ค่าไฟฟ้าที่บ้านแพงขึ้นทุกปีแต่หลายคนไม่รู้ว่าคิดยังไง วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจโครงสร้างค่าไฟและวิธีลดบิลแบบตรงจุด
โครงสร้างค่าไฟในประเทศไทย
1. ค่าพลังงานไฟฟ้า (Energy Charge)
คิดตามหน่วยไฟที่ใช้ (kWh) แบบขั้นบันได:
| หน่วย (kWh/เดือน) | อัตรา (บาท/หน่วย) |
|---|---|
| 0-150 | 2.3488 |
| 151-400 | 2.9882 |
| 401 ขึ้นไป | 3.2405 |
2. ค่า FT (Fuel Adjustment Charge)
ค่าปรับตามต้นทุนเชื้อเพลิง ที่ กกพ. กำหนดทุก 4 เดือน อาจเป็นบวกหรือลบ
ช่วงที่ราคาน้ำมัน/ก๊าซสูงค่า FT จะบวกเพิ่ม ทำให้บิลรวมแพงขึ้นโดยไม่ต้องใช้ไฟเยอะขึ้น
3. ค่าบริการรายเดือน
ค่าธรรมเนียมคงที่ประมาณ 24-228 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทมิเตอร์
4. ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
คิดจากยอดรวมทุกรายการ
ตัวอย่างการคำนวณค่าไฟ
สมมติใช้ไฟ 300 หน่วย/เดือน FT = +0.20:
- 150 หน่วยแรก: 150 × 2.3488 = 352.32 บาท
- 151 หน่วยถัดไป: 150 × 2.9882 = 448.23 บาท
- FT: 300 × 0.20 = 60 บาท
- ค่าบริการ: ~38 บาท
- รวมก่อน VAT: 898 บาท
- VAT 7%: +62.86 บาท
- รวมทั้งหมด: ~961 บาท
เครื่องใช้ไฟฟ้าตัวไหนกินไฟมากที่สุด?
| อุปกรณ์ | กำลังไฟ | 8 ชั่วโมงต่อวัน/เดือน |
|---|---|---|
| แอร์ 12,000 BTU | ~1,000-1,200W | ~240-290 หน่วย |
| เครื่องทำน้ำอุ่น | ~3,500W | ~840 หน่วย (ถ้าใช้ตลอด) |
| ตู้เย็น | ~100-150W | ~72-108 หน่วย |
| โทรทัศน์ LED 50” | ~100W | ~24 หน่วย |
| หลอด LED 9W | 9W | ~2.16 หน่วย |
เทคนิคประหยัดค่าไฟที่ใช้ได้จริง
แอร์ (ตัวการหลัก)
- ตั้ง 25-26°C แทน 16-18°C (ต่างกัน 1°C ประหยัดได้ ~6%)
- ทำความสะอาดฟิลเตอร์ ทุก 2 สัปดาห์
- เลือก Inverter แทน Non-inverter ประหยัดได้ 30-40%
- ปิดแอร์ก่อนออก 15-20 นาที ห้องเย็นพอถึงเวลาออก
นิสัยทั่วไป
- ถอดปลั๊กอุปกรณ์ที่ไม่ใช้ (Standby mode ยังกินไฟ)
- ซักผ้าเต็มถัง ไม่ซักน้ำน้อย
- ใช้หม้อหุงข้าวแล้วดึงปลั๊กออก ไม่ warm นาน
คำนวณค่าไฟของอุปกรณ์แต่ละตัวได้ที่ เครื่องคำนวณค่าไฟ ของเรา