แต่ละปีมีคนสมัครทั้งสองตำแหน่งพร้อมกัน โดยไม่รู้ว่าโครงสร้างข้อสอบต่างกันมากแค่ไหน การเตรียมตัวแบบ “อ่านรวมๆ” ทำให้ได้ผลน้อยกว่าที่ควรในทั้งสองสนามพร้อมกัน
รู้ว่าอะไรต่างกัน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเน้นที่ไหน
โครงสร้างข้อสอบนายสิบทหารบก
กองทัพบกเปิดสอบประจำปี วิชาหลักที่ออกสม่ำเสมอมี 4 กลุ่ม:
ภาษาไทย — การอ่านจับใจความ เรียบเรียงข้อความ คำศัพท์และสำนวน น้ำหนักประมาณ 25% ของคะแนนรวม
คณิตศาสตร์ — อนุกรม สัดส่วน เปอร์เซ็นต์ เรขาคณิตพื้นฐาน สถิติเบื้องต้น ออกสอบค่อนข้างตายตัว รูปแบบซ้ำกันทุกปี
ภาษาอังกฤษ — Grammar, Vocabulary, Reading Comprehension ระดับ ม.ปลาย ไม่ยากเท่า TOEIC แต่ต้องไม่ทิ้ง
ความรู้ทั่วไป — ข่าวสารบ้านเมือง ประวัติศาสตร์ไทย สถาบัน กฎหมายพื้นฐาน วิชานี้เตรียมยากที่สุดเพราะขอบเขตกว้าง
ลองทำ แนวข้อสอบนายสิบทหารบก เพื่อดูระดับตัวเองก่อน จะรู้ทันทีว่าวิชาไหนต้องเน้น
โครงสร้างข้อสอบนายสิบตำรวจ
ข้อสอบตำรวจมีโครงสร้างต่างออกไป โดยเพิ่มวิชาเฉพาะทางที่ทหารไม่มี:
วิชาความสามารถทั่วไป — คล้ายกับ ก.พ. ภาค ก. คือวัดตรรกะ อนุกรม คณิตศาสตร์ประยุกต์
ภาษาไทย — จับใจความ สำนวน ข้อบกพร่องประโยค ลักษณะคล้ายกับสอบ ก.พ.
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตำรวจ — ประมวลกฎหมายอาญา กระบวนการยุติธรรม พ.ร.บ.ตำรวจ วิชานี้เป็นข้อได้เปรียบชัดถ้าเตรียม แต่เป็นจุดอ่อนที่หนักถ้าไม่เตรียม
ความรู้เกี่ยวกับตำรวจ — ประวัติ โครงสร้าง ภารกิจ และจริยธรรมตำรวจ
ฝึกทำ แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ ก่อนเพื่อวัดว่าส่วนกฎหมายต้องลงทุนเพิ่มแค่ไหน
เปรียบเทียบตรงๆ
| หัวข้อ | นายสิบทหารบก | นายสิบตำรวจ |
|---|---|---|
| วิชากฎหมาย | ไม่มี | มี (หนัก) |
| คณิตศาสตร์ | หนักกว่า | ระดับกลาง |
| ภาษาอังกฤษ | มี | มี |
| ความรู้เฉพาะสายงาน | ประวัติศาสตร์/ทหาร | กฎหมาย/ตำรวจ |
| คะแนนแพทย์ | ผ่านเกณฑ์สุขภาพ | ผ่านเกณฑ์สุขภาพ |
ชีวิตการทำงานหลังผ่าน
ทหารบกและตำรวจมีวิถีชีวิตที่ต่างกันชัดเจน เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจมากกว่าแค่ดูว่าสอบอะไรง่ายกว่า
นายสิบทหารบก ทำงานในหน่วยทหาร อาจต้องย้ายหน่วยตามคำสั่ง มีโอกาสปฏิบัติภารกิจต่างจังหวัดหรือตามแนวชายแดน การเลื่อนขั้นผ่านระบบยศทหาร มีการฝึกและซ้อมรบเป็นส่วนหนึ่งของงานประจำ
นายสิบตำรวจ ทำงานสถานีตำรวจ ลาดตระเวน สืบสวน หรืองานธุรการตามสายที่ได้รับมอบหมาย มีโอกาสได้รับมอบคดีและทำงานกับประชาชนโดยตรง
ถ้าต้องเลือกสมัครทั้งคู่พร้อมกัน
คนที่สมัครทั้งสองสนามในปีเดียวกันมีอยู่จริง แต่ถ้าจะทำแบบนั้นต้องแบ่งเวลาเตรียมตัวให้ดี
วิชาที่ซ้อนทับและเตรียมรวมกันได้: ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ความรู้ทั่วไป (บางส่วน)
วิชาที่ต้องเตรียมแยก: กฎหมายตำรวจ (เฉพาะตำรวจ) / ประวัติศาสตร์ทหาร (เฉพาะทหาร)
ถ้าเวลาจำกัดจริงๆ แนะนำให้ฝึกข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ควบด้วย เพราะวิชาความสามารถทั่วไปและภาษาทั้งคู่ใช้ฝึกฐานได้ทุกสนาม
ข้อสังเกตเล็กน้อยจากคนที่เคยลองสอบ
ข้อสอบทหารบกที่วนซ้ำมากที่สุดคืออนุกรมตัวเลขและเรขาคณิต ถ้าฝึกโจทย์ประมาณ 500 ข้อก็เริ่มจับทิศได้ค่อนข้างชัด ส่วนข้อสอบตำรวจในส่วนกฎหมาย ถ้าไม่เคยอ่านมาก่อนเลยจะรู้สึกอยู่คนละโลก แนะนำให้เริ่มจากกฎหมายอาญาและวิธีพิจารณาความก่อน แล้วค่อยขยับไปส่วนตำรวจ
ทั้งสองสนามสอบสามารถเตรียมพร้อมได้ในเวลา 60–90 วัน ถ้าเน้นแนวข้อสอบเก่าและจัดแผนเตรียมตัวชัดเจน