Band 6.0 ฟังดูไม่สูง แต่ถ้าไม่ได้ฝึกมาก็เขยิบขึ้นได้ยากกว่าที่คิด หลายคนที่สอบไม่ผ่านตามเป้าบอกว่าไม่ใช่เรื่องความรู้ภาษา แต่เป็นเพราะไม่รู้รูปแบบข้อสอบคือปัญหาหลัก
IELTS กับ TOEIC ต่างกันยังไง ควรเริ่มที่ไหน
คำถามนี้ถามกันบ่อย และตอบได้ตรงๆ ว่าขึ้นอยู่กับเป้าหมาย
TOEIC วัดภาษาอังกฤษเพื่อการทำงาน คะแนนสูงสุด 990 คะแนน ทดสอบแค่ Listening กับ Reading ใช้เวลา 2 ชั่วโมง บริษัทในไทยส่วนใหญ่ขอ TOEIC ตอนสมัครงาน
IELTS วัด 4 ทักษะครบ Listening Reading Writing Speaking คะแนนเป็น Band 1-9 เหมาะสำหรับคนที่อยากเรียนต่อต่างประเทศหรือต้องการวีซ่าบางประเทศ
ถ้าเป้าหมายตอนนี้คือสมัครงานในไทย TOEIC พอ แต่ถ้าอยากเรียนต่อ UK Australia หรือ New Zealand IELTS จำเป็น ก่อนตัดสินใจเตรียมสอบอัน ลองทำ แนวข้อสอบ IELTS และ แนวข้อสอบ TOEIC เปรียบเทียบกันดูก่อนว่าระดับปัจจุบันตัวเองอยู่ที่ไหน
โครงสร้างข้อสอบ IELTS
มีสองแบบ Academic กับ General Training แตกต่างกันที่ส่วน Reading กับ Writing
- Academic — สำหรับสมัครเรียนมหาวิทยาลัย
- General Training — สำหรับ working visa และ immigration
| ทักษะ | เวลา |
|---|---|
| Listening | 30 นาที + 10 นาทีเขียนตอบ |
| Reading | 60 นาที |
| Writing | 60 นาที |
| Speaking | 11–14 นาที |
คะแนนสุดท้ายเป็นค่าเฉลี่ยของทั้ง 4 ส่วน ถ้าอ่อนส่วนใดส่วนหนึ่งมาก คะแนนรวมก็ถูกฉุดลงทุกครั้ง
ทักษะที่คนไทยมักพลาดมากที่สุด
Speaking กับ Writing คือสองอันที่ฉุดคะแนนบ่อยสุด
Speaking ไม่ใช่แค่พูดได้ แต่ต้องพูดต่อเนื่องได้นาน 11–14 นาทีโดยไม่ติดขัด Examiner ประเมิน fluency coherence vocabulary grammar และ pronunciation แยกกัน
Writing Task 2 ต้องเขียน essay 250 คำในเวลา 40 นาที คนที่ไม่ได้เขียนภาษาอังกฤษบ่อยๆ มักรู้สึก “ไม่รู้จะเริ่มยังไง” ทั้งที่พูดได้ ปัญหาจริงคือไม่คุ้นกับโครงสร้าง academic essay ไม่ใช่ไม่รู้คำศัพท์
แผนเตรียมสอบ 8 สัปดาห์
สัปดาห์ 1–2: Listening + Reading
ฝึก Listening ด้วยการฟังพอดแคสต์ภาษาอังกฤษ 30 นาทีต่อวัน แล้วต่อด้วยทำข้อสอบ IELTS Listening จริง เพื่อฝึกให้ชินกับ accent ที่หลากหลาย ฝึก Reading ด้วย passages 1 บทต่อวัน จับเวลาเองให้ใกล้เคียงสอบจริง
สัปดาห์ 3–4: Writing
Task 1 ฝึกอธิบาย graph chart diagram คนละหัว ใช้เวลา 20 นาทีต่อชั้น Task 2 ฝึกเขียน thesis statement ให้ชัดตั้งแต่ย่อหน้าแรก ไม่ต้อง flowery เอาแค่ argument ชัด
สัปดาห์ 5–6: Speaking
บันทึกเสียงตัวเองตอบคำถาม Part 1 แล้วเปิดฟัง จะได้ยินชัดเจนว่าติดตรงไหนบ้าง ฝึก Part 2 พูดเรื่องเดียวต่อเนื่อง 2 นาที อาจรู้สึกง่ายแต่พอเริ่มจริงมักหยุดกลางทาง
สัปดาห์ 7–8: Mock tests
ทำ mock test เต็มรูปแบบ 1–2 ชุด จับเวลาเหมือนสอบจริงทุกส่วน แล้วเจาะจุดอ่อนในสัปดาห์สุดท้าย
แหล่งฝึกฟรีที่ใช้ได้จริง
- IELTS.org มี sample test อย่างเป็นทางการให้โหลด
- British Council มี practice test ออนไลน์บนเว็บ
- YouTube / IELTS Liz เนื้อหาครบ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
สำหรับคนอยากวัดระดับก่อนเริ่มเตรียม ลองทำ แนวข้อสอบ IELTS ก่อนได้เลย จะได้รู้ว่างวดไหนต้องเน้นมากกว่ากัน
คะแนนที่แต่ละกรณีต้องการ
| กรณี | Band ที่ต้องการ |
|---|---|
| เรียนต่อปริญญาตรี UK | 6.0–6.5 |
| เรียนต่อปริญญาโท UK | 6.5–7.0 |
| Skilled Migration Australia | 6.0–8.0 (แล้วแต่สาขา) |
| โปรแกรมนานาชาติในไทย | 5.5–6.0 |
ถ้าไม่แน่ใจระดับตัวเองอยู่ที่ไหน ลองทำ แนวข้อสอบ TOEIC ก่อนก็ได้ เพราะโครงสร้าง Listening กับ Reading คล้ายกัน ใช้คะแนน TOEIC ประเมินระดับเบื้องต้นแล้ววางแผนต่อได้เลย