ถ้าเคยสับสนว่า IELTS กับ TOEIC ต้องสอบอะไรก่อน หรือ Band Score 6.0 กับ 6.5 ต่างกันมากแค่ไหนในทางปฏิบัติ บทนี้อธิบายตรงๆ ไม่วกวน
IELTS กับ TOEIC ต่างกันยังไง
IELTS ย่อมาจาก International English Language Testing System วัดทักษะ 4 ด้านพร้อมกัน ทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน คะแนนออกมาในระบบ Band Score ตั้งแต่ 0–9
TOEIC วัดแค่การฟังและอ่านในฉบับมาตรฐาน (มีฉบับพูดและเขียนแยกต่างหาก) คะแนนออกมาเป็น 10–990 คะแนน นิยมในบริษัทเอกชนเพื่อดูระดับภาษาอังกฤษของพนักงาน
ต่างกันชัดที่การใช้งาน IELTS ยื่นเรียนต่อต่างประเทศหรือขอวีซ่าพำนักถาวร TOEIC ใช้สมัครงานหรือขึ้นตำแหน่งในองค์กร
ลองทำแนวข้อสอบได้ที่ แนวข้อสอบ IELTS เพื่อประเมินระดับตัวเอง หรือลอง แนวข้อสอบ TOEIC เปรียบเทียบดูว่าพาร์ทไหนยังต้องพัฒนา
โครงสร้างการสอบ IELTS
| พาร์ท | เวลา | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| Listening | 30 นาที + 10 นาทีถ่ายคำตอบ | สำเนียงหลากหลาย |
| Reading | 60 นาที | 3 บทความ รวม ~2,700 คำ |
| Writing | 60 นาที | Task 1 + Task 2 |
| Speaking | 11–14 นาที | สอบกับ Examiner ตัวต่อตัว |
IELTS Academic กับ IELTS General Training ต่างกันที่พาร์ท Reading และ Writing ส่วน Listening กับ Speaking เหมือนกันทุกอย่าง Academic ใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัย General ใช้ยื่นขอวีซ่าทำงานหรือย้ายถิ่นฐาน
Band Score แต่ละระดับใช้ยื่นที่ไหนได้บ้าง
Band 5.5 เป็นขั้นต่ำของบางมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ สำหรับหลักสูตร Foundation หรือ Pathway Year
Band 6.0 ผ่านเกณฑ์มหาวิทยาลัยทั่วไปส่วนใหญ่ในอังกฤษและออสเตรเลีย รวมถึงวีซ่านักเรียนออสเตรเลีย Student Visa Subclass 500
Band 6.5 เปิดประตูไปยังมหาวิทยาลัยระดับดีในอังกฤษ รวมถึง Group of Eight ในออสเตรเลีย และวีซ่า Skilled Migration หลายสาขา
Band 7.0 ต้องการถ้าสมัคร Russell Group หรือมหาวิทยาลัย Top 100 QS และวีซ่าสาขาวิชาชีพอย่างแพทย์หรือพยาบาล
Band 8.0 ขึ้นไป Oxford, Cambridge, Imperial College ส่วนใหญ่ต้องการ Overall 7.5–8.0 ขึ้นอยู่กับสาขา
คนไทยมักสะดุดพาร์ทไหนมากที่สุด
Listening — สำเนียงหลากหลาย ทั้งอังกฤษ ออสเตรเลีย และสหรัฐฯ ไม่ได้เน้น American accent เหมือนในห้องเรียน คนที่ฟังสำเนียงอังกฤษหรือออสเตรเลียน้อยมักสะดุดตรงนี้
Reading Academic — ข้อความยาวและวิชาการมาก ต้องค้นหาคำตอบจากเอกสาร 3 ชิ้นภายใน 60 นาที ความเร็วในการอ่านสำคัญมากกว่าที่คิด
Writing Task 2 — ต้องเขียน Essay 250 คำขึ้นไป มีโครงสร้างชัดเจน ระดับ Band 6 ขึ้นไปต้องใช้ vocabulary หลากหลายและโครงสร้างประโยคซับซ้อนได้
Speaking Part 2 — พูดเดี่ยวต่อเนื่อง 1–2 นาทีโดยไม่มีเนื้อหาให้ดูแล้ว ฝึกน้อยกว่าพาร์ทอื่นเสมอแต่กลับทำคะแนนหายมากที่สุด
เตรียมสอบจากศูนย์ใน 3–6 เดือน ทำได้หรือเปล่า
ทำได้ แต่ขึ้นอยู่กับ Band เป้าหมาย ถ้า baseline อยู่ที่ CEFR B1 คือเทียบ TOEIC ประมาณ 500–600 คะแนน กับเป้า IELTS 6.0 ใน 3 เดือน ทำได้ถ้าฝึกอย่างจริงจัง
เดือนแรก เน้นฝึก Listening ทุกวัน ฟัง BBC Learning English, TED Talks และทำข้อสอบ IELTS Listening เก่าวันละ 1 section พร้อมเช็คคำตอบและฟังซ้ำในส่วนที่ผิด
เดือนที่สอง เพิ่ม Reading ฝึกอ่านบทความวิชาการจับเวลา เขียน Writing Task 1 จากกราฟหรือแผนภูมิวันละชิ้น
เดือนที่สาม ฝึก Speaking ทุกวัน บันทึกเสียงตัวเองพูดแล้วฟังซ้ำถ้าหาคู่ฝึกไม่ได้ เขียน Essay Task 2 จริงแล้วหาคนตรวจหรือใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ความผิดพลาด
ก่อนวางแผน ลองทำ แนวข้อสอบ IELTS ก่อนเพื่อดูว่าอ่อนพาร์ทไหนเป็นพิเศษ จะได้จัดเวลาให้ถูกจุด
ลงทะเบียนสอบที่ไหน ค่าสอบเท่าไหร่
ศูนย์สอบในไทยมีทั้ง IDP และ British Council กระจายอยู่ในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น และหาดใหญ่ ค่าสอบปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 8,000–9,000 บาท สมัครได้ทางเว็บของ IDP Thailand หรือ British Council Thailand โดยตรง
ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 3–4 สัปดาห์ โดยเฉพาะช่วงกลางปีและปลายปีที่ที่นั่งสอบเต็มเร็วมาก ถ้าได้คะแนนไม่ถึงเป้าสามารถสอบซ้ำได้โดยไม่มีขีดจำกัดจำนวนครั้ง ระยะเวลาถือคะแนน 2 ปีนับจากวันสอบ