OnlyGroub
การศึกษา ใหม่

เตรียมสอบ IELTS ด้วยตัวเองให้ได้ Band 6.0 ขึ้น ไม่ต้องพึ่งคอร์สแพง

แนวทางเตรียมสอบ IELTS แบบ self-study ในงบศูนย์บาท เปรียบเทียบกับ TOEIC ว่าต่างกันยังไง และแผน 8 สัปดาห์ที่ใช้ได้จริง

1 มีนาคม 2569 อ่าน 7 นาที
#IELTS #ภาษาอังกฤษ #สอบภาษา #แนวข้อสอบ

Band 6.0 ฟังดูไม่สูง แต่ถ้าไม่ได้ฝึกมาก็เขยิบขึ้นได้ยากกว่าที่คิด หลายคนที่สอบไม่ผ่านตามเป้าบอกว่าไม่ใช่เรื่องความรู้ภาษา แต่เป็นเพราะไม่รู้รูปแบบข้อสอบคือปัญหาหลัก

IELTS กับ TOEIC ต่างกันยังไง ควรเริ่มที่ไหน

คำถามนี้ถามกันบ่อย และตอบได้ตรงๆ ว่าขึ้นอยู่กับเป้าหมาย

TOEIC วัดภาษาอังกฤษเพื่อการทำงาน คะแนนสูงสุด 990 คะแนน ทดสอบแค่ Listening กับ Reading ใช้เวลา 2 ชั่วโมง บริษัทในไทยส่วนใหญ่ขอ TOEIC ตอนสมัครงาน

IELTS วัด 4 ทักษะครบ Listening Reading Writing Speaking คะแนนเป็น Band 1-9 เหมาะสำหรับคนที่อยากเรียนต่อต่างประเทศหรือต้องการวีซ่าบางประเทศ

ถ้าเป้าหมายตอนนี้คือสมัครงานในไทย TOEIC พอ แต่ถ้าอยากเรียนต่อ UK Australia หรือ New Zealand IELTS จำเป็น ก่อนตัดสินใจเตรียมสอบอัน ลองทำ แนวข้อสอบ IELTS และ แนวข้อสอบ TOEIC เปรียบเทียบกันดูก่อนว่าระดับปัจจุบันตัวเองอยู่ที่ไหน

โครงสร้างข้อสอบ IELTS

มีสองแบบ Academic กับ General Training แตกต่างกันที่ส่วน Reading กับ Writing

  • Academic — สำหรับสมัครเรียนมหาวิทยาลัย
  • General Training — สำหรับ working visa และ immigration
ทักษะเวลา
Listening30 นาที + 10 นาทีเขียนตอบ
Reading60 นาที
Writing60 นาที
Speaking11–14 นาที

คะแนนสุดท้ายเป็นค่าเฉลี่ยของทั้ง 4 ส่วน ถ้าอ่อนส่วนใดส่วนหนึ่งมาก คะแนนรวมก็ถูกฉุดลงทุกครั้ง

ทักษะที่คนไทยมักพลาดมากที่สุด

Speaking กับ Writing คือสองอันที่ฉุดคะแนนบ่อยสุด

Speaking ไม่ใช่แค่พูดได้ แต่ต้องพูดต่อเนื่องได้นาน 11–14 นาทีโดยไม่ติดขัด Examiner ประเมิน fluency coherence vocabulary grammar และ pronunciation แยกกัน

Writing Task 2 ต้องเขียน essay 250 คำในเวลา 40 นาที คนที่ไม่ได้เขียนภาษาอังกฤษบ่อยๆ มักรู้สึก “ไม่รู้จะเริ่มยังไง” ทั้งที่พูดได้ ปัญหาจริงคือไม่คุ้นกับโครงสร้าง academic essay ไม่ใช่ไม่รู้คำศัพท์

แผนเตรียมสอบ 8 สัปดาห์

สัปดาห์ 1–2: Listening + Reading

ฝึก Listening ด้วยการฟังพอดแคสต์ภาษาอังกฤษ 30 นาทีต่อวัน แล้วต่อด้วยทำข้อสอบ IELTS Listening จริง เพื่อฝึกให้ชินกับ accent ที่หลากหลาย ฝึก Reading ด้วย passages 1 บทต่อวัน จับเวลาเองให้ใกล้เคียงสอบจริง

สัปดาห์ 3–4: Writing

Task 1 ฝึกอธิบาย graph chart diagram คนละหัว ใช้เวลา 20 นาทีต่อชั้น Task 2 ฝึกเขียน thesis statement ให้ชัดตั้งแต่ย่อหน้าแรก ไม่ต้อง flowery เอาแค่ argument ชัด

สัปดาห์ 5–6: Speaking

บันทึกเสียงตัวเองตอบคำถาม Part 1 แล้วเปิดฟัง จะได้ยินชัดเจนว่าติดตรงไหนบ้าง ฝึก Part 2 พูดเรื่องเดียวต่อเนื่อง 2 นาที อาจรู้สึกง่ายแต่พอเริ่มจริงมักหยุดกลางทาง

สัปดาห์ 7–8: Mock tests

ทำ mock test เต็มรูปแบบ 1–2 ชุด จับเวลาเหมือนสอบจริงทุกส่วน แล้วเจาะจุดอ่อนในสัปดาห์สุดท้าย

แหล่งฝึกฟรีที่ใช้ได้จริง

  • IELTS.org มี sample test อย่างเป็นทางการให้โหลด
  • British Council มี practice test ออนไลน์บนเว็บ
  • YouTube / IELTS Liz เนื้อหาครบ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

สำหรับคนอยากวัดระดับก่อนเริ่มเตรียม ลองทำ แนวข้อสอบ IELTS ก่อนได้เลย จะได้รู้ว่างวดไหนต้องเน้นมากกว่ากัน

คะแนนที่แต่ละกรณีต้องการ

กรณีBand ที่ต้องการ
เรียนต่อปริญญาตรี UK6.0–6.5
เรียนต่อปริญญาโท UK6.5–7.0
Skilled Migration Australia6.0–8.0 (แล้วแต่สาขา)
โปรแกรมนานาชาติในไทย5.5–6.0

ถ้าไม่แน่ใจระดับตัวเองอยู่ที่ไหน ลองทำ แนวข้อสอบ TOEIC ก่อนก็ได้ เพราะโครงสร้าง Listening กับ Reading คล้ายกัน ใช้คะแนน TOEIC ประเมินระดับเบื้องต้นแล้ววางแผนต่อได้เลย