OnlyGroub
การศึกษา ใหม่

TOEIC หรือ IELTS สอบอะไรก่อนดีในปี 2568

TOEIC กับ IELTS ต่างกันยังไง ใช้กับงานหรือเรียนต่อต่างกันไหม บทความนี้ช่วยตัดสินใจก่อนลงทะเบียนสอบ พร้อมแนวข้อสอบให้ฝึกทันที

1 มีนาคม 2569 อ่าน 7 นาที
#TOEIC #IELTS #ภาษาอังกฤษ #เตรียมสอบ 2568

สองคำนี้ถูกพูดถึงในบริบทต่างกันอย่างชัดเจน TOEIC คือสิ่งที่ HR บริษัทเอกชนถาม IELTS คือสิ่งที่คณะบัณฑิตวิทยาลัยต้องการ แต่ก็มีไม่น้อยที่สับสนว่าตัวเองควรเริ่มจากไหนก่อน โดยเฉพาะถ้าทั้งสมัครงานและอยากเรียนต่ออยู่ในแผนพร้อมกัน

สองตัวนี้วัดอะไรต่างกัน

TOEIC ย่อมาจาก Test of English for International Communication ชื่อก็บอกแล้วว่าวัด “การสื่อสาร” ในสภาพแวดล้อมของการทำงาน ภาษาที่ออกสอบจะเป็นประโยคในบริบทออฟฟิศ อีเมล ประชุม ประกาศบริษัท ไม่มีพาร์ต Speaking และ Writing ในรูปแบบมาตรฐาน (มีแต่ในรุ่น TOEIC S&W ที่แยกสอบต่างหาก)

IELTS ย่อมาจาก International English Language Testing System วัดทักษะครบ 4 อย่างคือ Listening Reading Writing Speaking โดย Writing และ Speaking ต้องทำกับกรรมการจริงหรือผ่าน Computer-delivered IELTS ความยากต่างกันเป็นหน้ามือเป็นหลังมือ

สรุปสั้นๆ คือ TOEIC วัดว่า “ทำงานกับฝรั่งได้ไหม” ส่วน IELTS วัดว่า “ใช้ชีวิตในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ไหม”

ใช้ตัวไหนกับอะไร

ถ้าต้องการสมัครงานหรือขึ้นเงินเดือน

บริษัทส่วนใหญ่ในไทยที่กำหนดคะแนนภาษาอังกฤษจะบอกเป็น TOEIC ทั้งนั้น เกณฑ์ที่เห็นบ่อยคือ 550–600 สำหรับตำแหน่งทั่วไป และ 700+ สำหรับตำแหน่งที่ต้องติดต่อต่างประเทศโดยตรง

ถ้าเป้าคือตรงนี้ TOEIC คือคำตอบที่ชัดกว่า เพราะสอบสั้นกว่า (ประมาณ 2 ชั่วโมง) บอกผลเร็ว และค่าสอบถูกกว่า

ถ้าต้องการเรียนต่อต่างประเทศ

แทบทุกมหาวิทยาลัยในอังกฤษ ออสเตรเลีย แคนาดา และนิวซีแลนด์ กำหนด IELTS ขั้นต่ำ ส่วนใหญ่อยู่ที่ Band 6.0–6.5 สำหรับระดับปริญญาโท

สหรัฐฯ บางมหาวิทยาลัยรับ IELTS ด้วย แต่หลายแห่งยังนิยม TOEFL มากกว่า ถ้าแผนคือ US ควรตรวจสอบ requirement ของโปรแกรมที่สนใจก่อนตัดสินใจ

ถ้าอยากใช้ยื่นราชการหรือทุน

ทุนจากราชการไทยหลายประเภทรับทั้ง TOEIC และ IELTS แต่บางทุนกำหนดเฉพาะ ควรดูรายละเอียดโดยตรง ทุน ก.พ. มักระบุเป็น IELTS Band หรือ TOEFL iBT เป็นหลัก

เปรียบคะแนนและต้นทุน

TOEIC Listening & ReadingIELTS Academic
คะแนนสูงสุด990Band 9.0
เวลาสอบประมาณ 2 ชั่วโมงประมาณ 2 ชั่วโมง 45 นาที
ค่าสอบ (ไทย)ประมาณ 1,900–2,100 บาทประมาณ 7,000–7,500 บาท
อายุผล2 ปี2 ปี
ทักษะที่วัดListening + ReadingListening + Reading + Writing + Speaking

ราคา IELTS สูงกว่าเกือบ 4 เท่า แต่ผลที่ได้ครอบคลุมกว่า ถ้าไม่จำเป็นต้องใช้ คนส่วนใหญ่จะไม่สอบ IELTS โดยไม่มีเหตุผลชัดเจน

ใครที่ควรสอบทั้งสองตัว

มีอยู่กลุ่มเดียวที่ตอบว่าควรสอบทั้งคู่ คือคนที่กำลังทำงานอยู่และมีแผนเรียนต่อในระยะ 2–3 ปีข้างหน้า ระหว่างรอก็สอบ TOEIC เก็บไว้ก่อนเพราะง่ายกว่า แล้วค่อยเตรียม IELTS อย่างจริงจังเมื่อใกล้ถึงเวลา

เตรียมสอบแต่ละตัวต่างกันยังไง

สำหรับ TOEIC: เน้นฝึก Part 5–7 Reading ให้แม่น เพราะเป็นส่วนที่หลายคนทำพลาดเรื่องเวลา Listening ต้องฝึกฟัง Accent หลายแบบทั้งอเมริกัน อังกฤษ ออสเตรเลีย และแคนาดา

สำหรับ IELTS Academic: Writing Task 2 คือส่วนที่ดึงคะแนนลงมากที่สุด ต้องฝึก Essay structure ให้ชัด Speaking Part 2 ก็ต้องฝึกพูด 2 นาทีโดยไม่จั้กจี้

ลองฝึกทำแนวข้อสอบก่อนสอบจริงได้เลย — แนวข้อสอบ TOEIC ครอบคลุม Grammar Vocabulary และ Reading Comprehension ส่วน แนวข้อสอบ IELTS มีทั้ง 4 ทักษะพร้อมคำอธิบาย

คำถามที่ถามบ่อย

ถ้าภาษาอังกฤษยังไม่แข็งแรง ควรเริ่มตัวไหน? เริ่ม TOEIC ก่อนเพราะ scope แคบกว่า ภาษาที่ใช้มีรูปแบบชัดเจน คาดเดาได้ง่ายกว่า IELTS

TOEIC 700+ ใช้แทน IELTS Band 6 ได้ไหม? ไม่ได้ เป็นคนละมาตรฐาน แต่ TOEIC 700 บ่งบอกว่าระดับภาษาน่าจะพอสำหรับการเรียนต่อระดับปริญญาโทถ้าฝึกเพิ่มเรื่อง Academic Writing

อยากสอบ IELTS แต่กลัวไม่ผ่าน เตรียมนานแค่ไหน? ถ้าฐาน TOEIC อยู่ที่ 600–650 เตรียม IELTS อีก 3–4 เดือนน่าจะถึง Band 6.0 ได้ ถ้าฐานต่ำกว่า 500 ต้องให้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน

สรุป

ถ้าเป้าคือการทำงาน → TOEIC ถ้าเป้าคือการเรียนต่อต่างประเทศ → IELTS ถ้าทั้งสอง → เริ่ม TOEIC ก่อน แล้วค่อยสอบ IELTS ทีหลัง

ไม่ต้องกังวลว่าจะเลือกผิด เพราะความรู้ภาษาอังกฤษที่สร้างมาเพื่อสอบตัวหนึ่งก็ช่วยสอบอีกตัวได้เสมอ ต่างกันแค่ว่าต้องปรับโฟกัสส่วนไหน