คนที่อยากสอบราชการมักเจอปัญหาเดียวกันตั้งแต่แรก — ไม่รู้ว่าจะเริ่มสอบอะไรก่อน
สนามสอบหลักๆ ที่คนนิยมสอบมี 4 ทาง ได้แก่ ก.พ. ภาค ก. / ท้องถิ่น / นายสิบตำรวจ / นายสิบทหารบก แต่ละทางเปิดรับ วัดคนละอย่าง และใช้ได้กับตำแหน่งคนละกลุ่ม เลือกผิดก็เสียเวลาเตรียมตัวไปหลายเดือน
ก.พ. ภาค ก. — เปิดประตูกรมส่วนกลาง
ผ่าน ก.พ. ภาค ก. แล้วสามารถนำผลไปสมัครตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในกรมต่างๆ ทั่วประเทศได้ เหมาะสำหรับคนที่เรียนจบปริญญาตรีและไม่ได้อยากผูกกับพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง
ข้อดี: ผลสอบใช้ได้ 2 ปี ไม่ต้องสอบใหม่ทุกรอบ เปิดสอบปีละครั้ง
ข้อระวัง: การผ่านภาค ก. เป็นแค่ “ใบผ่านประตู” ยังต้องผ่านภาค ข. (วิชาเฉพาะตำแหน่ง) และภาค ค. (สัมภาษณ์) ของแต่ละกรมอีก วุฒิขั้นต่ำปริญญาตรี
ดูแนวข้อสอบและเตรียมตัวได้ที่ แนวข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ครอบคลุมทั้งวิชาไทย อังกฤษ และคณิตศาสตร์
ท้องถิ่น (อบต./อบจ.) — ทำงานใกล้บ้าน ไม่ต้องย้ายจังหวัด
สอบท้องถิ่นเหมาะมากสำหรับคนที่อยากทำงานในพื้นที่บ้านเกิด สอบกับ สถ. (กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น) ตำแหน่งมีทั้งระดับ ปวช. ปวส. และปริญญาตรีขึ้นกับตำแหน่ง
จุดต่างจาก ก.พ.: ใบผ่าน ก.พ. ใช้แทนกันไม่ได้ สอบท้องถิ่นต้องผ่านภาค ก. ของ สถ. โดยเฉพาะ
เปิดรับบ่อยหรือเปล่า: สถ. มักเปิดสอบปีเว้นปี แต่อัตราบรรจุต่อรอบมักสูงกว่า ก.พ.
ดูแนวข้อสอบและเนื้อหาที่ออกบ่อยได้ที่ แนวข้อสอบท้องถิ่น อบต./อบจ.
นายสิบตำรวจ — ต้องการความพร้อมทั้งร่างกายและวิชาการ
สายตำรวจวุฒิ ม.6 หรือ ปวช. ขึ้นไป อายุ 18–27 ปี (บางรอบขยาย) มีข้อสอบข้อเขียนและทดสอบร่างกาย ทั้งวิ่ง ว่ายน้ำ บาร์ขึ้น
ข้อดี: ไม่ต้องใช้ปริญญาตรี เริ่มต้นได้เร็วกว่า เงินเดือนเริ่มต้นสูงกว่าตำแหน่งพลเรือนระดับเดียวกัน
ความยาก: การแข่งขันสูงมาก แต่ละรอบมีผู้สมัครหลักหมื่นต่ออัตรา ต้องเต็มทั้งร่างกายและวิชาการ
ดูแนวข้อสอบและรูปแบบการสอบจริงได้ที่ แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ ก่อนวางแผนเตรียมตัว
นายสิบทหารบก — สอบคัดเลือกแบบปิด รู้ผลเร็ว
วุฒิ ม.6 หรือเทียบเท่า อายุ 18–22 ปี (บางตำแหน่งสูงกว่า) ต้องผ่านการคัดเลือกทางทหาร ตรวจร่างกาย และสอบข้อเขียน
ต่างจากตำรวจตรงที่ขอบเขตอายุแคบกว่ามาก ถ้าพลาดช่วงนี้ไปก็อาจหมดโอกาสสมัครในบางตำแหน่ง
ก่อนสมัครควรเช็กอายุจริงในวันรับสมัคร ลองใช้ เครื่องคำนวณอายุ คำนวณให้แม่นก่อนจะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลัง
ดูข้อสอบและแนวเนื้อหาที่ใช้จริงได้ที่ แนวข้อสอบนายสิบทหารบก
เปรียบสัดส่วนข้อสอบแต่ละสนาม
| สนาม | วุฒิขั้นต่ำ | อายุสูงสุด | ร่างกาย | ใบผ่านใช้ข้ามกันได้? |
|---|---|---|---|---|
| ก.พ. ภาค ก. | ปริญญาตรี | ไม่จำกัด | ไม่มี | ใช้ได้ข้ามกรม |
| ท้องถิ่น | ปวช.−ปริญญาตรี | ไม่จำกัด | ไม่มี | เฉพาะท้องถิ่น |
| นายสิบตำรวจ | ม.6/ปวช. | ~27 ปี | มี | เฉพาะสอบนั้น |
| นายสิบทหารบก | ม.6/ปวช. | ~22 ปี | มี | เฉพาะสอบนั้น |
เลือกอะไรก่อนดี
ถ้าอายุยังน้อยและวุฒิ ม.6: ทำทหารหรือตำรวจก่อนที่ยังไม่เกินช่วงรับ พร้อมกันนั้นสะสมความรู้วิชา ก.พ. ไปด้วยก็ไม่เสียหาย
ถ้าเรียนจบปริญญาตรีแล้ว: ก.พ. ภาค ก. ควรสอบก่อน เพราะเปิดตัวเลือกกว้างที่สุดและไม่มีข้อจำกัดอายุ ระหว่างรอผลก็เตรียมสอบท้องถิ่นควบคู่ได้
ถ้าอยู่ต่างจังหวัดและไม่อยากย้ายบ้าน: ท้องถิ่นเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า ก.พ. ส่วนกลาง เพราะได้ทำงานในพื้นที่ตัวเองชัดเจน
สนามสอบราชการไม่ได้มีแค่ 4 นี้ แต่ถ้าเพิ่งเริ่มต้น ทำความเข้าใจ 4 ทางนี้ก่อนแล้วค่อยดูว่าตรงกับเส้นทางที่วางไว้ไหม ดีกว่าลงสนามทุกตัวพร้อมกันแล้วเตรียมทุกอย่างได้ไม่เต็มที่สักอย่าง