OnlyGroub
สินเชื่อและอสังหาฯ

คำนวณผ่อนรถ / ตารางผ่อนรถ

ใส่ราคารถ เงินดาวน์ อัตราดอกเบี้ย และระยะเวลาผ่อน คำนวณค่างวดรายเดือนได้ทันที รองรับดอกเบี้ยแบบ Flat Rate และลดต้นลดดอก พร้อมตารางผ่อนครบทุกงวด

ข้อมูลรถและราคา

ราคาตามที่ตกลงกับดีลเลอร์

บาท
%

เงื่อนไขสินเชื่อ

Flat rate นิยมใช้ในไทย, Reducing ใช้ในบางธนาคาร

อัตรา Flat ทั่วไป: 2–3.5%

%

ใส่ราคารถและเงื่อนไขสินเชื่อด้านบนเพื่อดูผลการคำนวณ

จับไต๋ ดอกเบี้ยจัดไฟแนนซ์รถยนต์ สิ่งที่เซลส์อาจไม่เคยบอกคุณ

จะถอยรถใหม่ป้ายแดงหรือรถมือสอง? นี่คือคู่มือแฉความลับดอกเบี้ย Flat Rate (คงที่) กับดัก VAT 7% และการคำนวณเงินดาวน์-ค่างวดรายเดือน เพื่อให้คุณไม่ถูกเอาเปรียบจากไฟแนนซ์

1. ความจริงของดอกเบี้ยรถ: Flat Rate ดูน้อย แต่จ่ายจริงแพงกว่า!

เวลาคุณไปดูรถ เซลส์มักจะโฆษณาว่า "ดอกเบี้ยถูกมากแค่ 2.99% ต่อปี!" ฟังดูน้อยกว่าดอกเบี้ยบ้าน (MRR 6.5%) เสียอีก แต่ความจริงแล้วมันคือภาพลวงตาทางคณิตศาสตร์ที่เรียกว่า Flat Rate (ดอกเบี้ยคงที่)

Flat Rate (ดอกเบี้ยรถยนต์)

คิดดอกเบี้ยจาก "เงินต้นตั้งต้นก้อนแรก" ตลอดอายุสัญญา

แม้คุณจะผ่อนเงินต้นลดลงไปจนเกือบหมดแล้ว แต่เต็นท์รถ/ไฟแนนซ์ ก็ยังคงคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นก้อนแรกสุดแบบเต็มๆ ทำให้คุณต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงลิ่วเมื่อเทียบกับความเป็นจริง

Effective Rate (แบบลดต้นลดดอก)

(ใช้กับสินเชื่อบ้าน/บุคคล) คิดดอกเบี้ยจาก "เงินต้นคงเหลือจริง" ในแต่ละเดือน ยิ่งผ่อนเงินต้นเหลือน้อย ดอกเบี้ยก็ยิ่งน้อยตาม

สูตรแปลง: Flat Rate × 1.8 ≈ Effective Rate
💡 ตัวอย่างให้เห็นภาพ: ดอกเบี้ยรถ 2.99% (Flat Rate) ความจริงแล้วคุณกำลังจ่ายดอกเบี้ยในอัตรา 5.38% แบบลดต้นลดดอก! ดังนั้นการกู้ซื้อรถจึงมีต้นทุนทางการเงินสูงกว่าที่เห็นตัวเลขหน้าป้าย

2. รถใหม่ป้ายแดง vs รถมือสอง ทำไมดอกเบี้ยไม่เท่ากัน?

การจัดไฟแนนซ์รถยนต์ 2 ประเภทนี้ มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT):

ประเภท อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย เรื่องของ VAT 7%
รถใหม่ป้ายแดง 1.50% - 3.50% ราคารถแบบ Net Price ได้รวม VAT 7% ไว้เรียบร้อยแล้ว ค่างวดที่เซลส์คิดให้ คือยอดเป๊ะๆ ที่คุณจ่ายต่อเดือน ไม่มีบวกเพิ่มทีหลัง
รถยนต์มือสอง 4.00% - 9.00%+
(ขึ้นอยู่กับปีรถ ยิ่งเก่าดอกยิ่งแพง)
ราคารถและค่างวดที่เต็นท์เสนอ ยังไม่รวม VAT 7%
เวลาผ่อนจริง คุณจะต้องนำค่างวด + ดอกเบี้ย แล้ว + VAT 7% ทุกๆ เดือน!

3. เทคนิคตั้งสติ: ดาวน์เท่าไหร่ ผ่อนกี่ปี ถึงจะไม่เจ็บตัว?

เคล็ดลับในการจัดไฟแนนซ์ให้ฉลาด คือการควบคุม เงินดาวน์ (Down Payment) และ ระยะเวลาผ่อน (Term):

  • กฎเหล็กเงินดาวน์ 20% - 25%

    หากวางเงินดาวน์ต่ำกว่า 20% (เช่น ฟรีดาวน์ หรือ ดาวน์ 5%) ไฟแนนซ์จะมองว่าคุณมีความเสี่ยงสูงมาก สิ่งที่ตามมาคือ 1. โดนบวกดอกเบี้ยแพงกว่าปกติ และ 2. บังคับให้หาคนค้ำประกัน (Guarantor) เสมอ

  • ระยะเวลาผ่อน (เทวดาหรือซาตาน)

    การผ่อน 84 งวด (7 ปี) ทำให้ค่างวดต่อเดือนดูชิลล์มาก แต่ดอกเบี้ยรวมอาจพุ่งสูงปรี๊ดจนเกือบเท่าซื้ออีโค้คาร์ได้อีกคัน! แนะนำให้เลือกระยะเวลา ผ่อน 48 - 60 เดือน (4-5 ปี) คือจุดสมดุลที่ดีที่สุดระหว่างสภาพคล่องและดอกเบี้ย

4. การโปะหนี้ก่อนกำหนด (ปิดไฟแนนซ์ก่อนกำหนด) ลดดอกเบี้ยได้ไหม?

สำหรับสินเชื่อบ้าน การโปะเงินเกินค่างวด (เช่น จ่ายเพิ่ม 1 หมื่น) จะไปตัดเงินต้นทันที (ลดต้นลดดอก) แต่กฎนี้ใช้กับสินเชื่อรถยนต์ไม่ได้! เพราะเป็นสัญญาเช่าซื้อ (Hire Purchase) แบบ Flat Rate

แล้วถ้าถูกรางวัลที่ 1 เอาเงินก้อนไป "ปิดยอด" ทั้งหมดก่อนกำหนดล่ะ?

กฎหมายใหม่ (ของ สคบ. บังคับใช้ปลายปี 2565) ระบุให้ไฟแนนซ์ ต้องให้ส่วนลดดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ (ดอกเบี้ยอนาคต) ดังนี้:

  • ปิดบัญชี เมื่อผ่อนมาแล้ว ไม่เกิน 1/3 ของค่างวด → รับส่วนลดดอกเบี้ย 60%
  • ปิดบัญชี เมื่อผ่อนมาแล้ว 1/3 แต่ไม่เกิน 2/3 → รับส่วนลดดอกเบี้ย 70%
  • ปิดบัญชี เมื่อผ่อนมาแล้ว เกิน 2/3 ของงวดทั้งหมด → รับส่วนลดดอกเบี้ย 100% (งดเก็บดอกเบี้ยที่เหลือ)

5. ค่าใช้จ่ายแฝง (Hidden Costs) ที่ต้องเตรียมเงินสด

อย่าเทหน้าตักล้างพอร์ตไปกับเงินดาวน์รถจนหมด เพราะในวันรับรถ คุณจะต้องเจอกับบิลค่าใช้จ่ายแอบแฝงที่ต้องจ่ายด้วยเงินสดก้อนโต ได้แก่:

ค่าประกันภัย ป.1
15,000 - 30,000+ บาท
ค่าจดทะเบียน
2,500 - 5,000 บาท
มัดจำป้ายแดง
3,000 บาท (ได้คืนตอนเปลี่ยนป้าย)
อากรแสตมป์ไฟแนนซ์
ร้อยละ 5 บาท ของยอดจัดไฟแนนซ์

เครื่องคำนวณสินเชื่อที่เกี่ยวข้อง