TOEIC คะแนนรวม 990 แบ่งเป็น Listening 495 กับ Reading 495 คนละเท่ากัน แต่เวลาที่แต่ละส่วนกินกับความยากที่ผู้สมัครใหม่รู้สึกนั้นต่างกันมาก
แบ่งเวลา 2 ชั่วโมงออกมาเป็นอะไรบ้าง
Listening (~45 นาที) มี 4 Part
- Part 1: ดูรูปแล้วเลือกประโยคที่อธิบายถูกต้อง (6 ข้อ)
- Part 2: ได้ยินคำถาม เลือกคำตอบที่เข้าคู่ที่สุด (25 ข้อ)
- Part 3: บทสนทนาสั้น ตอบคำถาม 3 ข้อต่อบทสนทนา (39 ข้อ)
- Part 4: สุนทรพจน์/ประกาศ ตอบคำถาม 3 ข้อต่อชุด (30 ข้อ)
Reading (75 นาที) มี 3 Part
- Part 5: ประโยคบกพร่อง เลือก Grammar/Vocabulary ที่ถูก (30 ข้อ)
- Part 6: เติมคำในย่อหน้า (16 ข้อ)
- Part 7: อ่านบทความ อีเมล ประกาศ ตอบคำถาม (54 ข้อ)
ส่วนที่กินเวลานานและกินคะแนนมากที่สุดคือ Part 7 เดี่ยว ซึ่งมี 54 ข้อแต่ต้องทำใน ~45 นาทีที่เหลือหลัง Part 5 และ 6
ถ้าเวลาเตรียมสอบไม่มาก ควรทุ่มที่ไหนก่อน
Part 5 Grammar/Vocabulary คือส่วนที่ได้คะแนนคืนเร็วที่สุด เพราะแต่ละข้อใช้เวลา 20–30 วินาที และ pattern ซ้ำกันมาก ไม่ว่าจะเป็น noun clause, relative pronoun หรือ preposition ที่ pair กับ verb บางตัว ทำข้อเก่าซ้ำ 3–4 ชุดก็เริ่มเห็นรูปแบบแล้ว
Part 2 Listening คนส่วนใหญ่คะแนนหลุดที่ Part 2 มากกว่าที่คิด เพราะได้ยินคำถามครั้งเดียวแล้วต้องตัดสินใจทันที ไม่มีเวลาลังเล คำตอบที่ “ดูสมเหตุสมผล” แต่ตอบคนละมิติกับคำถามคือกับดัก เช่น ถามว่า “Why did you leave early?” แล้วตัวเลือกตอบว่า “I left at 5 PM” — ฟังดูเกี่ยวข้องแต่ไม่ตอบ “ทำไม”
Part 7 Reading ใช้เวลาเยอะที่สุดแต่ถ้าไม่ได้ฝึกอ่านเร็ว จะกดดันมากตอนสอบจริง แนะนำฝึกอ่าน email ภาษาอังกฤษสั้นๆ ทุกวันสัก 10 นาที จับใจความหลักให้ได้ภายใน scan แรก ก่อนไปอ่านคำถาม
เทคนิคที่ใช้ได้จริงในวันสอบ
Listening กดหูฟังทุกครั้ง อย่าปล่อยให้เสียงรบกวน และอ่าน choice ในช่วงตัวอย่างก่อน Part เริ่ม ตรงนั้นมีเวลาว่างอยู่พอสมควร ใช้ประโยชน์
Reading อย่าติดข้อ ถ้า Part 5 ข้อไหนคิดนานเกิน 20 วินาทีให้ mark แล้วข้ามไปก่อน เพราะ Part 7 กินเวลาไปมากกว่าที่คิด ถ้าทำ Part 5-6 ช้าเกินไปจะเหลือเวลาไม่พอ
ลองทำแนวข้อสอบ TOEIC จะเห็นว่า Part ไหนที่ตัวเองหลุดบ่อยที่สุด แล้วค่อยกลับมาเน้นทบทวนให้ตรงจุด ดีกว่าอ่านทุกอย่างกว้างๆ แล้วไม่แน่นสักเรื่อง
คะแนนที่นายจ้างส่วนใหญ่ต้องการ
- 500+ พอสำหรับงานทั่วไปที่ระบุว่า “พอใช้ภาษาอังกฤษได้”
- 600–700 เริ่มตอบสนองตำแหน่งที่ต้องสื่อสารกับต่างชาติเป็นครั้งคราว
- 750+ บริษัทข้ามชาติหลายแห่งใช้เป็นตัวกรองสาย HR และ Business
- 860+ ระดับที่แสดงให้เห็นว่าใช้ภาษาอังกฤษในงานได้จริงๆ
ถ้ากำลังวางแผนเรียนต่อและต้องคำนวณ TCAS หรือคะแนนรวมหลายส่วน ลองใช้เครื่องคำนวณคะแนน TCAS ด้วยได้ เพราะบางมหาวิทยาลัยนับ TOEIC เทียบเท่า TGAT English
เตรียมสอบกี่อาทิตย์พอ
ถ้าเคยเรียนภาษาอังกฤษมาปกติและหยุดไปนาน 4–6 อาทิตย์ฝึกจริงจังทุกวันน่าจะพอเก็บคะแนนกลับมาได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าต้องการกระโดดไป 700+ จากฐานที่ต่ำ อาจต้องนาน 3 เดือนขึ้นไป ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้น
สิ่งที่ต่างกันระหว่างคนที่สอบผ่านกับไม่ผ่านส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องความรู้ภาษา แต่เป็นเรื่อง “รู้จักการสอบ” — เข้าใจรูปแบบ เข้าใจกับดัก และรู้วิธีจัดสรรเวลาตลอด 2 ชั่วโมง