ในบรรดาวิชาที่สอบใน TGAT นักเรียนไทยส่วนใหญ่กลัวส่วนภาษาอังกฤษมากที่สุด ทั้งที่จริงแล้วโครงสร้างข้อสอบชัดและคาดเดาได้พอสมควร ถ้ารู้ว่าต้องเตรียมอะไรก็วางแผนได้โดยไม่ต้องตีกลองทุบหม้อ
TGAT91 ต้องการทักษะอะไร
TGAT ส่วนที่ 1 (TGAT91) วัดการสื่อสารภาษาอังกฤษในชีวิตจริง ไม่เน้นแกรมมาร์ที่ซับซ้อน แต่เน้นการอ่านจับใจความ ตีความข้อมูลในกราฟหรือตาราง และทำความเข้าใจบทสนทนาในบริบทต่างๆ
รูปแบบข้อสอบที่ออกซ้ำ:
- Reading comprehension — อ่าน passage สั้น ตอบคำถามเกี่ยวกับใจความหลักและรายละเอียด
- Vocabulary in context — เลือกคำที่มีความหมายใกล้เคียงในประโยค
- Inference — ตีความว่า passage บอกอะไรโดยนัย
- Functional language — เลือกคำพูดหรือประโยคที่เหมาะกับสถานการณ์
ทำแนวข้อสอบ TGAT/TPATออนไลน์ก่อนดีที่สุด จะรู้ว่าตัวเองตึงตรงไหน ไม่ต้องนั่งเดาจากสารบัญหนังสือ
TGAT กับ TOEIC ทับซ้อนกันไหม
ทับซ้อนในแง่ทักษะพื้นฐาน โดยเฉพาะ Reading comprehension และการเข้าใจ vocabulary ในบริบท แต่ระดับความยากต่างกัน
TOEIC เน้นบริบทธุรกิจ เช่น อีเมลออฟฟิศ ใบแจ้งราคา ประกาศรับสมัครงาน ส่วน TGAT เน้นบทสนทนาและสถานการณ์ทั่วไปที่ใกล้ชีวิตนักเรียนมากกว่า
ถ้าเตรียมแนวข้อสอบ TOEIC ควบไปด้วย ทักษะ Reading จะแข็งแกร่งขึ้นโดยอัตโนมัติ และช่วย TGAT ภาษาอังกฤษได้ชัดเจน แต่ไม่จำเป็นต้องเตรียม TOEIC ทุกส่วน เน้นแค่ Part 7 (Reading Comprehension) ก็พอ
คะแนน TGAT มีน้ำหนักเท่าไหร่ใน TCAS
ขึ้นอยู่กับคณะและมหาวิทยาลัยที่สมัคร บางคณะให้น้ำหนัก TGAT91 สูงถึง 30–40% ของคะแนนรวม โดยเฉพาะสาขาที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการทำงาน เช่น ภาษา นิเทศ การท่องเที่ยว และธุรกิจระหว่างประเทศ
เครื่องคำนวณคะแนน TCAS ช่วยได้ตรงนี้ ใส่คะแนน TGAT TPAT และ A-Level ของแต่ละวิชาแล้วจะเห็นว่าถ้าเพิ่มคะแนน TGAT91 อีก 10 คะแนน คะแนนรวมจะขยับขึ้นแค่ไหน วิธีนี้ช่วยตัดสินใจว่าควรทุ่มเวลากับวิชาไหนในช่วงเดือนสุดท้าย
แผนอ่านสัปดาห์ละ 3 วัน
ไม่ต้องอ่านทุกวัน แต่ต้องสม่ำเสมอ
วันที่ 1 — ทำ Reading passage 2–3 ชุด จับเวลาตัวเองว่าใช้นานแค่ไหน แล้วเปรียบกับเวลาสอบจริง
วันที่ 2 — เปิดดูข้อที่ตอบผิด อ่านซ้ำแล้ว trace ว่าเข้าใจผิดตรงไหน ไม่ใช่แค่จำคำตอบที่ถูก
วันที่ 3 — ฝึก vocabulary 10–15 คำในบริบทประโยค ไม่ใช่ท่อง list คำเดี่ยวๆ
จุดที่คนมักพลาดคือทำข้อสอบเสร็จแล้วแค่ดูคะแนน ไม่ได้กลับไปอ่านว่าทำไมตอบผิด การ review นั้นสำคัญกว่าจำนวนข้อที่ทำ
ส่วนไหนเก็บคะแนนได้ง่าย
Vocabulary in context ถ้าอ่านเยอะคะแนนส่วนนี้ขึ้นเร็ว เพราะตัวเลือกสี่ตัวมักมีแค่ 1–2 ตัวที่ฟังดูเข้ากับบริบทจริงๆ
Main idea questions ถ้าอ่านย่อหน้าแรกและสุดท้ายของ passage ก่อน มักจับใจความได้โดยไม่ต้องอ่านทุกบรรทัด
Inference questions ยากที่สุด ต้องการฝึกมาก ถ้าเวลาไม่พอ ให้ยอมข้ามข้อนี้และไปทำส่วนอื่นก่อน แล้วค่อยวนกลับมา
เรื่องที่คนอ่านไม่มาก แต่ออกข้อสอบ
ส่วน “functional language” หรือประโยคสำหรับสถานการณ์ต่างๆ เช่น ขอโทษ เสนอความช่วยเหลือ ตอบรับการนัดหมาย เนื้อหาพวกนี้อยู่ในแบบฝึกหัดท้ายบทหนังสือเรียนม.ปลาย แต่หลายคนข้ามไปเพราะรู้สึกว่าง่าย พอไปเจอในข้อสอบที่มีตัวเลือกคล้ายกันมากก็งงได้
เริ่มต้นด้วยการทำแนวข้อสอบ TGAT/TPATชุดแรกก่อนวางแผนเลยดีที่สุด คะแนนที่ได้ตอนนี้ไม่ใช่ตัวเลขสุดท้าย แต่บอกได้ว่าจุดไหนต้องโฟกัสจริงๆ