บิลค่าไฟเดือนกรกฎาคมกับเดือนมกราคมของบ้านเดียวกันอาจต่างกันได้ถึง 40–60% โดยที่ไม่ได้ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มเลย เพราะอุณหภูมิบ้านเราร้อนกว่าหน้าหนาวมาก แอร์จึงทำงานหนักขึ้นอัตโนมัติ
แต่ถ้าค่าไฟพุ่งทั้งที่อากาศไม่ได้ร้อนผิดปกติ นั่นเริ่มน่าสงสัยแล้ว
ก่อนจะโทษแอร์ ต้องรู้ก่อนว่าแอร์กินไฟเท่าไหร่
แอร์เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุดในบ้านส่วนใหญ่ แต่ “กินมากแค่ไหน” นั้นขึ้นอยู่กับขนาด BTU และเวลาที่เปิดใช้งาน
ตัวอย่างเช่น แอร์ขนาด 9,000 BTU กินไฟประมาณ 700–900 วัตต์ เปิด 8 ชั่วโมงต่อวัน ใน 1 เดือนจะใช้ไฟไปประมาณ 168–216 หน่วย คิดเป็นค่าไฟหลายร้อยถึงพันต้นๆ บาทขึ้นอยู่กับอัตราค่าไฟ
ลองใส่ตัวเลขแอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ใน เครื่องคำนวณค่าไฟ จะรู้ทันทีว่าแต่ละชิ้นกินไฟรวมเดือนละเท่าไหร่
BTU ไม่พอ แอร์ก็กินไฟมากกว่าปกติ
เรื่องที่คนมักไม่รู้คือแอร์ที่ BTU น้อยเกินสำหรับห้องนั้นอันตรายกว่าแอร์ BTU พอดี เพราะคอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักต่อเนื่อง ไม่หยุดพักเลย แทนที่จะเย็นได้เร็วแล้วหยุด กลับวนทำงานตลอด ทำให้กินไฟมากและเสื่อมเร็วด้วย
กฎคร่าวๆ สำหรับห้องในเมืองไทยคือพื้นที่ห้อง 1 ตารางเมตรต้องการแอร์ประมาณ 600–700 BTU แต่ถ้าห้องโดนแดดตะวันตกหรือเพดานสูงต้องบวกเพิ่มอีก 20–30%
คำนวณ BTU ที่เหมาะกับห้องของคุณได้ที่ เครื่องคำนวณ BTU แอร์ ใส่ขนาดห้อง ทิศทาง และจำนวนคนในห้อง ตัวเลขที่ได้จะแม่นกว่าการเดาจากป้ายโฆษณา
เครื่องใช้ไฟฟ้าไหนบ้างที่มักถูกมองข้าม
นอกจากแอร์ ยังมีอีกหลายอย่างที่กินไฟโดยที่เราไม่ค่อยนึกถึง
เครื่องทำน้ำอุ่น กินไฟสูงมากตอนทำงาน บางรุ่นสูงถึง 3,500–4,500 วัตต์ แต่ใช้เวลาสั้น ผลกระทบกับบิลรวมขึ้นอยู่กับว่าอาบน้ำนานแค่ไหน
ตู้เย็น เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ตู้เย็นรุ่นเก่าที่ใช้มา 10 ปีขึ้นไปกินไฟมากกว่ารุ่นใหม่ประหยัดไฟเบอร์ 5 ได้ประมาณสองเท่า
เครื่องซักผ้า รุ่นที่ใช้น้ำร้อนกินไฟมากกว่าน้ำเย็นอย่างเห็นได้ชัด
Standby mode ทีวี กล่อง set-top box เครื่องเสียง พวกนี้กินไฟตลอดแม้จะปิดด้วยรีโมท ถ้าหลายชิ้นรวมกันอาจกิน 50–100 วัตต์ตลอดเวลา ใน 1 เดือนเพิ่มบิลได้หลายสิบบาทโดยไม่ต้องใช้งานเลย
วิธีตรวจว่าค่าไฟขึ้นจากอะไร
วิธีง่ายที่สุดคือจดหน่วยมิเตอร์ทุกวันเป็นเวลา 1 สัปดาห์ แล้วดูว่าวันไหนหน่วยขึ้นมากผิดปกติ เทียบกับกิจกรรมในวันนั้น
ถ้าต้องการแม่นกว่านั้น ปลั๊กวัดไฟ (Power Meter) ราคาไม่แพง หาซื้อได้ทั่วไปออนไลน์ เสียบแล้วบอกได้เลยว่าเครื่องนั้นกินไฟเท่าไหร่ต่อชั่วโมง
อีกวิธีคือปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทีละชิ้นแล้วดูว่าหน่วยที่ใช้ต่อชั่วโมงลดลงมากไหม ช้ากว่าแต่ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่ม
ลดค่าไฟได้ง่ายกว่าที่คิดถ้าเริ่มถูกจุด
เรื่องแอร์บางทีแค่ล้างฟิลเตอร์ทุก 2 สัปดาห์ก็ช่วยได้แล้ว ฟิลเตอร์อุดตันทำให้ลมหมุนเวียนไม่ดี แอร์ต้องทำงานหนักขึ้นโดยไม่จำเป็น
เรื่องการเลือกซื้อแอร์ใหม่ ลองคำนวณ BTU ที่ต้องการให้ชัดก่อนไปร้าน ไม่งั้นอาจซื้อรุ่น BTU เกินมาโดยคิดว่าเย็นกว่า แต่จริงๆ แอร์ BTU เกินสำหรับห้องก็ทำให้ความชื้นไม่ถูกดูดออกพอ ห้องเย็นแต่รู้สึกอึดอัด
เริ่มจาก คำนวณค่าไฟ ดูก่อนว่าตอนนี้ใช้ไฟไปเท่าไหร่ แล้วถ้าต้องการเปลี่ยนหรือซื้อแอร์ใหม่ ค่อยไป คำนวณ BTU เพื่อเลือกขนาดให้เหมาะกับห้องจริงๆ