ในเวอร์ชันของ จูลส์ เลอแมตร์ (Jules Lemaître) จากหนังสือรวมเรื่องสั้น “นอกกรอบเรื่องเก่า” (En marge des vieux livres) ตัวละคร “ยูโฟเรียน” (Euphorion) มีบทบาทอย่างยิ่งในฐานะ ตัวละครที่ถูกเสริมขึ้นมาใหม่เพื่อตีความเหตุการณ์ในมหากาพย์โอดิสซีย์มุมมองใหม่ โดยเฉพาะในตอน “เกาะนางเงือก” (La Sirène) ซึ่งมีบทบาทในประเด็นต่างๆ ดังนี้:
1. เป็นผู้จุดประกายโครงเรื่องใหม่ที่ต่างไปจากต้นฉบับ
ในมหากาพย์โอดิสซีย์ดั้งเดิม โอดิสซิอุสและลูกเรือสามารถแล่นเรือผ่านเกาะนางเงือก (ไซเรน) ไปได้อย่างปลอดภัยเพราะการอุดหูด้วยขี้ผึ้ง แต่เลอแมตร์ได้สร้างให้กะลาสีหนุ่มนามว่า “ยูโฟเรียน” ขัดขืนคำสั่งโดยการดึงขี้ผึ้งออกจากหู จนหลงใหลในเสียงเพลงและกระโดดลงไปในคลื่นทะเล การกระทำของยูโฟเรียนเป็นจุดเริ่มต้นที่เปิดโอกาสให้ผู้เขียนได้เล่าเรื่องราวแฟนตาซีบทใหม่ นั่นคือความรักอันแปลกประหลาดระหว่างมนุษย์กับนางเงือกที่ชื่อว่า ลูโคเซีย (Leucosia)
2. เป็นตัวแทนสะท้อนความซับซ้อนของมนุษย์และความแตกต่างทางเผ่าพันธุ์
ยูโฟเรียนถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างมนุษย์ที่มีความนึกคิดซับซ้อน กับสิ่งมีชีวิตในตำนานที่มีสัญชาตญาณเรียบง่าย เมื่อยูโฟเรียนใช้ชีวิตอยู่กับลูโคเซียไปได้ระยะหนึ่ง เขาเริ่มเบื่อหน่ายความอ่อนหัดและจิตวิญญาณที่เรียบง่ายเกินไปของนางเงือก เขาโหยหาวิถีชีวิตแบบมนุษย์บนผืนดิน เช่น ท้องไร่ ป่าไม้ เมือง และร้านเหล้า ยูโฟเรียนจึงเป็นตัวละครที่ทำให้เห็นว่า ความหลงใหลในรูปโฉมแต่แรกพบนั้นไม่อาจลบล้างความแตกต่างทางธรรมชาติและวิถีชีวิตได้
3. เป็นเครื่องมือในการสื่อสารข้อคิดเรื่อง “ความรักที่ไม่แน่นอน”
เลอแมตร์ใช้ความรักของยูโฟเรียนและนางเงือกเป็นตัวแทนของความรักแบบวัยหนุ่มสาวที่มีความไม่แน่นอนและคาดเดาอนาคตไม่ได้ แม้ในตอนจบของเรื่อง ยูโฟเรียนจะพยายามพาลูโคเซียกลับมายังโลกมนุษย์ และเทพีเธทิสได้เมตตาเสกให้นางเงือกกลายเป็นหญิงสาวที่มีขาเพื่อจะได้ครองรักกัน แต่เลอแมตร์ก็ยังแฝงนัยยะผ่านรอยยิ้มอันแสนเศร้าและลังเลใจของเทพีเธทิส ว่าความรักครั้งนี้จะนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริงหรือไม่ ซึ่งสื่อว่าท้ายที่สุดแล้ว วิสัยตามธรรมชาติที่ผิดแผกกันอาจจะบั่นทอนความรักของทั้งคู่ลงได้ในอนาคต
โดยสรุป ยูโฟเรียน ไม่ใช่เพียงกะลาสีธรรมดา แต่เป็นตัวละครสำคัญที่เลอแมตร์ใช้เพื่อ บิดขนบเรื่องเล่าเดิม และ สำรวจลึกลงไปถึงปรัชญาความรัก ความยึดติด และธรรมชาติที่แท้จริงของมนุษย์ อย่างมีชั้นเชิง
แหล่งข้อมูล: Jules Lemaître – La Sirène
