Netflix เลือกวิธีแก้ปัญหาน่าเบื่อที่สุดของซีรีส์ผจญภัยยาวๆ ด้วยวิธีที่กวนที่สุด ให้อุซปเป็นคนเล่า
LEGO One Piece คือสเปเชียลแอนิเมชั่น 2 ตอนจบ มีกำหนดฉาย 29 กันยายน บน Netflix แบบเอ็กซ์คลูซีฟ โครงเรื่องไม่ได้เล่าตรงๆ แต่ให้อุซป นักเล่าเรื่องที่ไว้ใจไม่ได้ที่สุดของกลุ่มหมวกฟาง เล่าเรื่องการผจญภัยของลูกเรือตั้งแต่ East Blue เข้าสู่ Grand Line ให้โทนี่ โทนี่ ช็อปเปอร์ฟัง ช่วงก่อนที่ช็อปเปอร์จะเข้าร่วมที่ Drum Island
ในตัวอย่างแรกที่ปล่อยวันที่ 20 กรกฎาคม อุซปเคลมว่าเขาคิดแผนแล่นเข้า Grand Line เอง โซโลโผล่มาพูดว่า "ว้าว หมอนี่ใครเนี่ยเท่ชะมัด" แล้วรีบแก้ว่า "ฉันไม่เคยพูดแบบนั้นนะ!" นี่คือแกนของสเปเชียลนี้ การสรุปที่ยอมให้คนเล่าบิดเบือนได้เต็มที่ แล้วให้ลูกเรือคนอื่นคอยโผล่มาแก้กลางเรื่อง
ทำไมต้องเป็นเลโก้ และทำไมต้องตอนนี้
ถ้ามองแค่ชื่อ LEGO จะคิดว่าเป็นคอนเทนต์เด็ก แต่จังหวะเวลาบอกอีกเรื่อง ซีซั่น 2 ของ One Piece ฉบับคนแสดงเพิ่งจบและไต่ชาร์ตอันดับ 1 Global Top 10 ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม พร้อมคะแนนนักวิจารณ์ 100% บน Rotten Tomatoes ส่วนซีซั่น 3 ในชื่อ The Battle of Alabasta วางไว้ปี 2027 ช่องว่างหนึ่งปีคือจุดที่ Netflix ต้องหาอะไรคั่นไม่ให้คนดูหลุด
สเปเชียลนี้ถูกวางให้เป็นสะพานเชื่อมระหว่างซีซั่น 2 ที่เพิ่งจบกับซีซั่น 3 ที่กำลังจะมา และนี่คือครั้งแรกที่ Netflix ทำสเปเชียลแอนิเมชั่น LEGO แบบนี้เอง โชว์รันเนอร์ Tom Hyndman พูดตรงๆ ว่าเขาอยากทำอะไรที่พาคนดูใหม่เข้าสู่โลก One Piece ที่ใหญ่มากได้ง่ายขึ้น และให้แฟนเก่าได้เห็นเรื่องเดิมในมุมใหม่ที่สนุกขึ้น
การเลือก LEGO จึงไม่ใช่แค่ขายของเล่น มันคือการเลือกภาษาภาพที่เข้ากับ One Piece มากที่สุดอยู่แล้ว การต่อยที่ยืดได้ การล้มที่ตัวแตกเป็นชิ้นๆ แล้วประกอบใหม่ ทำได้ในเลโก้โดยไม่ต้องอธิบายฟิสิกส์

ทีมหลังกล่องตัวต่อจริงจังกว่าที่คิด
โปรเจกต์นี้ไม่ได้ทำเล่นๆ เป็นการร่วมมือของ The LEGO Group, สำนักพิมพ์ Shueisha และ Tomorrow Studios บริษัทผู้สร้างฉบับคนแสดง โดยให้ Atomic Cartoons สตูดิโอจากแวนคูเวอร์ที่เคยทำ Hilda และ Spidey and His Amazing Friends รับหน้าที่แอนิเมชั่น
กำกับโดย Chelsea Ker เขียนบทและเป็นโชว์รันเนอร์โดย Tom Hyndman โปรดิวซ์โดย Takuma Naito และ Taro Goto ส่วนรายชื่อเอ็กเซ็กคิวทีฟโปรดิวเซอร์มีทั้ง Eiichiro Oda, Tom Hyndman, Jill Wilfert, Keith Malone, Lars Danielsen, Marty Adelstein และ Becky Clements
จุดที่ยกระดับจากสเปเชียลสรุปทั่วไปคือเสียงพากย์ Netflix ดึงแคสต์คนแสดงกลับมาพากย์ตัวเลโก้ของตัวเองทั้งหมด ทั้ง Iñaki Godoy เป็นลูฟี่, Emily Rudd เป็นนามิ, Mackenyu เป็นโซโล, Jacob Romero เป็นอุซป, Taz Skylar เป็นซันจิ, Charithra Chandran เป็น Miss Wednesday / Vivi, Mikaela Hoover เป็นช็อปเปอร์, Katey Sagal เป็น Dr. Kureha, Jeff Ward เป็นบากี้ และ Callum Kerr เป็นสโมคเกอร์ นั่นหมายถึง Chandran และ Hoover ได้พากย์บทของตัวเองก่อนที่ตัวละครจะปรากฏตัวเต็มๆ ในซีซั่นคนแสดงด้วยซ้ำ
ถ้ามองภาพใหญ่ One Piece ฉบับ Netflix กำลังเปลี่ยนจากการเป็นซีรีส์ปีละซีซั่นไปสู่การเป็นแฟรนไชส์ที่เล่าเรื่องเดิมซ้ำได้หลายฟอร์ม ตั้งแต่คนแสดง ไปจนถึงอนิเมะรีเมคโดย WIT Studio และตอนนี้คือตัวต่อที่ยอมให้คนขี้โม้ที่สุดในเรื่องเป็นคนถือไมค์ การสรุปจึงไม่ใช่การทวนความจำ แต่เป็นการทดสอบว่าเรื่องเดียวกันจะบิดได้ไกลแค่ไหนก่อนที่แฟนๆ จะลุกขึ้นมาเถียงเหมือนโซโลในตัวอย่าง


