OnlyGroub
การศึกษา ใหม่

สอบ TOEIC ครั้งแรก — ส่วนไหนควรโฟกัสก่อนถ้าเวลาไม่ได้มีเยอะ

TOEIC มี 200 ข้อ 2 ชั่วโมง แต่แต่ละส่วนกินคะแนนไม่เท่ากัน ถ้าเตรียมสอบไม่กี่อาทิตย์ รู้ว่าควรทุ่มเวลาที่ไหนก่อนจะต่างกันมาก

1 มีนาคม 2569 อ่าน 6 นาที
#TOEIC #เตรียมสอบภาษาอังกฤษ #สอบ TOEIC ครั้งแรก

TOEIC คะแนนรวม 990 แบ่งเป็น Listening 495 กับ Reading 495 คนละเท่ากัน แต่เวลาที่แต่ละส่วนกินกับความยากที่ผู้สมัครใหม่รู้สึกนั้นต่างกันมาก

แบ่งเวลา 2 ชั่วโมงออกมาเป็นอะไรบ้าง

Listening (~45 นาที) มี 4 Part

  • Part 1: ดูรูปแล้วเลือกประโยคที่อธิบายถูกต้อง (6 ข้อ)
  • Part 2: ได้ยินคำถาม เลือกคำตอบที่เข้าคู่ที่สุด (25 ข้อ)
  • Part 3: บทสนทนาสั้น ตอบคำถาม 3 ข้อต่อบทสนทนา (39 ข้อ)
  • Part 4: สุนทรพจน์/ประกาศ ตอบคำถาม 3 ข้อต่อชุด (30 ข้อ)

Reading (75 นาที) มี 3 Part

  • Part 5: ประโยคบกพร่อง เลือก Grammar/Vocabulary ที่ถูก (30 ข้อ)
  • Part 6: เติมคำในย่อหน้า (16 ข้อ)
  • Part 7: อ่านบทความ อีเมล ประกาศ ตอบคำถาม (54 ข้อ)

ส่วนที่กินเวลานานและกินคะแนนมากที่สุดคือ Part 7 เดี่ยว ซึ่งมี 54 ข้อแต่ต้องทำใน ~45 นาทีที่เหลือหลัง Part 5 และ 6

ถ้าเวลาเตรียมสอบไม่มาก ควรทุ่มที่ไหนก่อน

Part 5 Grammar/Vocabulary คือส่วนที่ได้คะแนนคืนเร็วที่สุด เพราะแต่ละข้อใช้เวลา 20–30 วินาที และ pattern ซ้ำกันมาก ไม่ว่าจะเป็น noun clause, relative pronoun หรือ preposition ที่ pair กับ verb บางตัว ทำข้อเก่าซ้ำ 3–4 ชุดก็เริ่มเห็นรูปแบบแล้ว

Part 2 Listening คนส่วนใหญ่คะแนนหลุดที่ Part 2 มากกว่าที่คิด เพราะได้ยินคำถามครั้งเดียวแล้วต้องตัดสินใจทันที ไม่มีเวลาลังเล คำตอบที่ “ดูสมเหตุสมผล” แต่ตอบคนละมิติกับคำถามคือกับดัก เช่น ถามว่า “Why did you leave early?” แล้วตัวเลือกตอบว่า “I left at 5 PM” — ฟังดูเกี่ยวข้องแต่ไม่ตอบ “ทำไม”

Part 7 Reading ใช้เวลาเยอะที่สุดแต่ถ้าไม่ได้ฝึกอ่านเร็ว จะกดดันมากตอนสอบจริง แนะนำฝึกอ่าน email ภาษาอังกฤษสั้นๆ ทุกวันสัก 10 นาที จับใจความหลักให้ได้ภายใน scan แรก ก่อนไปอ่านคำถาม

เทคนิคที่ใช้ได้จริงในวันสอบ

Listening กดหูฟังทุกครั้ง อย่าปล่อยให้เสียงรบกวน และอ่าน choice ในช่วงตัวอย่างก่อน Part เริ่ม ตรงนั้นมีเวลาว่างอยู่พอสมควร ใช้ประโยชน์

Reading อย่าติดข้อ ถ้า Part 5 ข้อไหนคิดนานเกิน 20 วินาทีให้ mark แล้วข้ามไปก่อน เพราะ Part 7 กินเวลาไปมากกว่าที่คิด ถ้าทำ Part 5-6 ช้าเกินไปจะเหลือเวลาไม่พอ

ลองทำแนวข้อสอบ TOEIC จะเห็นว่า Part ไหนที่ตัวเองหลุดบ่อยที่สุด แล้วค่อยกลับมาเน้นทบทวนให้ตรงจุด ดีกว่าอ่านทุกอย่างกว้างๆ แล้วไม่แน่นสักเรื่อง

คะแนนที่นายจ้างส่วนใหญ่ต้องการ

  • 500+ พอสำหรับงานทั่วไปที่ระบุว่า “พอใช้ภาษาอังกฤษได้”
  • 600–700 เริ่มตอบสนองตำแหน่งที่ต้องสื่อสารกับต่างชาติเป็นครั้งคราว
  • 750+ บริษัทข้ามชาติหลายแห่งใช้เป็นตัวกรองสาย HR และ Business
  • 860+ ระดับที่แสดงให้เห็นว่าใช้ภาษาอังกฤษในงานได้จริงๆ

ถ้ากำลังวางแผนเรียนต่อและต้องคำนวณ TCAS หรือคะแนนรวมหลายส่วน ลองใช้เครื่องคำนวณคะแนน TCAS ด้วยได้ เพราะบางมหาวิทยาลัยนับ TOEIC เทียบเท่า TGAT English

เตรียมสอบกี่อาทิตย์พอ

ถ้าเคยเรียนภาษาอังกฤษมาปกติและหยุดไปนาน 4–6 อาทิตย์ฝึกจริงจังทุกวันน่าจะพอเก็บคะแนนกลับมาได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าต้องการกระโดดไป 700+ จากฐานที่ต่ำ อาจต้องนาน 3 เดือนขึ้นไป ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้น

สิ่งที่ต่างกันระหว่างคนที่สอบผ่านกับไม่ผ่านส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องความรู้ภาษา แต่เป็นเรื่อง “รู้จักการสอบ” — เข้าใจรูปแบบ เข้าใจกับดัก และรู้วิธีจัดสรรเวลาตลอด 2 ชั่วโมง