OnlyGroub
ภาษีและการเงิน

คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ใส่รายได้ต่อปีและค่าลดหย่อน ระบบจะคำนวณภาษีที่ต้องจ่ายตามอัตราภาษีแบบขั้นบันได พร้อมแสดงรายละเอียดแต่ละขั้น ฟรี ใช้งานได้ทันที

รายได้ต่อปี

เงินเดือน โบนัส รายได้เสริม รวมกันทั้งหมด

บาท

ค่าลดหย่อน

ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาทถูกใส่ไว้ให้อัตโนมัติ

ลดหย่อนส่วนตัว
อัตโนมัติ
60,000 บาท

คนละ 30,000 บาท

คน
บาท
บาท
บาท

สูงสุด 30% ของรายได้ หรือ 200,000

บาท

สูงสุด 30% ของรายได้ หรือ 500,000

บาท

ใส่รายได้ด้านซ้ายเพื่อดูผลการคำนวณ

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คำนวณยังไง — และจะลดหย่อนให้คุ้มได้อย่างไร

ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือฟรีแลนซ์ การเข้าใจภาษีขั้นบันได ค่าลดหย่อน SSF/RMF ตามกฎหมายกรมสรรพากรล่าสุด ทำให้คุณรู้ว่าต้องจ่ายเท่าไหร่จริงๆ — และอาจได้คืนเงินด้วย

1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคืออะไร? ใครบ้างที่ต้องยื่น

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90 / ภ.ง.ด.91) คือ ภาษีที่กรมสรรพากรเรียกเก็บจากผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนดในแต่ละปีภาษี (1 ม.ค. - 31 ธ.ค.) ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนประจำ, ค่าจ้างฟรีแลนซ์, รายได้จากการค้าขายออนไลน์ หรือรายได้จากทรัพย์สิน

💡 ความเข้าใจผิดยอดฮิต: "โดนหัก ณ ที่จ่าย (WHT) แปลว่าจ่ายภาษีแล้ว ไม่ต้องยื่น"
ผิดกฎหมาย! การหัก ณ ที่จ่าย (เช่น หัก 3%) เป็นเพียงการ "จ่ายล่วงหน้า" เท่านั้น เมื่อถึงสิ้นปี คุณมีหน้าที่ต้องนำรายได้ ทั้งหมด มาคำนวณใหม่เพื่อดูว่าภาษีสุทธิคือเท่าไร หากภาษีที่ต้องเสียจริงน้อยกว่าที่ถูกหักไป คุณจะได้ "ขอคืนภาษี" แต่หากมากกว่า คุณก็ต้อง "จ่ายเพิ่ม"

มนุษย์เงินเดือน (รายได้ ม.40(1) อย่างเดียว)

  • ต้องยื่นภาษี ถ้ารายได้เกิน 120,000 บาท/ปี (เฉลี่ยหมื่นละเดือนก็ต้องยื่นแล้ว)
  • ใช้แบบฟอร์ม ภ.ง.ด. 91

ฟรีแลนซ์/แม่ค้า (มีรายได้ทางอื่น)

  • ต้องยื่นภาษี ถ้ารายได้เกิน 60,000 บาท/ปี
  • ใช้แบบฟอร์ม ภ.ง.ด. 90

2. โครงสร้างภาษีแบบขั้นบันได (Progressive Tax Rate)

ประเทศไทยใช้โครงสร้างภาษีแบบ "ขั้นบันได" หมายความว่า ยิ่งคุณมี เงินได้สุทธิ มาก อัตราภาษีในส่วนที่เกินก็จะยิ่งสูงขึ้น ซึ่งแบ่งออกเป็น 8 ขั้น (0% - 35%)

เงินได้สุทธิ (Net Income) อัตราภาษี (%) ภาษีสูงสุดแต่ละขั้น
0 - 150,000 บาท 0% (ยกเว้น) 0
150,001 - 300,000 บาท 5% 7,500
300,001 - 500,000 บาท 10% 20,000
500,001 - 750,000 บาท 15% 37,500
750,001 - 1,000,000 บาท 20% 50,000
1,000,001 - 2,000,000 บาท 25% 250,000
2,000,001 - 5,000,000 บาท 30% 900,000
5,000,001 บาทขึ้นไป 35% ไม่จำกัด

3. วิธีคำนวณและลดหย่อนภาษี: ทำอย่างไรให้เสียภาษีน้อยที่สุด?

สูตรคณิตศาสตร์ที่เป็นหัวใจหลักในการคำนวณภาษีคือ:

(รายได้ทั้งปี - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน) = เงินได้สุทธิ

ยิ่งคุณทำให้ เงินได้สุทธิ น้อยลงมากเท่าไหร่ คุณก็จะตกเกณฑ์ขั้นบันไดที่ต่ำลงเท่านั้น นี่คืออาวุธสำคัญ (ค่าลดหย่อนหลักประจำปี 2567-2568):

  • 1. ลดหย่อนพื้นฐาน (ได้ทุกคน)

    ส่วนตัว: 60,000 บาท
    คู่สมรส (ไร้รายได้): 60,000 บาท
    บุตร: คนละ 30,000 บาท
    บิดามารดา (อายุ >60): คนละ 30,000 บาท
  • 2. ลดหย่อนกลุ่มประกันและการลงทุน (ตัวทำเงินคืน)

    ประกันสังคม: ตามจริงสูงสุด 9,000 บาท
    ประกันชีวิต/สุขภาพ: รวมสูงสุด 100,000 บาท
    กองทุน SSF: 30% ของรายได้ (สูงสุด 2แสน)
    กองทุน RMF: 30% ของรายได้ (สูงสุด 5แสน)
    เงื่อนไขควบ: SSF + RMF + กบข. + ประกันบำนาญ รวมกันทั้งหมดต้องไม่เกิน 500,000 บาท/ปี
  • 3. ลดหย่อนดอกเบี้ยและกระตุ้นเศรษฐกิจ

    ดอกเบี้ยกู้บ้าน: หักตามจริง สูงสุด 100,000 บาท
    Easy E-Receipt: ตามจริง สูงสุด 50,000 บาท (เฉพาะใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์)
    บริจาค e-Donation: ลดหย่อนได้ 2 เท่า (สำหรับการศึกษา/รพ.) แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย

4. ความต่างของ ฟรีแลนซ์ vs มนุษย์เงินเดือน ในการทำงานภาษี

จุดพลิกผันที่ทำให้ฟรีแลนซ์เสียเปรียบ (และได้เปรียบ) อยู่ที่ "การหักค่าใช้จ่าย" ซึ่งกรมสรรพากรกำหนดเกณฑ์ไว้แบบนี้:

มนุษย์เงินเดือน ม.40(1) / ม.40(2)

หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 50% แต่สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

ข้อเสีย: ถ้ามีเงินเดือน 2 ล้านบาท ก็หักค่าใช้จ่ายได้เต็มที่แค่ 1 แสนบาทเท่านั้น

อาชีพอิสระ/ค้าขาย ม.40(7) / ม.40(8)

หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 60% ของรายได้ (หรือหักตามจริง)

ข้อดี: ถ้าขายของออนไลน์ได้ยอด 1 ล้านบาท หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้เลย 6 แสนบาท ทำให้เหลือเงินได้ไปคำนวณขั้นบันไดเพียง 400,000 บาท

เครื่องคำนวณภาษีที่เกี่ยวข้อง