QR Code (Quick Response Code) ถูกคิดค้นในปี 1994 โดยบริษัท Denso Wave ในญี่ปุ่น เพื่อติดตามชิ้นส่วนรถยนต์ แต่ตอนนี้กลายเป็นสิ่งที่เราใช้ทุกวันในชีวิตประจำวัน
โครงสร้างของ QR Code
QR Code ประกอบด้วยส่วนต่างๆ:
1. Finder Patterns (มุมสามเหลี่ยมสี่เหลี่ยม)
สี่เหลี่ยมที่มุมทั้งสามช่วยให้สแกนเนอร์รู้ว่า “นี่คือ QR Code” และรู้มุมทิศทาง
2. Timing Patterns (เส้นขาวดำสลับ)
เส้นที่วิ่งระหว่าง Finder Pattern ช่วยให้สแกนเนอร์รู้ขนาดของ module
3. Data Modules (จุดข้อมูล)
พื้นที่ส่วนใหญ่ของ QR Code เก็บข้อมูลจริง ผ่านการเข้ารหัสเป็นขาว-ดำ
4. Error Correction Area
ส่วนที่ทำให้ QR Code อ่านได้แม้โดนบังหรือฉีกขาด
QR Code เก็บข้อมูลได้มากแค่ไหน?
ขึ้นอยู่กับ Version ของ QR Code:
| Version | ขนาด | ตัวอักษรสูงสุด (ตัวเลข) |
|---|---|---|
| 1 | 21×21 modules | 41 ตัว |
| 10 | 57×57 modules | 652 ตัว |
| 40 | 177×177 modules | 7,089 ตัว |
ประเภทของ Error Correction
QR Code มี 4 ระดับการแก้ไขข้อผิดพลาด:
- Level L (Low): แก้ได้ 7% ของข้อมูล — เหมาะกับสภาพแวดล้อมสะอาด
- Level M (Medium): แก้ได้ 15%
- Level Q (Quartile): แก้ได้ 25%
- Level H (High): แก้ได้ 30% — เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่สกปรก
นี่คือเหตุผลที่ QR Code ที่มีโลโก้ตรงกลางยังอ่านได้ เพราะโลโก้บังข้อมูลไม่เกิน 30%!
ประเภทของ QR Code
Static QR Code
ข้อมูลถูก encode อยู่ใน QR Code โดยตรง เปลี่ยนไม่ได้ ต้องสร้างใหม่ถ้าต้องการเปลี่ยน URL
Dynamic QR Code
ข้อมูลใน QR Code เป็น URL ที่ redirect ไปยัง URL จริง สามารถเปลี่ยน URL ปลายทางได้โดยไม่ต้องพิมพ์ QR Code ใหม่ มักมีบริการติดตาม analytics
ข้อมูลที่ QR Code เก็บได้
- URL (พบบ่อยที่สุด)
- ข้อความธรรมดา
- เบอร์โทรศัพท์ (format:
tel:0812345678) - อีเมล (format:
mailto:name@example.com) - Wi-Fi (SSID, password, encryption type)
- vCard (ข้อมูลติดต่อ)
- SMS
- Bitcoin/Crypto address
ทำไม QR Code ถึงได้รับความนิยมในโควิด-19?
การ check-in แบบไม่ต้องสัมผัสทำให้ QR Code กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง และตอนนี้คนไทยคุ้นเคยกับการใช้ QR Code ในชีวิตประจำวันมากขึ้น
ลองสร้าง QR Code ของคุณเอง ได้ฟรีที่นี่