินทรัพย์ผ่าน เครื่องคำนวณค่าเสื่อมราคา แล้วเอาตัวเลขนั้นไปเทียบกับที่บัญชีทำให้ดู จะได้เห็นว่าตรงกันหรือมีจุดไหนที่ควรทบทวน