ฟิลาเดลเฟีย วันที่ 21 สิงหาคม 2026 ในห้อง The Liberty View ของ Independence Visitor Center ที่มองเห็นระฆังเสรีภาพอยู่ไกลๆ Jon Turteltaub หยิบไมค์ขึ้นกลาง live taping ของพอดแคสต์ National Treasure Hunt ที่มี Aubrey Paris และ Emily Black เป็นโฮสต์ งานนี้เป็น National Treasure Weekend ครั้งแรกของเมือง จัด 20-22 ส.ค.
ประโยคที่เขาเลือกใช้ไม่ใช่ "เรากำลังทำ" แบบแถลงข่าวทั่วไป
"I have not said anything before this, but you deserve to have the scoop. It's finally real. Now, it's Hollywood real, meaning things could happen. Nic gets hit by a bus, there's no National Treasure 3. If I get hit by a bus, there's probably a National Treasure 3."
เขาบอกคนดูในห้องว่าเป็นกลุ่มแรกที่ได้ยินเรื่องนี้จากปากเขาต่อหน้าสาธารณะ คำว่า Hollywood real คือ thesis ของข่าวนี้ทั้งหมด มันยอมรับตรงๆ ว่าโปรเจกต์นี้เคยตายมาแล้วหลายรอบ
สคริปต์ที่ผ่าน ไม่ใช่สคริปต์แรก
ความต่างของรอบนี้กับ 18 ปีที่ผ่านมาไม่ได้อยู่ที่ความอยากทำ แต่อยู่ที่ด่านสคริปต์
Turteltaub พูดบนเวทีเดียวกันว่า "We finally have a script that I like" และ Disney ตอบกลับมาว่า "OK, this sounds like a movie we can make."
เทียบกับไทม์ไลน์ที่ลากยาวมาตั้งแต่ พ.ค. 2008 ที่ Turteltaub บอกว่าจะใช้เวลา, ก.ย. 2008 Bruckheimer ยืนยันว่ากำลังพัฒนา, พ.ค. 2010 ดราฟต์แรกเสร็จ, พ.ค. 2016 Cage บอกว่ายังแก้ประวัติศาสตร์อยู่, ก.ย. 2017 Disney บอกไม่พอใจเรื่อง, ก.ค. 2018 Turteltaub บอกใกล้แล้วแต่สตูดิโอยังไม่เอา, ม.ค. 2020 ถึงจ้าง Chris Bremner จาก Bad Boys for Life มาเขียนใหม่
รอบนี้คนเขียนคือ Ted Elliott มือเขียน Pirates of the Caribbean ที่บอกกับพอดแคสต์เองว่าเขียนดราฟต์แรกเสร็จแล้ว มี "familiar faces" อยู่ในเรื่อง และถือว่า National Treasure: Edge of History เป็น canon ด้วย
พูดง่ายๆ Disney เคยปัดตกเรื่องเดิมซ้ำๆ มา 18 ปี ครั้งนี้คือครั้งแรกในรอบนานที่ผู้กำกับกับสตูดิโอชอบสคริปต์ตรงกัน
แฟรนไชส์นี้ขึ้นกับคน ไม่ใช่แค่ IP
อีกชั้นที่ทำให้ข่าวนี้ซับซ้อนคือท่าทีของ Nicolas Cage
ปี 2024 เขาบอก ScreenRant แบบตัดบทว่า "No, there is no National Treasure 3. If you want to find treasure, don't look at Disney, okay? It's not there." พ.ค. 2025 เขาเริ่มอ่อนลงให้สัมภาษณ์ว่า "Don't know... more chatter than normal"
มุก "รถบัสชน" ของ Turteltaub จึงไม่ใช่แค่มุกตลก มันคือโมเดลธุรกิจของแฟรนไชส์นี้ Bruckheimer เคยอธิบายไว้ก่อนหน้านี้ว่าพอสคริปต์เสร็จต้องส่งให้ Cage อนุมัติก่อนถึงจะเดินหน้าต่อได้ ต่างจาก Marvel หรือ Pirates ที่ IP ใหญ่กว่านักแสดง National Treasure ยึดกับ Ben Gates เป็นแกน ถ้า Cage ไม่เอา หนังก็ไม่มี
ประโยค "to whatever extent we can, everyone's back" ที่ Turteltaub พูดที่ฟิลาเดลเฟียจึงต้องอ่านแบบมีเงื่อนไข มันคือความตั้งใจ ไม่ใช่สัญญานักแสดง
ทำไม Disney ต้องยอมกลับมาหา Ben Gates
เหตุผลที่ Disney ยอมกลับมาหาสูตรเดิมมีตัวเลขรองรับ
National Treasure ภาคแรกปี 2004 ทำเงินทั่วโลกกว่า 347 ล้านเหรียญจากทุน 100 ล้าน แม้โดนวิจารณ์กลางๆ ส่วน Book of Secrets ปี 2007 ทำไป 459 ล้านจากทุน 130 ล้าน คนดูรักแม้ฝั่งนักวิจารณ์จะเทียบกับ Indiana Jones
Disney เคยลองทางใหม่แล้ว Edge of History เปิดตัวบน Disney+ 14 ธ.ค. 2022 พยายามปั้น Jess Valenzuela เป็นทายาทสาย DREAMer ดึง Justin Bartha กับ Harvey Keitel มา cameo และให้ Riley พูดเป็นนัยว่ายังตามสืบ Page 47 อยู่กับ Ben สุดท้ายโดนแคนเซิล 21 เม.ย. 2023 หลังจบซีซันเดียว
ความล้มเหลวนั้นอธิบายการกลับลำครั้งนี้ได้ชัดเจน Disney เคยบอก Cage ว่า priority คือทำทีวีโชว์กับแคสต์ใหม่ ตอนนี้ต้องกลับมาพึ่งคนที่ขโมย Declaration of Independence ได้จริงๆ
Page 47 คือหนี้ที่ต้องจ่าย
ถ้าหนังเกิดจริง ปมที่ค้างมา 19 ปีคือ Page 47 ใน President's Book of Secrets ที่ประธานาธิบดี Bruce Greenwood บอกให้ Ben ไปดู แล้ว Ben บอกแค่ว่า "life-altering" โดยไม่เคยเฉลย
สคริปต์ใหม่ของ Ted Elliott ที่ถือว่า Edge of History เป็น canon ต้องหาทางจ่ายหนี้นี้โดยไม่ทำลายมิติที่ซีรีส์เคยปูไว้ แถมต้องแข่งกับตลาดล่าสมบัติยุคใหม่ที่ Uncharted และ Outer Banks ยึดพื้นที่ไปแล้ว
นี่คือเดิมพันที่ใหญ่กว่าความคิดถึง การกลับมาของ Cage จะมีความหมายก็ต่อเมื่อคำตอบของ Page 47 ใหญ่พอจะอธิบายได้ว่าทำไมต้องรอเกือบสองทศวรรษเพื่อเปิดมัน
ฟิลาเดลเฟียจึงเป็นสถานที่ประกาศที่เหมาะที่สุด เมืองที่หนังภาคแรกขโมยเอกสารสำคัญ ตอนนี้เอกสารสำคัญฉบับใหม่คือสคริปต์ที่ Disney ชอบแล้ว เหลือแค่ลายเซ็นเดียวที่จะทำให้ Hollywood real กลายเป็น real จริงๆ





